พิมพ์หน้านี้
|
เคยเป็นมั้ย ที่อยู่ ๆ ก็เบื่อๆ เซ็งๆ ชีวิตขึ้นมาซะงั้น ทั้ง ๆ ที่ อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แล้วคุณจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไร??? ส่วนฉัน เลือกที่จะเดินทางออกจากที่เดิม ๆ สู่สภาพแวดล้อมใหม่ คนใหม่ๆ เพื่อได้ปรับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง ฉันจึงตัดสินใจออก Trip ถ่ายภาพตามคำเชิญชวนของเพื่อนใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ฉันออกเดินทางร่วม Trip ถ่ายภาพ กับ กลุ่มคนบนดาวกล้อง (ซึ่งฉันเพิ่งรู้จักตอนเพื่อนส่ง Link ของ Trip มาให้) และเป็นครั้งแรกที่ฉันไปร่วม Trip ต่างจังหวัด Trip นี้จัดขึ้นโดยคนบนดาวกล้อง( www.digitalcamera.co.th ) ร่วมกับสถานีตำรวจท่องเที่ยว 3 ฝ่ายปฎิบัติการ 6 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว โดยการสนับจากเทศบาลเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานีและองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ เป็น Trip สำหรับนักถ่ายภาพ ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ ที่สนใจเข้าร่วมประกวดภาพถ่าย ในโครงการ "สะพายกล้อง ท่องเที่ยว ครั้งที่ 1" ตอน ท่องทั่วนครสวรรค์เมืองสี่แคว สัมผัสชีวิตบนแพ ริมน้ำสะแกกรัง อุทัยธานี โดยมีกติกาว่า ผู้ร่วม Trip ทุกท่าน จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการประกวดภาพถ่ายก่อน จึงจะลงทะเบียนเข้าร่วม Trip นี้ได้ ส่วนฉัน คิดแค่ว่าอยากเดินทาง อยากรู้จักเพื่อนใหม่ อยากไปอยู่ในสภาพที่ไม่มีใครรู้จักเราเลย และได้ทำกิจกรรมที่รักก็คือ "ถ่ายภาพ" ด้วยเหตุผลแค่นี้ ก็ทำให้ฉันตัดสินใจร่วม Trip ครั้งนี้โดยไม่ลังเลใจเลย Trip นี้มีค่าใช้จ่ายเพียง 150 บาท/คน เท่านั้น โดยผู้สมัครทุกท่านจะได้รับเสื้อยืด 1 ตัว
เราออกเดินทางจาก Zeer รังสิตประมาณ 7 โมงเช้าวันเสาร์ พร้อมเพื่อนร่วม Trip นับได้ที่รถตู้ 4 คัน ไปถึงที่ จ.อุทัยธานี ประมาณ 10 โมงเช้า Cobboy (ตาม login ที่ใช้ใน www.digitalcamera.co.th ) คือตำรวจท่องเที่ยว ที่พาพวกเรา ไปยังแหล่งท่องเที่ยวหลัก ๆ ในจังหวัดนครสวรรค์และอุทัยธานี เพื่อเก็บภาพกันเบื้องต้นก่อน ส่วนช่างภาพท่านไหนยังถ่ายภาพไม่จุใจใน Trip นี้ จะเดินทางมาถ่ายซ่อมเองภายหลังก็ได้ ไม่ว่ากัน เมื่อทำความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว Cobboy และทีมตำรวจท่องเที่ยวพาพวกเราไปยัง "วัดท่าซุง" ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพจุดแรกสำหรับ Trip นี้ เมื่อถึงวัดท่าซุง ด้วยอากาศที่ร้อนจัด และเวลาที่มีจำกัด แต่มีเพื่อนช่างภาพร่วมเดินทางไปด้วยมากมาย ต่างก็แบกความตั้งใจที่จะถ่ายภาพสวย ๆ ให้ได้ไปเต็มกำลังกล้อง เมื่อช่างภาพกว่า 40 ชีวิต ต้องไปรุมกันถ่ายภาพอยู่ในสถานที่เดียวกัน ...ฉันก็ได้แต่ยืนมอง นั่งมอง ให้เพื่อนๆ เลือกมุม เลือกเหลี่ยม กันตามสะดวก ส่วนฉัน...ขอให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ละกัน..........กดไม่ลงจริงๆ กดไปเห็นแต่หัวเพื่อนๆ เหอ เหอ
