พิมพ์หน้านี้
|
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของชาติไทย ที่มีพระราชกรณียกิจ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาติไทย คือ ทรงกอบกู้แผ่นดิน หลังจากกองทัพพม่ามาตีกรุงศรีอยุธยาแตกและทำลายกรุงศรี อยุธยาจนเสียหายอย่างยับเยิน ตลอดจนทรงฟื้นฟูอาณาจักร ให้มีความเจริญรุ่งเรือง
พระราชสมภพ พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2277 มีบิดาเป็น ชาวจีนชื่อ นายไหฮอง รับราชการเป็นนายอากรบ่อนเบี้ย มี บรรดาศักดิ์เป็นขุนพัฒน์ และมีมารดาชื่อ นางนกเอี้ยง เจ้าพระ ยาจักรีได้ขอไปเป็นบุตรบุญธรรม และตั้งชื่อใหม่ว่า "สิน"
ถวายตัวรับราชการ เมื่อพระองค์พระชนมอายุ 13 พรรษา ได้ถวายตัวเป็นมหาด เล็กหลวง ในสมเด็จพระบรมโกศ ต่อมาได้รับความดีความชอบ ได้เลื่อนขั้นเป็นหลวงยกกระบัตร ทำหน้าที่ด้านกฎหมาย ประจำ อยู่ที่เมืองตาก เมื่อเจ้าเมือตากถึงแก่อนิจกรรมจึงได้เลื่อนขั้น เป็นพระยาตาก
ย้ายเข้าพระนคร พระองค์ถูกเรียกตัวกลับมาช่วยกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากกรุง ศรีอยุธยาถูกทหารพม่าล้อมและ ด้วยพระปรีชาสามารถในการสู้ รบ จึงได้รับความดีความชอบเลื่อนขั้นเป็น พระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร แต่ยังไม่ทันไปครองเมืองกรุงศรีอยุธยาก็ เสียแก่พม่า
ฝ่าวงล้อมพม่า เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ.2309 พระองค์ทรงเชื่อมั่นว่า กรุงศรี อยุธยาต้องเสียแก่พม่าแน่นอน จึงตัดสินพระทัย รวบรวมทหาร ประมาณ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกมาได้ ทั้งนี้เพราะทรงตั้ง พระทัยว่าจะกลับมากอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืน
ยึดเมืองจันทบุรี พระองค์ทรงพิจารณาว่าเมืองจันทบุรี เป็นเมืองหัวเมืองใหญ่ มีกำลังและเสบียงสมบูรณ์ จึงประสงค์จะยึดเมืองจันทบุรี ทรงใช้ จิตวิทยาโดยสั่งให้ทหารกินข้าวปลาอาหารให้อิ่ม แล้วให้ทุบหม้อ ข้าวหมอแกงทิ้ง เพื่อที่จะเข้าไปกินอาหารเช้าที่เมืองจันทบุรี และ วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2310 ก็สามารถตีเมืองจันทบุรีได้
กู้ชาติคืน พระองค์ทรงรวบรวมไพร่พลกว่า 5,000 คน และเรือรบราว 100 ลำ ขึ้นไปตั้งที่ค่ายโพธิ์สามต้นเป็นกองบัญชาการ ซึ่งอยู่ เหนือกรุงศรีอยุธยา โดยเช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 พระ องค์สามารถตีทหารพม่าที่เข้ายึดกรุงศรีอยุธยาแตกพ่าย และกู้ ชาติคืนมาได้ภายในระยะเวลา 5 เดือน หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา
ย้ายราชธานี ภายหลังเสร็จจากสงครามแล้ว สภาพกรุงศรีอยุธยาได้รับ ความเสียหายเป็นอันมาก ยากที่จะปฏิบสังขรณ์ พระองค์จึงตัด สินพระทัย อพยพราษฎร์และข้าราชการ มาสร้างเมืองใหม่ที่ กรุงธนบุรี และสถาปนากรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง มีนามเต็มว่า "กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร"
ปราบดาภิเษก เมื่อสถาปนาเมืองหลวงใหม่แล้ว แม่ทัพ นายกอง ขุนนาง ข้าราชการต่างๆ พร้อมกันอัญเชิญให้เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็น พระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2311 ทรงพระนาม ว่าพระศรีสรรเพชญ์ แต่เรียกขานพระนามติดปากว่า สมเด็จ พระเจ้าตากสิน หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
ปราบชุมชนต่างๆ หลังจากที่ตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานี พระองค์ต้องการรวบรวม ให้กลับเข้ามาเป็นแผ่นดินเดียวดั่งเดิม จึงยกกองทัพขึ้นไปปราบ ชุมนุมต่างๆ อาทิ ชุมนุมเจ้าพิษณุโลก ชุมนุมเจ้าพิมาย ชุมนุม เจ้านครและชุมนุมเจ้าพระฝาง เป็นต้น ทรงใช้เวลาปราบปราบ ได้สำเร็จภายในเวลา 3 ปี
ทะนุบำรุงบ้านเมือง พระองค์ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์บ้านเมือง และแก้ไขปัญหาความ อดอยากของราษฎร์ โดยทรงสละพระราชทรัพย์จำนวนมาก เพื่อ ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค พระราชทานแก่ราษฎร ด้วยความพระ เมตตาของพระองค์ ทำให้กรุงธนบุรีเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ
บูรณะและปฏิสังขรณ์วัด พระองค์โปรดให้มีการจัดระเบียบสังฆมณฑล โดยวัดที่ทรง บูรณะประกอบด้วย วัดบางว้าใหญ่ (วัดระฆังโฆสิตตาราม) วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) วัดหงส์อาวาสวิหาร (วัดหงส์รัตนา ราม) และวัดอินทาราม ซึ่งได้ถูกยกฐานะเป็นวัดอารามหลวงชั้น เอกพิเศษทางฝ่ายสมถวิปัสสนา
สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2325 พระชนมายุ 48 พรรษา ด้วยพระปรีชาสามารถในการกอบกู้ชาติ ไทยให้เป็นปึกแผ่น ประชาชนพร้อมใจกันยกย่องและถวายพระ นาม "มหาราช" และสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ประดิษฐาน ณ วงเวียนใหญ่ โดยจะถวายสักการะบูชาในวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี
|
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||