พิมพ์หน้านี้
ขั้นตอนการสร้างผืนระนาดเอกที่ควรทราบ (๑)++ขั้นตอนการคัดเลือกไม้++การคัดเลือกไม้ก่อนที่จะทำการผลิตผืนระนาดเอกนั้น นับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญ มากที่สุดในการผลิตผืนระนาดเอก เนื่องจากผืนระนาดที่ดีนั้น ย่อมมาจากไม้ที่ดี มีคุณภาพ รวมถึงฝีมือของผู้ผลิตอีกด้วย ดังนั้นผู้เขียนจึงขอเสนอกรรมวิธีการคัดเลือกไม้ ดังนี้ 1. ไม้ชิงชัน วิธีการคัดเลือกไม้ชิงชันนั้น จะต้องทราบถึงคุณลักษณะต่าง ๆ คือ ตาไม้ เสี้ยน ความละเอียดของเนื้อไม้ ลวดลายของไม้ สี เป็นต้น - ตาไม้ ตาไม้ เป็นส่วนที่เนื้อไม้หุ้มกิ่งตั้งแต่เริ่มเจริญเติบโต เมื่อกิ่งเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เนื้อไม้ส่วนที่หุ้มตาพุ่งออกไปจากลำต้น ทำให้เสี้ยนไม้ในส่วนตรงที่กิ่งยื่นออกไป มีการเรียง ตัวกันเป็นวงโค้งรอบตา โดยปกติส่วนที่เป็นตาจะมีความแข็งกว่าเนื้อไม้ ทำให้ไม้ในส่วนที่ เป็นตานั้น นำไปทำการแปรรูปและจัดตกแต่งให้สวยงามได้ยาก และเมื่อทำการแปรรูปไม้ แล้ว หากมีตาไม้ติดอยู่ด้วย ส่วนที่เป็นตาจะมีสีเข้มกว่าส่วนที่เป็นเนื้อไม้ ในการคัดเลือกไม้ชิงชันนั้น ถ้ามีส่วนที่เป็นตาไม้ปนอยู่ด้วย จะไม่สามารถนำมา ทำการผลิตผืนระนาดเอกได้ - เสี้ยน เสี้ยน หมายถึง แนวของเซลล์ไม้ในแนวตั้ง หรือแนวเซลล์ที่มีทิศทางขึ้นลงไป ตามลำต้นที่มีความยาวต่อกันตลอดต้นไม้ ไม้ที่มีเสี้ยนตรงจะมีความแข็งแรงสูงกว่าไม้ที่มี เสี้ยนขวาง ไม้ชิงชันนั้น ส่วนใหญ่เป็นไม้ที่มีเสี้ยนในลักษณะเสี้ยนสน และเป็นริ้วแคบ ๆ เมื่อนำมาผลิตเป็นผืนระนาดแล้วจะได้คุณภาพเสียงที่ดังกังวาน และทนทานมากกว่าผืน ระนาดที่ผลิตจากไม้ชนิดอื่น ลักษณะต่าง ๆ ของเสี้ยนไม้มีดังนี้ 1. เสี้ยนตรง ไม้ที่มีเสี้ยนตรงเป็นไม้ที่มีความแข็งแรงมากที่สุด ซึ่งถ้าผ่าไม้ออก เป็นสองซีก จะเห็นว่าไม้ที่มีเสี้ยนตรงนั้นผ่าง่าย และไม้ทั้งสองซีกที่ผ่าออกมานั้นจะค่อน ข้างเรียบหรือแตกตรง แต่ไม้ที่เสี้ยนตรงนั้นมักจะไม่ค่อยมีลวดลายที่ให้ความสวยงาม ไม้ที่ มีเสี้ยนตรงนั้นเป็นไม้ที่เหมาะสำหรับการนำมาทำเป็นวัตถุดิบในการผลิตผืนระนาดเอกมาก 2. เสี้ยนบิด ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับไม้ตลอดทั้งท่อน โดยเสี้ยนนั้นจะบิดวนไป รอบท่อนไม้หรือลำต้น เมื่อเลื่อยไม้ที่มีเสี้ยนบิดเป็นแผ่น แผ่นไม้ที่ได้ออกมาจะมีลักษณะ ที่มีเสี้ยนขวางขวางทแยงกับความยาวของแผ่นไม้ เรียกว่าเสี้ยนขวาง ลักษณะไม้ที่ได้จากท่อน ไม้ที่มีเสี้ยนบิดจะให้ไม้แปรรูปที่ไม่ดี มีเสี้ยนขวางอยู่ในแผ่นไม้เป็นสาเหตุทำให้บิดงอ โดยเฉพาะถ้าเลื่อยเป็นแผ่นใหญ่จะสามารถเห็นได้ชัด ซึ่งไม้ที่มีเสี้ยนในลักษณะนี้จะไม่ สามารถนำมาผลิตเป็นผืนระนาดเอกได้ 3. เสี้ยนสน มีลักษณะเหมือนกับเสี้ยนบิด แต่จะบิดไปบิดมา ไม่ได้บิดไปโดย รอบลำต้นเหมือนไม้ที่มีเสี้ยนบิด ไม้ที่มีเสี้ยนสนนี้จะมีความเหนียวเป็นพิเศษ โดยเฉพาะแรง ฉีกหรือเฉือนที่จะทำให้แยกออกจากกันตามเสี้ยนต้องใช้แรงมาก ไม้ที่มีเสี้ยนสนนี้เมื่อแปรรูป จะได้ไม้ที่มีลวดลายสวยงาม และทนทาน 4. เสี้ยนที่มีลักษณะเป็นคลื่น เสี้ยนจะไม่ตรงแต่โค้งคดไปมาค่อนข้างสม่ำเสมอ ทำให้เนื้อไม้สวยงามเป็นพิเศษ แต่ไม่สามารถนำมาผลิตผืนระนาดเอกได้ ไม้ที่ใช้ในการผลิตผืนระนาดเอกนั้น จะต้องมีเสี้ยนที่ตรง จึงจะให้เสียงที่มีคุณภาพ ดี ซึ่งถ้าเสี้ยนตรงมาก ๆ ก็จะให้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้นไป - ความละเอียดของเนื้อไม้ ความละเอียดของเนื้อไม้ หมายถึงความเรียบมากหรือน้อยของเนื้อไม้เมื่อขัด แต่งผิว หรือความหยาบและละเอียดของเนื้อไม้ ไม้ชิงชันจะมีเนื้อไม้ที่มีความละเอียด ปานกลาง ซึ่งผืนระนาดไม้ชิงชันจะให้เสียงที่ดังกังวานกว่าเสียงที่ได้จากผืนระนาดที่ทำจาก ไม้พยุง - ลวดลายของไม้ ลวดลายของไม้เป็นลักษณะที่ช่วยตกแต่งหรือเพิ่มความสวยงามให้ไม้ ทั้งนี้รวมถึง สีตามธรรมชาติของไม้ เสี้ยนของไม้ และลักษณะโครงสร้างอื่น ๆ ของไม้ เช่น วงปีหรือวงเจริญเติบโต เป็นต้น ลวดลายของไม้มีความสำคัญไม่น้อย เนื่องจากเป็นส่วนที่ทำให้ไม้มี คุณค่าและขายได้ราคาสูงขึ้น - สี โดยทั่วไปแล้วสีของไม้จะเป็นที่สะดุดตา และดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ เนื่อง จากไม้ส่วนใหญ่นั้น กระพี้จะมีสีจางกว่าแก่นไม้ คือ ในไม้ที่มีส่วนของกระพี้และแก่นที่ แตกต่างกัน โดยปกติกระพี้จะมีสีขาวนวลหรือเหลืองอ่อน ๆ เนื้อไม้จะมีสีม่วงอ่อน ถึงสี ม่วงแก่ มีเส้นแทรกสีดำอ่อน หรือแก่กว่าสีพื้น ซึ่งถ้าเนื้อไม้ยิ่งแก่สีก็จะยิ่งเข้ม และไม้แก่ นั้นเหมาะสำหรับนำมาผลิตผืนระนาดเอกเป็นอย่างยิ่ง 2. ไม้พยุง วิธีการคัดเลือกไม้พยุงนั้น จะต้องทราบถึงคุณลักษณะต่าง ๆ คือ ตาไม้ เสี้ยน ความละเอียดของเนื้อไม้ ลวดลายของไม้ สี เป็นต้น - ตาไม้ ในการคัดเลือกไม้พยุงนั้น ถ้ามีส่วนที่เป็นตาไม้ปนอยู่ด้วย จะไม่สามารถนำ มาทำการผลิตผืนระนาดเอกได้ - เสี้ยน เสี้ยน หมายถึง แนวของเซลล์ไม้ในแนวตั้ง หรือแนวเซลล์ที่มีทิศทางขึ้นลงไป ตามลำต้นที่มีความยาวต่อกันตลอดต้นไม้ ไม้ที่มีเสี้ยนตรงจะมีความแข็งแรงสูงกว่าไม้ที่มี เสี้ยนขวาง ไม้พยุงนั้น ส่วนใหญ่เป็นไม้ที่มีเสี้ยนในลักษณะเสี้ยนค่อนข้างตรงจนถึงเสี้ยนสน และเป็นริ้วแคบ ๆ ไม้ที่ใช้ในการผลิตผืนระนาดเอกนั้น จะต้องมีเสี้ยนที่ค่อนข้างตรง จึงจะให้เสียง ที่มีคุณภาพดี ซึ่งถ้าเสี้ยนตรงมาก ๆ ก็จะให้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้นไป - ความละเอียดของเนื้อไม้ ความละเอียดของเนื้อไม้ หมายถึงความเรียบมากหรือน้อยของเนื้อไม้เมื่อขัด แต่งผิว หรือความหยาบและละเอียดของเนื้อไม้ ไม้พยุงจะมีเนื้อไม้ที่ละเอียดมาก ซึ่งจะให้ เสียงที่เล็กและเป็นเสียงแก้วกว่าเสียงที่ได้จากไม้ชิงชัน แต่เสียงที่ได้จะเบากว่าผืนระนาด ไม้ชิงชัน เนื่องจากไม้ชิงชันนั้นมีเนื้อไม้ละเอียดปานกลาง - ลวดลายของไม้ ลวดลายของไม้เป็นลักษณะที่ช่วยตกแต่งหรือเพิ่มความสวยงามให้ไม้ ทั้งนี้ รวมถึง สีตามธรรมชาติของไม้ เสี้ยนของไม้ และลักษณะโครงสร้างอื่น ๆ ของไม้ เช่น วงปี หรือวงเจริญเติบโต เป็นต้น ลวดลายของไม้มีความสำคัญไม่น้อย เนื่องจากเป็นส่วนที่ทำให้ ไม้มีคุณค่าและขายได้ราคาสูงขึ้น ซึ่งเหมือนกับการคัดเลือกไม้ชิงชัน - สี โดยทั่วไปแล้วสีของไม้จะเป็นที่สะดุดตา และดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ เนื่อง จากไม้ส่วนใหญ่นั้น กระพี้จะมีสีจางกว่าแก่นไม้ คือ ในไม้ที่มีส่วนของกระพี้และแก่นที่ แตกต่างกัน ไม้พยุงโดยปกติกระพี้จะมีสีขาวนวลหรือเหลืองอ่อน ๆ ไม้ส่วนที่เป็นแก่นจะมี สีเข้ม สีของไม้พยุงนั้นจะมีสีแดงอมม่วง หรือสีม่วง ถึงสีเลือดหมูแก่ ถ้าไม้ยิ่งแก่สีก็จะยิ่ง เข้ม และไม้แก่นั้นเหมาะสำหรับนำมาผลิตผืนระนาดเอกเป็นอย่างยิ่ง 3. ไม้ไผ่บง วิธีการคัดเลือกไม้ไผ่บงที่จะนำมาผลิตผืนระนาดเอกนั้น ต้องทราบถึงลักษณะต่าง ๆ ของไม้ไผ่บง คือ เสี้ยน ความละเอียดของเนื้อไม้ สี ร่องน้ำ เป็นต้น - เสี้ยน เสี้ยนของไม้ไผ่บงนั้นจะมีลักษณะเป็นเสี้ยนตรง ซึ่งเป็นลักษณะของเสี้ยนที่ เหมาะสมที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตผืนระนาดเอกอยู่แล้ว แต่สำหรับไม้ไผ่บงแล้ว ไม้ที่สามารถนำมาผลิตเป็นผืนระนาดได้นั้นจะต้องมีเสี้ยนสีดำ และเนื้อเสี้ยนละเอียด - ความละเอียดของเนื้อไม้ ความละเอียดของเนื้อไม้นั้น ถ้ายิ่งละเอียดมีความละเอียดมากก็จะให้คุณภาพ เสียงที่ดี เนื่องจากไม้ไผ่บงเป็นไม้ที่มีเนื้อไม้หยาบในตอนแรก แต่เมื่อไม้แก่แล้วเนื้อไม้ก็จะ ละเอียดมากขึ้น ซึ่งไม้ที่สามารถนำมาผลิตผืนระนาดเอกได้นั้นจะต้องเป็นไม้ที่แก่ประมาณ 5 ปีขึ้นไป เนื้อไม้ต้องหนาและมีความละเอียดมาก จึงสามารถนำมาผลิตผืนระนาดเอกได้ - สี สีของไม้ไผ่บงนั้น โดยทั่วไปแล้วจะมีสีเขียวอ่อนในขณะที่ไม้ยังอ่อนอยู่ เมื่อไม้ เริ่มแก่ขึ้นมา สีของไม้ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนไม้ที่แก่จัดจนสามารถนำมาผลิตผืน ระนาดได้นั้น จะต้องมีสีเขียวคล้ำ จนถึงสีน้ำตาลเข้ม จึงจะให้คุณภาพเสียงที่ดี - ร่องน้ำ ร่องน้ำ คือลักษณะของผิวด้านนอกของไม้ไผ่ ซึ่งเป็นมีร่องเล็ก ๆ อยู่รอบ ๆ ลำ ไม้ไผ่ เรียกว่าร่องน้ำ ร่องน้ำนั้นสามารถบ่งบอกได้ว่าไม้ไผ่นั้นแก่มากขนาดไหน เนื่องจาก ร่องน้ำที่ผิวด้านนอกของไม้ไผ่นั้น ยิ่งลึกไม้นั้นยิ่งแก่และให้คุณภาพเสียงที่ดี มีแก้วเสียงที่ดี เหมาะสำหรับการนำมาทำเป็นวัตถุดิบในการผลิตผืนระนาดเป็นอย่างยิ่ง - น้ำหนัก น้ำหนักของไม้ไผ่นั้นจัดได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญอีกข้อหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เนื่องจาก ไม้ไผ่ที่มีน้ำหนักมากนั้น จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าไม้ไผ่ที่น้ำหนักเบา เนื่องจากไม้ไผ่ที่ หนักกว่านั้นจะมีความหนาแน่นของเนื้อไม้มากกว่าไม้ที่เบากว่า จึงให้เสียงที่ดังกังวานกว่า ดังนั้นไม้ไผ่ที่มีน้ำหนักมากจึงเหมาะสำหรับการนำมาทำเป็นวัตถุดิบในการผลิตผืนระนาด เป็นอย่างยิ่ง ตารางที่ 1 เปรียบเทียบลักษณะของไม้ที่ใช้ผลิตผืนระนาดเอกทั้งสามชนิด
เนื่องจากไม้ทั้งสามชนิดนี้ได้แก่ ไม้ชิงชัน ไม้พยุง และไม้ไผ่บงนั้น เป็นไม้ที่ได้ รับความนิยมนำมาผลิตเครื่องดนตรีเป็นผืนระนาดเอกมากกว่าไม้ชนิดอื่น ๆ ไม้ทั้งสามชนิดนี้มีความ โดดเด่นที่ต่างกัน คือ ไม้ชิงชันเป็นไม้ที่ให้เสียงดังที่สุด ไม้พยุงเป็นไม้ที่ให้เสียงแก้วหรือ เสียงใสที่สุด และไม้ไผ่บงเป็นไม้ที่ให้เสียงได้นุ่มนวลที่สุด ดังนั้นเขียนจึงนำเสนอเฉพาะ ไม้ทั้งสามชนิดนี้เท่านั้น ---โปรดติดตามตอนต่อไป---
|
| ภาพวิวสวยๆ | ||
วิจารณ์ได้เต็มที่เลยครับ |
||
|
View All |
||
| รัว | ||
@+@ |
||
|
View All |
||