พิมพ์หน้านี้
|
. หลายๆ ท่านคงรู้แล้วว่าเคทมีอันต้องหายหน้าหายตาไปจากชุมชนบล็อก ก็เพราะเกิดอาการใส้ติ่งอักเสบขึ้นมาแบบกระทันหัน (ก็ไม่รู้ว่ามีใครใส้ติ่งอักเสบแบบรู้ตัวล่วงหน้าบ้างรึเปล่า) ประสบการณ์ครั้งนี้ของเคทไม่รู้ว่าจะเหมือนของคนอื่นรึเปล่านะคะ แต่จากคำบอกเล่าที่เคยได้ยินได้ฟังมา ต้องบอกว่าไม่ค่อยจะตรงเท่าไหร่ ค่ะ เลยอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังพอหอมปากหอมคอ ความเข้าใจเดิมของเคท เวลาปวดท้องเป็นใส่ติ่งนี่มันต้องปวดข้างขวา เอามือขวาจับที่เอวแล้วจะอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับนิ้วกลางพอดี แล้วมันก็น่าจะปวดมากถึงมากที่สุด แล้วถ้าเราไปหาหมอทันท่วงที ผ่าตัดออกมาเป็นเดียวเสร็จแผลเล็กๆ ชิวๆ เดี๋ยวก็หาย แต่ถ้ารักษาช้า รอจนใส้ติ่งแตกละก็ อันนี้มีสิทธิ์ถึงฆาตได้ (เพื่อนคุณแม่ก็เข้าข่ายหลังนี้ รักษามาจะสองเดือนแล้ว ยังไม่หายดีเลย)
แต่อาการที่เคทเป็นมันกลับเป็นแบบนี้ค่ะ หลังทานอาหารกลางวัน เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี มีอาการปวดท้อง มันปวดไปทั่วแหละค่ะ ระบุตำแหน่งเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้ แต่ไม่เหมือนเวลาปวดเป็นโรคกระเพาะ บางทีมันก็ปวดตรงกลาง บางจังหวะก็ปวดช่วงล่าง ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำไปฉี่อยู่หลายครั้ง เอ หรือเราจะเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบซะแล้ว...ตอนแรกคิดแบบนั้น ก็พยายามอดทนนั่งทำงานต่อไป เพราะเป็นช่วงปิดบัญชีบริษัทพอดี ช่วงนี้ยุ่งมาก ห้ามเจ็บ ห้ามตายเด็ดขาด แต่พอถึงบ่ายสามชักไม่ไหวแล้ว เก็บของไปนอนพักซักงีบแล้วตื่นทำที่บ้านตอนเย็นๆ ดีกว่า ตัดสินใจได้แล้วก็โทรศัพท์ให้คุณพ่อมารับ ระหว่างเดินทางกลับบ้านผ่านโรงพยาบาลพอดี เลยบอกพ่อแวะหาหมอหน่อยดีกว่า เผื่อเป็นอะไรมาก ก็เลยไปให้หมอตรวจ อาการตอนนั้นมันก็ปวดแบบรวมๆ ในช่องท้อง แต่ก็ยังพอเดินเหินเองได้ คุณหมอเรียกไปตรวจบนเตียงแล้วก็ตามสูตร คือกดตรงนั้นตรงนี้ไปทั่ว แล้วถามว่าเจ็บมั้ย ซี่งจุดที่เจ็บมันก็มากกว่าหนึ่งที่ซะด้วย แต่คุณหมอมาสะดุดกับตรงด้านขวา กดกี่ทีกี่ทีคนไข้ก็ร้องโอยๆ แกจึงคิดว่าน่าจะใส้ติ่งอักเสบ
