• ประกายพฤกษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kruroong2006@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2008-01-14
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 9407
  • จำนวนผู้โหวต : 56
  • ส่ง msg :
คนล้านนา
ความดี ความงาม ความเจริญ ของล้านนา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/khoncr
วันพฤหัสบดี ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
๕๐๐-๖๐๐ ปีก่อนชาวล้านนาอ่านอะไร?ทำไมต้องอ่าน ?
Posted by ประกายพฤกษ์ , ผู้อ่าน : 648 , 09:54:19 น.  
พิมพ์หน้านี้


ห้า หกร้อยปีก่อนชาวล้านนาอ่านอะไร ? ทำไมต้องอ่าน ?

 

                ในปีการศึกษา 2546-2547 ชาวศึกษาธิการ กำลังรณรงค์การอ่านอย่างขะมักเขม้นแต่ จากหลักฐานที่มี ๕๐๐ - ๖๐๐ ปี ก่อนอ่านวรรณคดีมรดกเรื่องสำคัญของประเทศไทย 

วรรณคดีมรดกของไทยที่คนไทยทุกคนรู้จักเพราะถูกกำหนดให้เรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษานั้นมีหลายเรื่อง  แต่มีเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นวรรณคดีที่นิยมใช้เล่นโขนเพียงเรื่องเดียว คือเรื่อง รามเกียรติ์  และชาวล้านนาได้อ่านวรรณคดีเรื่องนี้มานาน    นานกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาเลยทีเดียว 

ก่อนที่จะกล่าวถึงวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ที่ชาวล้านนาอ่านเมื่อ ๕๐๐ ปีก่อน มีลักษณะเป็นอย่างไร ขอเกริ่นถึงภาษาและความเป็นมาของโคลงล้านนาก่อนพอสังเขป

ภาษาและตัวอักษรล้านนา

                ภาษาล้านนาหรือคำเมืองจะเริ่มใช้สื่อสารมาตั้งแต่ พ..ไหน ไม่มีใครรู้ เพราะยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าภาษาล้านนาเริ่มใช้สื่อสารเมื่อไหร่  แต่ตัวอักษรล้านนา หรือ ตัวเมือง ปรากฏครั้งแรกในปี พ..๑๙๑๙ ที่เมืองสุโขทัย ในจารึกลานทอง ใช้เขียนในส่วนที่เป็นภาษาบาลีแต่ปะปนอยู่กับอักษรสุโขทัยซึ่งใช้เขียนในส่วนที่เป็นภาษาสุโขทัย จารึกลานทองนี้เองที่เป็นต้นเค้าเงาเงื่อนของตัวอักษรล้านนาซึ่งใช้สืบสายกันมาจนปัจจุบันนี้

                เมื่อปรากฏหลักฐานว่าเริ่มมีการใช้ตัวเมืองครั้งแรกเมื่อปี พ..๑๙๑๙ แล้ว แต่ยุคนั้น สมัยนั้นชาวล้านนาอ่านอะไร จากหลักฐานที่ปรากฏวรรณกรรมที่ชาวล้านนานิยมอ่านกันแพร่หลาย คือ วรรณกรรมประเภทโคลงซึ่งโคลงนี้ชาวล้านนาเรียก ครรโลง / คะโลง /กะโลง ซึ่งในปัจจุบันนักวิชาการทางภาษาและวรรณกรรมล้วนแต่ให้ความเห็นตรงกันว่า วรรณกรรมประเภทโคลงนี้เกิดขึ้นในล้านนาก่อน  ล้านนาเป็นต้นตระกูลโคลง  แล้วจึงแพร่ขยายไปสู่อยุธยา ล้านช้าง และที่อื่น ๆ ในเวลาต่อมา

โคลงล้านนา

                วรรณกรรมประเภทโคลงล้านนาเท่าที่พบและหลงเหลือต้นฉบับอยู่ในปัจจุบันนี้ ( ..2547 ) มีประมาณ ๒๓ เรื่อง มีโคลงอยู่ ๓ ประเภท คือ โคลงสุภาพ  โคลงดั้น และโคลงกลบท

