พิมพ์หน้านี้
|
เลื้อย หลึกหลึกปลักสำลักเลนขึ้นเลื้อยบก หวั่นวิตกที่ตั้ง กำลังแผ่ว ประจบน้ำ ประจบดิน ทั่วถิ่นแนว ก็ไม่แคล้วความนัย ไหลตามกาล ผสมพันธุ์เผ่าใดลงในร่าง ผสานสร้างพญานาควิบากฐาน เล็งงูเห่าก็เห็นเห็น เป็นวิญญาณ เลื้อยขึ้นคานอาจขาดน้ำเลี้ยงความทน รอจังหวะจะโคนโหนเกาะโลก รู้เชิงโชคฉ่ำ-แห้ง ทุกแห่งหน ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ ไหลเลื้อยตน ค่อยค่อยค้นความคิด มิตร-ศัตรู หยั่งเสียงแล้วหยั่งสายกระจายวาด ทั้งใบข่อย ใบหนาด ปูลาดอยู่ เกิดอาการหนาวร้อนเลื้อยย้อนดู พญานาคกับงู สมสู่กัน สลัดเลนออกจากร่างอยู่กลางพวก ใดสะดวกกระเด้าดินถวิลฝัน ชูหัวโด่ ชูหาง กลางแสงจันทร์ ผสมพันธุ์กันพรึบพรับ ทิ้งอับอาย เอาโอกาสพาดขึงตรึงหน้าท้อง เริงสนองกองกิเลสเลศมากหลาย ดื่มด่ำทิพย์จิบสังวาสมิอาจคาย ยึดจุดหมายสร้างที่มั่นอนันต์เนือง ขึ้นเลื้อยบก แสดงบทจรดทิศ วงจรปิดฤทธิ์ดำรงส่งภาพเรื่อง- เสพสัญชาตญาณการครองเมือง ประโยชน์เฟื่องฟูเฟื้อย จึงเลื้อยรวม ! ภูวดล ภูภัทรโยธิน จากคอลัมน์กวีทรรศน์-เนชั่นสุดสัปดาห์ |
| Sunthon Poo | ||
Immortal poet of Ratanakosin |
||
|
View All |
||