คุณหมอให้ออพชั่นมาว่า แอดมิทรอบดูอาการและตรวจเพิ่ม กับกลับไปดูอาการที่บ้าน คนไข้จะเลือกแบบไหน ซึ่งแน่นอนว่าเคทก็ต้องเลือกแบบแรกซิคะ กลับไปดูอาการที่บ้านแล้วใครจะช่วยดูละคะ จากนั้นก็ไปทำอัลตร้าซาวด์ค่ะ แต่ไม่พบอะไรเพราะปริมาณน้ำ ในกระเพาะปัสสาวะมีน้อยเกินไป จะดื่มน้ำก็ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวอาจต้องผ่าตัด เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าปวดท้องก็ให้เม้มๆ ฉี่ไว้ตรวจหน่อย อย่าปล่อยออกไปซะหมด เมื่อวิธีนี้ไม่ได้ผล จึงต้องทำการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะแทน ตอนนี้เคทได้ห้องแล้ว และก็ได้นอนกินน้ำเกลือรอผลไปพลางๆ ส่วนน้ำและอาหารห้ามขาด โอยชักหิว
ไม่นานนักผลเลือดออกมาว่ามีการติดเชื้อและอักเสบเมื่อบวกกับอาการปวดท้องหมอจึงฟันธงว่าใส่ติ่งอักเสบแน่ๆ แต่ถึงไม่แน่ก็เอามันออกๆ ไปก่อนจะดีกว่า เวลาขึ้นเขียงคือสามทุ่ม ญาติๆ ที่เริ่มทยอยมาเยี่ยมบ่นกันพึมว่าทำไมต้องรอ เดี๋ยวใส้แตกตายกันพอดี ส่วนเคทน่ะไม่ค่อยปวดมากทุรนทุรายอะไรหรอก จี๊ดๆ พอประมาณ ก็รอเวลาผ่าตัดอย่างรื่นเริงดี เพราะเคยมีประสบการขึ้นเขียงมาแล้ว เมื่อนึกมาถึงตอนนี้ญาติๆ ก็จำได้ขึ้นมาเหมือนกัน เริ่มหันมาซักไซ้ว่าทำไมตอนผ่าเจ้าหนูเบนออกมาไม่เอาใส้ติ่งออกไปเลย นั่นสิ เป็นคำถามที่ดี คำตอบคือ ลืมนึกไป คุณหมอ ไม่ได้ถาม เราก็ไม่ได้นึกถึง แถมก่อนหน้านั้นได้ยินมาแว่วๆ มาว่าบริการเสริมนี้มีค่าใช้จ่าย 2000 บาท ก็เลยทำเป็นลืมๆ ไป ก็ใครจะคิดว่ามันจะมาสำแดงเดชเอาวันที่เกือบจะครบหนึ่งปีที่เราผ่าท้องคลอดลูกพอดีแบบนี้ แต่น่ะ ผ่าใส้ติ่งเที่ยวนี้ไม่เสียเงินสักบาท เจ็บตัวเพื่อประหยัดเงินสองพัน มันคงคุ้มแหละน่า สองทุ่มครึ่งเจ้าหน้าที่มารับที่ห้อง หัวข้อสนทนาระหว่างทางไปจนถึงห้องผ่าตัดคือ เมื่อกี้มีผู้หญิงมาโดดตึกฆ่าตัวตายที่ใกล้ๆ นี่เอง แหมเป็นหัวข้อที่ระทึกดีแท้ เข้าห้องผ่าตัด ไม่ถึง 5 นาทีก็ไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว
จากนั้น ประมาณ สี่ทุ่มก็ฟื้น และเตรียมตัวกลับห้องพัก แต่ โอ ความรู้สึกแรกเมื่อรู้สึกตัว ทำไมมันเจ็บแบบนี้ แผลเล็กนิดเดียวหรือคว้านท้องเรานี้ โอยๆๆๆๆๆ เจ็บ ๆๆๆ ไม่ไหวแล้ว ขอยาแก้ปวด โอยปวดเหลือเกิน ทำไมมันปวดแผลแบบนี้ เมื่อกี้ก่อนผ่าไม่เห็นเจ็บเท่านี้เลย นั้นแหละ สิ่งที่เคทคร่ำครวญไปตลอดทาง และตลอดเวลากลับเข้าห้องพัก ตีสี่นั่นแหละกว่าจะได้ยาแก้ปวดสมใจ พอจะหายเจ็บหายปวดไปได้บ้าง จากนั้นก็เริ่มปวดฉี่ อยู่นั้นแหละ คงเป็นเพราะน้ำเกลือที่รับเข้าไป แต่โอยกว่าจะลุกไปเข้าห้องน้ำได้ มันช่างทรมานสิ้นดี อาหารก็ยังงดต่อไปอีกเกือบวัน ทั้งหิวทั้งเจ็บ ไม่ไหวเลย แทบสลบไปอีกรอบ นั่นแหละค่ะวิบากกรรม สองวันที่อยู่โรงพยาบาล แต่พอย่างเข้าวันที่สามอาการก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เลิกสำออยลุกไปไหนมาไหนได้ พักหนึ่งสัปดาห์ก็กลับมาทำงานได้แล้วค่ะ ตอนนี้แผลหายสนิทแล้ว รอแค่ข้างในเข้าที่เข้าทางปรับตัวกับการจากไปจากเจ้าใส้ติ่ง ที่เคยอยู่ด้วยกันมานานถึง......ปี