เสร็จจากวันท่าซุง (ทั้งฝั่งวัดเก่าและวัดใหม่) เราก็ไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน ก่อนเดินทางไปที่ศาลเจ้า จ.นครสวรรค์ กันต่อ เราไปถึงหน้าวัดกันประมาณบ่ายโมงกว่า แดดกำลังร้อนได้ที่ แต่ด้วยเวลาจำกัด เพราะเราต้องเดินทางไปที่อื่นต่อ เราจึงมีเวลาอยู่ที่วัดไม่เกินหนึ่งชั่วโมง
ออกจากวัด เราก็รีบรุดมุ่งหน้าไปต่อกันที่ Aquarium และบึงบอระเพ็ด ที่ Aquarium เราได้รับการอำนวยความสะดวกเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกั้นไม่ให้คนเข้าในบริเวณที่เราจะเข้าไปถ่ายรูป จัดให้นักประดาน้ำ มาให้อาหารปลา เพื่อให้เรากดชัตเตอร์กันได้เต็มที่ คิดในใจว่า ถ้ามาเองคงไม่ได้อย่างนี้
เสร็จจาก Aquarium เราก็ลงเรือเพื่อไปเก็บภาพบรรยากาศในบึงบอระเพ็ด
ป้าปปป..........(เสียงตบไหล่ดังสนั่น ของเพื่อนร่วมทริป) พร้อมถ้อยคำถามไถ่ ที่ดึงฉันจากห้วงความคิด "คุณเค ถ่ายรูปยัง???" เออออ...ใช่ ฉันมาร่วมกิจกรรมนะ ไม่ได้มาเที่ยวส่วนตัว คิดได้ดังนั้นก็เลยต้องยกกล้องคู่ใจขึ้นมาเล็ง ซะหน่อยดีกว่า.......แหะ แหะ
กว่าจะขึ้นจากบึงก็ฟ้ามืดแล้ว เราปิดท้าย Trip นี้ด้วยการทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน อิ่มหนำแล้วจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ จริงๆ แล้ว Trip นี้ เราจะต้องไปถ่ายภาพวิถีชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรังด้วย แต่ด้วยเวลาจำกัด โปรแกรมนี้จึงต้องยกเลิกไป สำหรับเราแล้ว เราเสียดายโปรแกรมนี้มาก เพราะเป็นเป้าหมายที่เราอยากไปมากที่สุด Trip นี้ทำให้เรารู้สึกว่า เป็น อภิสิทธิ์ชน ขึ้นมาทันที เพราะการเดินทางของเราจะมีรถตำรวจท่องเที่ยวนำหน้า 1 คัน (เปิดไฟกระพริบ ๆ ด้วยอ่ะ) แล้วตามด้วยรถตู้ของผู้ร่วม Trip อีก 4 คัน .........เริ่ดสุด ๆ ในราคาเพียง 150 บาทเท่านั้น เราทั้งหมดถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ในเวลาประมาณ 24.00 น. เสียงร่ำลากัน เริ่มเงียบหาย เหลือเพียงฉันและคนขับรถ Taxi ในเวลาย่ำรุ่งของวันใหม่ พระเจ้า ขอให้ฉันกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพด้วยนะคะ คร้อกกกกกกกกกก...ฟี้!!!!!!!!!! ....................................... ป.ล.1 ถ่ายรูปครั้งนี้ลองถ่ายเป็น RAW File แล้วมาปรับสีใน Photoshop ก็เลยได้สีค่อนข้างถูกใจ แต่ก็ใช้เวลา Process ภาพนานกว่าปกติ....ถ่ายมาไม่เยอะนะ แต่ทีชัดและสวยมีเท่านี้แหละค่า.. |