                โคลงสุภาพ  พบทั้งหมด ๑๒ เรื่อง คือ โคลงอุสสาบารส , โคลงนิราศหริภุญชัย , โคลงมังทรารบเชียงใหม่ , โคลงพรหมทัต , โคลงปทุมสังกา , โครงอมรา , โคลงนิราศดอยเกิ้ง , โครงสุรวงศ์ , โคลงพระลอสอนโลก , โคลงวิทูรสอนหลาน , โคลงหงส์หิน ,โคลงค่าวริร่ำถ้อยเมืองพิงค์  นอกจากนี้ยังมีโคลงคำสอน อีก ๕ ฉบับและโคลงศาสนา ,โคลงวันตัดเล็บ อีกอย่างละ ๑ ฉบับ โคลงเหล่านี้ส่วนใหญ่มีผู้ปริวรรตและจัดพิมพ์เผยแพร่บ้างแล้ว แต่ยังมีโคลงเบ็ดเตล็ดที่ถ่ายไมโครฟิล์มไว้ที่สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกจำนวนหนึ่งที่ยังรอผู้ศึกษาและปริวรรต

                โคลงดั้น  โคลงดั้นพบเพียง ๒ เรื่อง คือ  โคลงดั้นอุสสาบารส  ฉบับวัดป่าฮิ้น จังหวัดเชียงใหม่ และโคลงดั้นอุสสาบารส ฉบับหอสมุดแห่งชาติ  ซึ่งไพฑูรย์  พรหมวิจิตร กวีนักวิชาการแห่งสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  สันนิษฐานว่าเป็นสำนวนของกวีผู้แต่งคนละคนกัน เพราะในฉบับวัดป่าฮิ้นมีการแต่งโคลงสี่สุภาพคู่กับโคลงดั้นด้วย

                โคลงกลบท  กลบทในล้านนาที่พบไม่พบว่าใช้แต่งเรื่องหนึ่งเรื่องใดโดยเฉพาะเช่นกลบทสิริวิบูลกิติ ของภาคกลาง แต่ใช้แต่งปะปนกับโคลงสี่สุภาพในวรรณกรรมโคลงเรื่องต่าง ๆ และส่วนหนึ่งปรากฏในหนังสือจินดามณี ระบุว่าเป็นโคลงลาว ซึ่งลาวในจินดามณีก็คือ ล้านนาในปัจจุบัน กลบททที่พบมีทั้งหมด ๒๗ ชนิด คือ บาทกุญชร , กรนารายณ์ , หมายกงรถ , บทสังขยา , สราสังวาลย์ , ชนาญเกลากลอน , อักขรบังไทย , วิไสยลมพอ , กล่าวหย้อคบท่าน , ผสานสมเลิศล้ำ , ด้นหน , ด้นชื่อ , ยนต์ทิพย์ , ม้าคล้องเชือก , ม้ากั้งล้อม , กระตุกสายไหม , อินทร์ลงเหลา , อินทร์ลงเหล้น , นางล้วงฝ้าย , พระยาลืมงาย , ฟองสมุทธ , หมายกงรถสามชั้น , พวนสามชั้น , ไหมยุ่งพันน้ำ , พวนสามชั้น , ไหมยุ่งพันน้ำ ,พลูสามค้าง และกลบทเก็บบาท ซึ่งกลบทเหล่านี้บางชนิดเหมือนกันกับกลบทของภาคกลาง บางชนิดแตกต่างกัน