ควันหลงเคทกับฟุตบอล ระหว่างพักฟื้น เคทผ่าตัดวันที่ 2 ก่อนชลบุรีเตะกับเทโรแค่วันเดียว งานนี้เลยต้องดูถ่ายทอดสดทางทีวี แล้วผลก็ออกมาว่า ชลบุรีเสียบริสุทธิ์แพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลไปซะแล้ว จากการผิดพลาดอย่างน่าขำของเจ้าตี๋ โกสินทร์ วันพุธที่ 7 หลังผ่าตัด 5 วันตัดสินใจเป็นไง เป็นกัน ขอตามไปเชียร์ชลบุรีเตะกับกัมบะ โอซาก้า ที่สนามศุภฯ แบบว่าทำใจไม่ไปไม่ได้ แผลเป็นไงเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที สร้างความอิดหนาระอาใจให้แกบรรดาญาติๆ เป็นอย่างยิ่ง และเกมนี้ ชลบุรีแพ้ไปสองประตูต่อศูนย์ จากความผิดพลาดของโกสินทร์อีกแล้ว งานนี้ชลบุรีตกรอบสนิท แต่ก็เป็นเกมที่สนุกมาก แฟนบอลเยอะแยะมากมายประทับใจจริงๆ วันอาทิตย์ที่ 11 แปดวันหลังผ่าตัด ไปเชียร์ศรีราชา ทำศึกดิวิชั่น 1 ซึ่งก็แพ้เมืองทองหนองจอกไปอีก 0-3 อะไรกันนี่ ตั้งแต่ผ่าตัดมามีแต่แพ้กับแพ้ แต่ ไม่สินะ อย่างน้อยแมน ยูก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปเรียบร้อยแล้ว ช่วงนี้บอลลีกของไทยพักแข่งไปยาวถึงปลายเดือนมิถุนา เพราะต้องการหลีกทางให้ทีมชาติทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ซึ่งก็คงเป็นโอกาสให้เคทได้พักฟื้นสภาพร่างการได้เช่นกัน แต่สำหรับมิตรกันคอกีฬา เคทคงจะหาข่าวคราวความเคลื่อนไหวของบอลบ้านเรามาให้รับทราบกันเรื่อยๆ ค่ะไม่หยุดพักแน่นอน เพราะตอนนี้พร้อมกับมาประจำการแล้วค่ะ และสุดท้ายนี้ขอแสดงความยินดีกับทีมฟุตซอลไทย ที่ตีตั๋วไปชิงแชมป์โลกที่บราซิล กันยายนนี้ได้สำเร็จเป็นสมัยที่สามติดต่อกัน
อ้อ...นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เคทพลาดนัดสำคัญที่จะได้พบเจอกับเพื่อนๆ ในบล็อค ในวันที่ทำการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล แต่ถึงกระนั้นเคทก็ตามข่าวตลอดและทราบว่างานลุล้วงไปได้ด้วยดี และทางทีมงานกำลังจะนำเงินและของช่วยเหลือไปมอบให้น้องๆ ได้เร็วๆ นี้ซึ่งคงจะมีความคืบหน้ามาแจ้งกันต่อไป ก็ต้องของคุณทุกๆ ความช่วยเหลือนะคะ ส่วนนัดของเราครั้งต่อไปจะไม่ยอมให้พลาดเด็ดขาดค่ะ ::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::: |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |