พิมพ์หน้านี้
|
เกลียวคลื่นแห่งความกล้า ฟ้าคลุ้มคลั่งลมป่วนเมฆครวญวิปริต เคลื่อนทับดินแนบสนิทปะทะสนั่น มิรู้ฟ้ารู้ฟื้นรู้คืนวัน ดึงกลับสู่ห้วงบรรพ์แห่งพายุ ชั่วช้างสะบัดหูงูแลบลิ้น เมษาก็สูบสิ้นแผ่นดินดุ ผงฝุ่นปลิวว่อนร้อนปะทุ เหงื่อเดือดร่านระอุจนพริบตา ฉับพลันเมฆถ่มพ่นฝนสะเก็ด แข็งคมปานเหล็กเพชรสักแสนห่า หมายใจกำราบสิ้นพสุธา ให้พืชพันธุ์ธัญญาได้ตกตาย ม่านพายุแฝงร่างเงาแห่งวิหค บินโทนโผนผกปีกวูบว่าย เวิ้งลมหม่นมุ่นซัดฝุ่นทราย มันเผ่นพุ่งท้าทายไม่เกรงกลัว บัดใจฝนคมระดมต้าน กระสุนโลกแตกพล่านไปถ้วนทั่ว ฤาวิหคจักฝ่าพ้นด้วยตนตัว ทิ้งปีกขนหม่นมัวลงคาลาน ขนปีกฉีกแล่งด้วยแรงบาด เจ็บหนักถึงขนาดที่แทรกผ่าน ปลิดชีพวิหคปลงลงให้ทาน แกฝูงหนอนก่ายคลานเข้าเกาะกิน คายบุ้งทุกข์ระทมจากคมปาก ทิ้งศพซากสิ้นตำนานการบ้าบิ่น ของวิหคแห่งทุ่งถลาบิน เหนือแผ่นดินพายุฤดูร้อน พลัง เพียงพิรุฬห์ จากคอลัมน์กวีทรรศน์-เนชั่นสุดสัปดาห์ |
| Sunthon Poo | ||
Immortal poet of Ratanakosin |
||
|
View All |
||