พิมพ์หน้านี้
|
พอดีวันนี้ได้อ่านเรื่องของกำนันเป๊าะถึงสองเรื่องมีคนพูดถึงและถามหาก็เลยเกิดคิดถึงแกขี้นมาบ้าง การเกิดเป็นเด็กชลแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องรู้จักกำนันเป๊าะ ตั้งแต่เล็กจนโตได้ยินกิตติศัพท์เรื่องการเป็นเจ้าพ่อมาเฟีย หากินกับเรื่องผิดกฏหมายต่างๆ นานาของแกก็แน่นอนว่าจะต้องไม่ชอบผู้ชายรุ่นพ่อคนนี้แน่ ตอนอยู่มัธยมต้นเคยไปเข้าค่ายที่เขาเขียวเจ้าหน้าที่ป่าไม้เคยระบายความอัดอั้นเรื่องการถูกบุกรุกป่าทำสัปทานระเบิดหินให้ฟังทั้งน้ำตา และมาประจักษ์กับสายตาตอนเราเรียนมหาวิทยาลัยที่บางแสน เพราะห้องเรียนชั้นบนของตึกQS1 จะเห็นภาพภูเขาที่แหว่งวิ่นได้อย่างชัดเจน ตอนที่กำนันเปาะจะส่งลูกชายลงสนามเลือกตั้งนั้นเป็นช่วงก่อนพฤษาทมิฬ เราเป็นเด็กม.3 รับไม่ได้เลยที่คนมีอิทธิพลประจำจังหวัดกำลังจะเดินเข้าสนามเลือกตั้งระดับชาติ แค้นใจขนาดว่าเคยเที่ยวไล่ฉีกโปสเตอร์หาเสียงซะทั่ว ตอนอยู่ม.6 อายุ 18 พอดีและเป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนอายุผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจาก 20 มาเป็น 18 ตอนนั้นทีวีท้องถิ่นมาขอสัมภาษณ์นักเรียนที่โรงเรียนเราก็เป็นหนึ่งในตัวแทนที่ครูส่งไป ตอนนั้นใจกล้าบ้าบิ่นมากจำได้ว่าพูดประมาณว่าอย่ายอมขายเสียง อย่ากลัวอิทธิพล ให้ดูว่าเถือกเถาเหล่ากอของแต่ละคนทำมาหากินอะไร เรียกว่าโจมตีฝ่ายนั้นเต็มๆ น่าแปลกว่าทีวีซึ่งรู้ๆ กันอยู่ว่ากำนันเป๊าะเป็นเจ้าของลงคำให้สัมภาษณ์ของเรา (คงไม่สนใจเสียงนกเสียงกา) แต่เราน่ะโดนญาติๆ ด่าตรึมว่าช่างไม่กลัวตาย จะอยู่ไม่ถึงได้เลือกตั้ง แต่ตอนที่มาเรียนบางแสนและอยู่บางแสนไปนานๆ เรากลับได้เห็นอีกมุงมองหนึ่งได้เห็นคนที่รักกำนันเป๊าะมากๆ จนน่าตกใจ คนบางแสนไม่ได้โง่ และทันโลกทำไมหลายๆ คนรักกำนันเป๊าะจัง เรามาประจักษ์กันตัวเองเข้าเต็มๆ วันหนึ่งตอนเรียนปีหนึ่ง วันนั้นที่คณะมีงานแสดงเราก็เลยรับอาสาออกไปเก็บดอกลั่นทมที่ชายหาดกับเพื่อนสองคน ตอนแรกก็เก็บใต้ต้นดีอยู่หรอก แต่มันไม่สวยสู้สดๆ บนต้นไม่ได้ พอเริ่มเก็บดอกไม้บนต้นเท่านั้นแหละ ไม่รู้ใครมาจากไหนเข้ามาว่าเข้ามาเตือนกับเพียบ เก็บไม่ได้นะ ของนายกเค้า (ตอนนั้นเป็นนายกเทศมนตรี) หนูห้ามเก็บนะ นายกห่วงมาก (เราคิดในใจนายกสมาคมอะไรหว่า ถ้าหวงมากทำไมไม่ไปปลูกที่บ้าน) แต่มีพี่คนนึงอาการหนักสุด ขับรถมาจอดเลย บอกถ้าจะเก็บต้องขอก่อน เราก็ค่ะหนูกลัวแล้วหนูไม่ทำแล้วค่ะ แต่พี่คนนี้ไม่ยอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรอยู่แป๊บ แล้วหันมาบอก โชคดีแล้วหนูนายกอยู่แหลมแท่นนี่เองเดี๋ยวไปกับพี่เดี๋ยวนี้เลย เราก็เริ่มกลัว ไอ้ที่เก็บไปแล้วมันมีความผิดติดตัวอยู่ ไม่เอาหนูไม่ไป หนูไม่เก็บแล้ว แกก็ว่า ไปเหอะ ไปแป๊บเดียวหว่านล้อมต่างๆ นานา สุดท้ายขี่มอร์เตอร์ไซด์ตามเค้าไปเฉย ระหว่างทางก็คุยกะเพื่อนประมาณว่าถ้ามันให้เข้าบ้านไม่เข้านะขับหนีไปเลย (ที่จริงน่าจะหนีตั้งกะตอนนั้นแล้ว) เราก็ไม่รู้หรอกว่าจะไปหาใคร จอดรถพี่เค้าพาไปทางชายหาดไม่ได้เข้าบ้าน ตอนนั้น มีผู้ชายกลุ่มใหญ่ยืนอยู่ พอเราเดินไปคนแหวกออกเผยให้เห็นหน้าผู้ชายที่เรามาหา ตอนนั้นเข้าใจคำว่าเขาอ่อนจริงๆ หัวใจตกไปอยู่ตาตุ่มก็เข้าใจ รีบควานหามือเพื่อน แล้วกระซิบ กำนันเป๊าะ โหเพื่อนที่เป็นคนกรุงเทพแทบร้องไห้ เราก็ใจดีสู้เสือแล้วล่ะตอนนั้น ยกมือไหว้ ไอ้คนพามาก็สาธยายเอาความดีความชอบไปว่าจับปลาซิวปลาสร้อยมาส่งนายใหญ่ได้ เราอธิบายว่าจะเก็บดอกไม่ไปทำอะไร แกถามกลับมาคำเดียว เก็บถึงไหม เอาบันได้รึเปล่า (ทำท่าจะเรียกใครไปหาบันไดให้) เราก็ว่าไม่เป็นไรค่ะ หนูเก็บเตี้ยๆ ไม่ทำของท่านหักหรอกค่ะรับรอง หลังจากถูกปล่อยตัวออกมา และมายืนเก็บดอกไม้ต่อ ซี่งก็มีใครต่อใครมาบอกแบบเดิมอีกไม่ขาดสาย จบเรื่องแรกไป เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เราเป็นปลื้มอะไรกำนันเป๊าะหรอก เพราะรู้ว่าแกต้องรักษาภาพ อีกอย่างเรื่องที่เราทำมันขี้ปะติ๋วมาก แค่รู้ว่าคนรักแกและคอยเป็นหูเป็นตาให้แกเยอะขนาดไหน อีกสองปีต่อมามีโอกาสได้เจอกันอีกครั้ง ตอนนั้นที่หาดวอนนภากำลังปรับปรุงพื้นที่ เรากำลังเรียนวิชาหนังสือพิมพ์อยู่พอดีอาจารย์ให้ไปทำข่าวเรื่องนั้นเป็นคะแนนสอบมิดเทอม ตอนแรกกะว่าไปดูลาดเลาก่อนแล้วค่อยกลับมาวางแนวเรื่องที่จะเขียน ก็ขี่มอร์เตอร์ไซด์ไปกันสามสี่คน สภาพตอนนั้นใส่เสื้อนิสิตกับกางเกงยีนส์ตัดขาอย่างเซอร์ หันซ้ายหันขวา เอเราจะหาข้อมูลจากใครดีน้าระหว่างนั้นเห็นผู้ชายคนนึงใส่กางเกงขาสั้นเสื้อฮาวายยืนอยู่คนเดียวไกลๆ เพื่อนบอกแกวิ่งไปดูซิตาคนนั้นใช่หัวหน้าคนงานรึเปล่า พอเราวิ่งเข้าไปใกล้ก็รู้ว่าเป็นกำนันเป๊าะ ก็หยุดวิ่งล่ะค่ะแล้วรีบหันซ้ายหันขวาว่ามีลูกน้องแกซุ่มอยู่รึเปล่า ก็เลยถามว่าท่านมาทำไรแถวนี้เหรอค่ะ แกก็ว่ามาคุมงานแล้วก็บ่นว่าไม่มาเองงานไม่เดิน เราก็โอโห่ ตาโตละค่ะ แหล่งข่าวระดับเอบวก ทั้งๆ ที่ยังไม่มีข้อมูลอะไรเลยก็ถามไปว่าหนูขอสัมภาษณ์ได้ไหมคะ แกก็เล่าให้ฟังซะละเอียด โครงการอะไร ทำเมื่อไหร่เสร็จเมื่อไหร่ อะไรยังไง ทำให้รู้ว่านี่เป็นงบมิยาซาว่าที่กำลังฮิตตอนนั้น เราปิดการสัมภาษณ์ด้วยคำถามว่าบริษัทที่ได้งานนี้คือบริษัทของท่านใช่ไหมค่ะ แกยิ้มแล้วพยักหน้ายอมรับอย่างเปิดเผยตามสไตล์นักเลงภูธร นั่นคือสองครั้งในชีวิตที่ได้พบปะกับเจ้าพ่อตะวันออก ซึ่งหลังจากนั้นก็ฟังแต่ข่าว ใจจริงเราไม่ได้ชอบหรือชังเค้าไปมากว่าเดิม