| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีชาวบล็อกทุกท่าน ครับ ผมคิดเรื่องจะเขียนในครั้งนี้นานแล้ว เดิมตั้งใจจะเขียนเรื่องของราคาข้าวที่แพงขึ้นนั่นผลประโยชน์จะตกอยู่ที่ใคร? แต่คิดไปคิดมาเขียนเรื่องรวมๆ ดีกว่าเพราะเดี๋ยวเขียนเรื่องข้าวเรื่องเดียวก็จะหาว่าเชียร์ ชาวนาออกนอกหน้า ทั้งๆที่ราคาข้าวขึ้นแต่จะมีบางคนจะรู้ไหมเอ่ย? ...ว่าชาวนาบางคนซื้อข้าวกิน อ่า...อาจจะด่าผมในใจอีกแล้ว ว่าเด็กบ้านี่เอาที่ไหนมาพูด ใครที่เป็นชาวนาแล้วซื้อข้าวจริงก็จะบอกว่า พูดไปเลย!เจ้าเก่ง... โลกจะได้รู้ว่ามีจริง เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าชาวนาบางคน ย้ำนะ บางคนขณะนี้ไม่มีที่ดินทำนาของตัวเอง แต่ต้องเช่าที่คนอื่นทำนา อีกทั้งค่าปุ๋ย ค่าพันธุ์ข้าวยังต้องซื้อ เมื่อถึงครั้งเก็บเกี่ยวได้ราคา ก็ไม่มียุ้งฉางของตัวเองก็ต้องขายหมดเก็บไว้กินนิดๆหน่อยๆ พอข้าวหมดก็ไปหยิบยืมจากเพื่อนบ้านมาก่อนบอกว่าทำนาได้งวดหน้าจะเอามาคืนเป็นข้าวเปลือก ครั้นทำนาดีราคาข้าวก็ต่ำติดดินเหมือนรวงข้าวตามท้องนา แต่พอราคาทำท่าว่าจะดีก็เจอปัญหาเพี้ย(ไม่ใช่เพี้ยนนะ)... เจอน้ำท่วม ชาวนาก็เลยต้องรับกรรม ทั้งๆที่ไม่ได้ก่อขึ้น นี่ยังไม่รวมรัฐบาลที่มีคนมาบอกผมเสมอๆ ว่า ชาวนากลัวรัฐบาลที่สุด เมื่อไรรัฐบาลมายุ่งเป็นได้เรื่อง (ผมก็แอบปล่อยก๊ากโชว์เลย ตรงใจผมนี่) ตั้งแต่เด็กๆ ผมถูกสอนมาเสมอว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว แต่พอเรียนไปเรียนมา กลับมีแต่คนมาสอนว่า เก่งเอย...เรียนเก่งๆ แล้วไปทำงานเป็นลูกจ้างเขานะ ตั้งใจทำงานให้เขา เขาจะได้ไม่ไล่ออก ให้เงินเดือนเยอะๆ คิดไปคิดมาผมก็ถูกระบบสังคมสอนให้กลายเป็นหนูถีบจักรไปอีกตัว คือวิ่งในคอกที่เขาล้อมไว้ แล้ววิ่งๆๆๆๆ เมื่อเจ้านายเห็นว่าน่ารัก ขยันก็จะให้อาหาร เหมือนเปรียบเลย... ทั้งๆ ที่ผมมีที่ดิน มีสองมือสองขา หนึ่งสมองสองตา ทำไมผมไม่ลงมือทำเกษตรเองนะ หรือเป็นเพราะว่าผมถูกสอนมาให้ทำงานบนออฟฟิตแล้วงั้นรึ? ถูกสอนให้แต่งตัวผูกไทด์นั่งห้องแอร์เหรอ? หรือว่าผมกลัวที่จะเสี่ยง? แต่เมื่อผมมารู้ทีหลังว่าผมไม่รู้ว่าจะทำนายังไง ผมไม่รู้ว่าทำที่ให้เกิดทองได้ยังไง ผมเลยต้องมาแต่เช้า ขยันทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าแรง ทั้ง ๆ ที่ผมจบเศรษฐศาสตร์แต่ผมดันไม่คิดว่าผมเรียนมาได้อะไร แล้วเอาไปใช้อะไร... ทั้งๆที่ผมรู้เยอะในบางเรื่องกว่าใครๆ ผมกลับเอาตรงนั่นมาทำเงินให้ตัวเองไม่ได้ แปลกดีเนอะ? ว่าไปว่ามานอกเรื่องซะนานเลย เข้าเรื่องวันนี้ดีกว่า เรื่องของเงินในกระเป๋าเราๆ ท่านๆ ที่จะโตตามราคาสินค้าที่พุ่งแรงนะขณะนี้ได้ไหม? ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะว่ามีกี่คนที่อ่านข้อความนี้แล้วมีรายได้มากกว่า 2 ทางขึ้นไปคือ 1.จากเงินเดือน 2. จากการลงทุน เงินออมในธนาคารผมก้นับรวมว่าลงทุนนะ พันธบัตร หุ้น กองทุน ทุกอย่างนับลงทุนหมด อ้อ! ให้เช่าที่ดินก็ใช่นะ เอาเป็นว่าอะไรที่ใช้เงินแต่ไม่ใช้แรงแล้วได้กำไรนับว่าเป็นลงทุนทั้งหมด ผมว่าร้อยละ 60 น่าจะมีแค่ 2 อย่างนี้ แต่คงจะมีน้อยคนที่ทำงานพิเศษด้วยเลยได้ค่าแรง 2 ที่ หรือมีธุรกิจตัวเองอีกนอกเหนือจากงานประจำ นับว่าคุณโชคดีนะครับ แต่หากใครมีภาระนี่สิ ผมว่าเริ่มลำบากแล้ว ก่อนอื่นต้องรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่ายส่วนไม่จำเป็นเพื่อเอาไปผ่อนส่วนจำเป็น เช่น บ้าน รถ ค่าเทอมลูก ฯลฯ บ้างคนหลังเปิดเทอมมีภาระกะโรงรับจำนำอีก(ดีนะเนี่ยผมยังไม่มีครอบครัวเอง) ดังนั้นเราจึงต้องเริ่มวางแผนใหม่ ไม่ใช่แค่ผม คุณก็ด้วยนะ ถ้าผมบอกว่าโลกเรา อาหารจะแพงต่อไปอีกเรื่อยๆ จะเชื่อไหม? คือที่ผมบอกว่าอาหารจะแพงเนื่องจากถ้าให้วิเคราะห์สถานการณ์โลกตอนนี้แล้วราคาน้ำมันเป็นตัวเร่งครับ คือเดิมเราไม่เคยคิดว่าราคาน้ำมันจะแพงทำให้ไม่ได้คิดเทคโนโลยีใหม่ๆมารองรับสิ่งที่สร้างความสะดวกสบายให้เรา เมื่อน้ำมันแพงตอนนี้ทางออกก็เป็นได้แค่การทำไบโอ++ ผมก็ไม่รู้จะเรียกไรเพราะไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ละเอียด ประมาณพลังจากชีวภาพ หรือพลังงานทดแทนจากพืชและสัตว์ นั่นคือ เดิมพื้นที่ๆเพาะปลูกอาหารคนอย่างเดียวต้องมาแบ่งพื้นที่เพื่อปลูกอาหารเครื่องจักร ทำให้เมื่อพื้นที่น้อยลงผลผลิตลดลงความต้องการคงเดิม ราคาจึงสูงขึ้นตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ถูกสอนให้ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองในหลายยุคหลายสมัย ราคาก็จะสูงขึ้น นี่ยังไม่บวกกับภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายแผ่นดินลดลง อีกอากาศก็แปรปรวนเพาะปลูกไม่ได้ดั่งใจอีก มีแต่ทางลบ แต่ปัญหาที่เราต้องแก้ดดยด่วนก้คือทำไงให้เงินเรามีมากพอในการจับจ่ายใช้สอยเพราะเศรษฐกิจจะเหมือนเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีกลไก ฟันเฟื่องนับล้านชิ้นต่อเป็นเคื่องจักหากมีตัวไหนพังหรือหายไปอาจจะยังไม่ส่งผลกระทบมากนักแต่ถ้าไปโดนจุดที่สำคัญเข้า อาจทำให้ระบบเศรษฐกิจปั่นปวนได้ทั้งประเทศ |