รูปการณ์แห่งรหัสนัย
1.
ตื่นจากนิมิตฝันอย่างหวั่นหวาด
ปลายประสาทตึงเคร่งเขม็งหม่น
น้ำหนักเอียงข้างแห่งลางกล
เทลงท้นเต็มทั่วห้วงหัวใจ
ภาพทะเลเลือดหนอง กองเรือศพ
ท้นสมทบสำทับสลับไหว
ภาพนาครธรรมพราวจรดราวไพร
กลายเป็นไฟเปลวม้วนขึ้นป่วนฟ้า
ถอดรหัส ตีความตามศาสตร์โหร
โลกที่โยนตัวไหวไปข้างหน้า
คงตกจมล่มติดพิษชะตา
ด้วยอุกกาบาตโถมพุ่งโจมตี
ด้วยอำนาจสงคราม-คลื่นความร้อน
ประจุก้อนสมสั่งไอรังสี
ด้วยเชื้อโรคสายพันธุ์มิคสัญญี
แหละอาวุธเคมีในกำมือ
เช้านี้-ดอกไม้ไร้ฝูงผึ้ง
มีแต่ความเครียดขึ้งดังอึงอื้อ
ราวพายุแรงจัดพัดกระพือ
จากสะดือสมุทรเลือดเดือดคะนอง
2.
เวลาล่วงลิบสิบนาที
ข้าพเจ้าจุดบุหรี่มวนที่สอง
ความเครียดเคร่งครัดที่มัดครอง
ค่อยปลงปลดลดพร่องล่องละลาย
แดดสดเดินทางอย่างเงียบเงียบ
ฝนน้ำค้างเย็นเยียบร่วงเป็นสาย
กลิ่นดอกแก้วฉมฉ่ำฟุ้งกำจาย
นกกินปลีร้องร่ายเพลงรื่นรมย์
ข้าพเจ้านิ่งนั่งตรึกสังเกต
การณ์นิเวศน์รุ่มรวยสิ่งสวยสม
ไกลมาจากภาพฝันทุกข์ขวั้นปม
โลกยังอิ่มอุดมสายลมปราณ
ลางแห่งวิกฤตินิมิตอุบัติ
พระเจ้าคงส่งรหัสสัจจะสาส์น
ให้ชีวิตที่เหลือจากเมื่อวาน
เจียระไนวิญญาณของพรุ่งนี้
พังทิฐิปมเขื่อง เปลื้องสลัด
พฤติกรรมเยี่ยงสัตว์น่าบัดสี
ถอดทำลายเฟืองฟันมิคสัญญี
จากฐานคิดทฤษฎีความมืดดำ
รอบอายุเวียนเคลื่อนแล้วเลื่อนไหล
มินานแล้ววัยจะใกล้ค่ำ
ข้าพเจ้าคลายมือที่ถือกำ-
ใจบอบช้ำ,ปล่อยให้ใจโบยบิน
3.
ค่อยค่อยเจือจางลางนิมิต
เช้าศักด์สิทธิ์ย้อนคืนโลกพื้นถิ่น
ขณะเด็ดเห็ดดอกงอกจากดิน
ข้าพเจ้าแว่วยินเสียงทารก.
วิสุทธิ์ ขาวเนียม
จากคอลัมน์กวีทรรศน์-เนชั่นสุดสัปดาห์