วรรณกรรมเรื่องอุสสาบารส : รามเกียรติ์ฉบับล้านนา

                วรรณกรรมเรื่องอุสสาบารส เท่ามีพบต้นฉบับมีผู้แต่งเป็นวรรณกรรมไว้ ๔ ประเภท  คือ นิทาน , ชาดก , โคลงสี่สุภาพ และโคลงดั้น  ในรูปชาดก อาจารย์สิงฆะ  วรรณสัย ปราชญ์ล้านนาชาวลำพูน ได้ปริวรรตไว้แล้วโดยใช้ต้นฉบับของครูบาศรีวิชัย  วัดบ้านปาง ตำบลแม่ตื่น อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน  ท่านได้กล่าวไว้ในหนังสือ ชื่อ “ อุสสาบารส วรรณกรรมล้านนาไทยในสมัยพระเจ้ากือนา ” ว่าวรรณกรรมเรื่องนี้ เป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลวรรรณคดีสันสกฤตที่แพร่เข้ามาสู่ลานนาไทยในสมัยโบราณ เป็นเหตุให้นักปราชญ์ทางศาสนาในเวลานั้น จับแนวเรื่องของวรรณคดีสันสฤตแต่งเป็นเรื่องอุสสาบารสขึ้นในรูปของชาดก และเป็นชาดกที่แปลกกว่าชาดกทั้งหลายในประเภทปัญญาสชาดกที่เราเคยเห็น เพราะพระพรหมชั้นสุทัสสีลงมายุ่งกับเรื่องของชาวโลก แม้จะมี

หนุมานเหมือนเรื่องรามเกียรติ์ แต่หนุมานในเรื่องก็มีบทบาทน้อยมาก  ตัวพระบารสซึ่งเป็นชื่อของเรื่องและเป็นโพธิสัตว์ ก็มีบทบาทไม่เด่นเท่าพระขิตราชตนเป็นพระเจ้าปู่และพระเจ้ากรุงพานก็ดีไม่ได้เป็นยักษ์ พระเจ้ากรุงลังกาก็ไม่เป็นยักษ์แต่เป็นวิชาธร เป็นเรื่องแปลกที่น่าศึกษา เพราะแฝงจารีต ประเพณีหลายอย่างไว้  ที่สิงฆะ

วรรณสัย  ระบุว่าเป็นวรรณคดีที่นิยมกันมาตั้งแต่  ในสมัยพระเจ้ากือนา แห่งราชวงศ์มังราย ประมาณ พ..๑๙๐๐ เพราะมีหลักฐานกล่าวถึงลักษณะการตัดสินคดีความในกฏหมายล้านนาโบราณว่ามี ลักษณะการตัดถ้อยต่อคำ อันมีเนื้อความกล่าวในชาดกอุสสาบารส ซึ่งหากเป็นจริงชาดกนอกนิบาตเรื่องนี้ก็มีอายุประมาณ ๖๐๐ กว่าปีมาแล้ว แล้วจึงมีผู้นำชาดกมาแต่งเป็นโคลงสี่สุภาพภายหลัง

                นอกจากนี้ยังมีหลักฐานอีกว่าโคลงอุสสาบารสมีกล่าวถึงในโคลงนิราศหริภุญชัย ซึ่งนิราศหริภุญชัย นี้แต่งในปี พ..๒๐๒๐ ในบทที่ ๘๕ และ ๑๑๙ ว่า

                ๘๕.         ราตรีเทียนทีปแจ้ง                  เจาะงาม

                                มัวม่วนนนตรีตาม                  ติ่งธร้อ

                                อุสสากั่นโลงยาม                   ชักชอบ     ชื่นเอย

                                บุญพี่บ่เปลืองป้อ                    เปล่าซ้ำเซาทรวง

                ๑๑๙       อุสสาเสียงสร่างสร้อย           รัชนี

                                กลอนกั่นโลงทันที                  อ่านถ้อย

                                บารสเรียกมาลี                      เบงบาท  ทุมเอย

                                ตรีโจททูทุกถ้อย                     เถี่ยงถ้องถามชัย

                ซึ่งในเนื้อความบทแรกแปลได้ว่า กลางคืนก็จุดประทีปและเทียนงดงามสว่างไสวต่างคนก็สนุกสนานไปตามเสียงดนตรีมีติ่งและสะล้อเป็นต้น  บางคนก็โคลงอุสสาตอนที่ชอบมากล่าวถึง แต่พี่เองยังไม่หายเศร้าใจที่คิดถึงนาง บทต่อมากล่าวว่า พอค่ำลงก็ได้ยินเสียงอ่านโคลงอุสสาอย่างไพเราะโดยแข่งขันกันยกโคลงห้าไว้แล้วแข่งขันแต่งเป็นโคลงสอง โคลงสามและโคลงสี่แล้วถามว่าใครชนะ