แต่ความรู้สึกดีๆ เริ่มมามีให้กับลูกๆ ของกำนันเป๊าะแทน เพราะตลอดมาพี่น้องตระกูลนี้ไม่มีเรื่องเสียหายให้โจทย์ขาน เคยถูกซักฟอกในสภาไหม ไม่แน่ใจ คิดว่าตัวกำนันเป๊าะคงเป็นอุปสรรค์หนึ่งที่ทำให้ลูกๆ ไปไม่รุ่งในการเป็นรัฐมาตรีเท่าที่ควร เรียกว่าเป็นวิบากกรรมคงได้ แต่ชลบุรีได้อะไรดีๆ หลายอย่างจากลูกของกำนันที่เป็นสส. คำพูดที่ว่าไม่ถึงเวลาเลือกตั้งไม่เคยเห็นหน้าสส.ใช้ไม่ได้กับสส.ชลบุรี เพราะเราสามารถพบเจอเค้าได้ง่ายดายมาก ไปงานยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทำตัวเหมือนลูกเหมือนหลานขนาดงานศพคนแก่ธรรมดาๆ อยู่ดีๆ สส.ยังโผล่มางานได้เรียกว่าเจ้าภาพยังตกใจ (ถ้ามีทีม PR ต้องยอมรับเลย) ตรงนี้เรียกว่าได้ใจชาวบ้านไปเยอะเหมือนกันส่วนเรื่องกินนอกกินในนั้นเราเองก็ไม่รู้เพราะคงไม่มีอยู่ในรายงานประจำปี จะอธิบายยังไงดี เราไม่รู้ว่าสส.ตระกูลดังจังหวัดอื่นเป็นยังไง สร้างแต่วัตถุจากเศษเงินคอร์รับชั่นอย่างที่ได้ยินได้ฟังบ่อยๆ หรืออย่างไร แต่สิ่งที่เราได้รับมันมากกว่าวัตถุนะ มันมีความผูกพันและยอมรับกันในระดับหนึ่ง หลายๆ ครั้งเคยอ่านความเห็นที่กระแนะกระแหนว่าคนชลกินหญ้าที่เลือกสส.กลุ่มนี้ ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้จะให้ทำไงมันไม่มีตัวเลือกแล้ว (คู่แข่งตายหมดแล้วก็ไม่รู้) เพราะตั้งแต่คุณอุทัย พิมพ์ใจชนไปสังกัดพรรคไทยรักไทยเราก็ปลงอนิจจังกับการเมือง แต่โดยส่วนตัวเราก็ยังเลือกใครก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จักต่อไป เพราะรู้สึกเหนียมอายที่จะเลือกเค้าเรารู้ว่ามีอะไรหลายอย่างที่เราไม่รู้และควรแยกแยะจะเลือกตั้งแต่ละทีต้องบอกว่าชั่งใจอยู่นาน แต่พอคิดว่าเค้าคงไม่พลาดก็เลยไม่เสียดายที่จะลองให้โอกาสคนอื่นบ้าง ส่วนเรื่องกำนันเป๊าะอยู่ไหนนั้น น้องสาวเคยมาเล่าให้ฟังว่าเคยโทรศัพท์ไปหาลูกชายคนหนึ่งของแก (ลูกชายคนหนึ่งหน้าตาดีมีแฟนคลับอย่างกะดารา น้องสาวก็เป็นหนึ่งในนั้น) น้องเล่าให้ฟังว่า ตอนที่กำนันเป๊าะหนีไปใหม่ๆ เคยถามเล่นๆ ว่าพ่อพี่เป็นไงบ้าง ลูกชายตอบว่าก็สบายดีอยู่เมืองไทยนี่แหละ แต่อยู่บนเกาะ เราก็โหกล้าตอนเนอะ จริงหรือหลอกก็ไม่รู้ แต่เอาเป็นว่าลูกชายบอกว่าพ่อสบายดี ส่วนจะเก็บเนื้อเก็บตัวไปได้นานถึง 20 ปีหรือไม่ต้องรอชมกันต่อไป ก่อนจบเรื่องยาวๆ เรื่องนี้ต้องขอบอกก่อนว่านี่เป็นความเห็นจากประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นในนามคนชลบุรีซึ่งแต่ละคนคงมีความคิดและประสบการณ์กับเรื่องนี้เป็นของตัวเอง และข้อความใดๆ ที่อาจพาดพิงถึงบุคคลที่สามต้องขออภัยมานะที่นี่ด้วยค่ะ |
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||