                โคลงนิราศหริภุญชัยนั้นนักวิชาการทางภาษาและวรรณคดีเชื่อว่าเป็นนิราศที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยเท่าที่พบในปัจจุบัน แต่ยังมีเนื้อหากล่าวถึงการอ่านและการนำโคลงอุสสาบารสมาแข่งขันประชันฝีปากกันแสดงว่าก่อน พ..๒๐๒๐ นั้น โคลงเรื่องอุสสาบารสคงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และโคลงอุสสาบารสต้องแต่งก่อนโคลงนิราศหริภุญชัยเพียงแต่ยังไม่พบต้นฉบับที่เก่ากว่าโคลงนิราศหริภุญชัยเท่านั้น เพราะในสมัยก่อนโคลงนิยมจารลงในใบลานซึ่งใบลานมีอายุการใช้งานไม่นานนักย่อมจะเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา  แต่ถึงแม้ไม่พบต้นฉบับโคลงอุสสาบารส แต่เราก็พบหลักฐานจากโคลงนิราศหริภุญชัย ซึ่งแต่งในสมัยต่อมาได้กล่าวถึง  เป็นหลักฐานที่กล่าวอย่างแจ้งชัดว่า ชาวล้านนานิยมอ่านหนังสือมานานแล้ว และอ่านเป็นทำนองเสนาะแบบล้านนาซึ่งเรียกกันปัจจุบันว่า การขับโคลงด้วย   โคลงล้านนาในอดีตมิได้เขียนหรือแต่งขึ้นเพียงเพื่อการอ่านอย่างปัจเจกชนแต่เป็นการเขียนเพื่อการสื่อสารในวงกว้าง สังเกตจากการมีคำสร้อยในโคลงซึ่งแตกต่างจากคำสร้อยในโคลงสมัยอยุธยา ที่เป็นคำสร้อยเพื่อย้ำความหมายเป็นส่วนใหญ่  ส่วนคำสร้อยในโคลงล้านนามักไม่ได้เสริมความหมายเท่าใดนัก คำสร้อยเช่นคำว่า  แฮ   เอย่  เยอ  เอย  เฮย    น่าจะเป็นคำกำหนดท่วงทำนองการขับโคลงเพื่อเสพย์สุนทรียรสแห่งเสียงมากกว่าเพื่อขยายขอบข่ายความหมายให้ชัดแจ้งขึ้น 

                จากหลักฐานที่กล่าวมาทั้งหมดคงจะพอตอบคำถามว่า ครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาชาวล้านนาอ่านอะไร และทำไมต้องอ่าน เป็นที่น่าชื่นชมที่ชนชาวล้านนาในอดีตได้อ่านวรรณคดีมรดกฉบับล้านนา เพื่อสืบสายสุนทรียรสของบทกวีมาเนิ่นนานกว่าครึ่งศตวรรษ  หวังว่าชนล้านนาและชาวไทยรุ่นหลังคงสืบทอดสายสุนทรียรสนี้ต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด……..

อ้างอิง

                ไพฑูรย์   พรหมวิจิตร .อุสสาบารส โคลงดั้นล้านนา .เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยสังคม  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,2543.

                มณี   พยอมยงค์ .ประวัติและวรรณคดีลานนาไทย.กรุงเทพฯ : มิตรนราการพิมพ์ , 2516 .

               


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22
ศิษย์กวง วันที่ : 11/03/2008 เวลา : 00.21 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

ครูครับ ครูครับ
ตามมาดูที่นี่เร็ว มหัศจรรย์มาก
http://www.oknation.net/blog/kittichaiblog
ความคิดเห็นที่ 21
รัตน์ใบขวาน วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 12.03 น.
http://www.oknation.net/blog/khonthook
กลุ่มวรรณกรรมใบขวาน - www.esanstate.com 

มาอ่าน ย้อนหลัง
เเละขออนุญาตเเลกลิ้งค์
...

สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 20
ประกายพฤกษ์ วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 09.16 น.
http://www.oknation.net/blog/khoncr

กำลังทำ ตามแบบฉบับของกูเอง (ฮาๆๆๆๆ)
คาดว่าทันส่งสิ้นเดือนนี้
สมศักดิ์ จำไม่ได้ว่าอ.บ.ต.อะไร แต่อยู่ในเพชรบูรณ์แน่นอน
เบอร์โทรกูลบไปแล้วเพราะเปลี่ยนซิมบ่อยตามกระแสของถูกๆ
ความคิดเห็นที่ 19
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 05.06 น.
http://www.oknation.net/blog/yiumthongnoy

บักรุ่ง มึงทำคศ.๓ หรือยังวะ ถ้าได้แล้วช่วยสอนกูหน่อย กูอยู่ภักดีชุมพล รอยต่อเพชรบูรณ์กับลพบุรี รถอุบลฯ-เชียงใหม่วิ่งผ่าน้านกู ตอนไปเชียงใหม่พบกับมึงและเมียปี ๔๐ กูก็เดินทางเส้นนี้แหละ สมศักดิ์ ทวีทรัพย์ เป็นปลัดอบต.อำเภออะไรวะ.
ความคิดเห็นที่ 18
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 05.06 น.
http://www.oknation.net/blog/yiumthongnoy

บักรุ่ง มึงทำคศ.๓ หรือยังวะ ถ้าได้แล้วช่วยสอนกูหน่อย กูอยู่ภักดีชุมพล รอยต่อเพชรบูรณ์กับลพบุรี รถอุบลฯ-เชียงใหม่วิ่งผ่าน้านกู ตอนไปเชียงใหม่พบกับมึงและเมียปี ๔๐ กูก็เดินทางเส้นนี้แหละ สมศักดิ์ ทวีทรัพย์ เป็นปลัดอบต.อำเภออะไรวะ.
ความคิดเห็นที่ 17
ครูหลังเขา วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 01.29 น.
http://www.oknation.net/blog/parding


ยินดีที่ได้รู้จักครูเก่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 16
เก็ดถวา วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 12.36 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
ดาวดวงน้อยประกายนั้นยังพร่างพรายดังหัวใจคนมิเคยสูญสิ้นศรัทธา

สวัสดีค่ะพี่

-------

ความคิดเห็นที่ 26
ประกายพฤกษ์ วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 11.43 น.
http://www.oknation.net/blog/khoncr


บ่อได้ไปผ่อ งานหลายแก่ ว่างๆเก็ตถวากะประมวลเรื่อง ประมวลรูปมาลงผ่องเน้อ ค้อยขอย...คนได้ไป

--------------

เก็ดถวาเอารูปมาลงฮื้อผ่อแล้วเน้อเจ้า
มีเวลาเมื่อใด บ่ดีลืมเข้าไปผ่อเน้อเจ้าเน้อ


ความคิดเห็นที่ 15
ครูหลังเขา วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 22.03 น.
http://www.oknation.net/blog/parding


แวะมาเยี่ยมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 14
สราลี วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 12.47 น.
http://www.oknation.net/blog/AnuchitIntranum


ผมอนุชิตนะครับ ทีมงานการเมืองพัทลุง มีคับนักการเมืองท้องถิ่นชื่อคุณสมพร ทำงานอยู่ที่ อบจ.
ความคิดเห็นที่ 13
ประกายพฤกษ์ วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/khoncr

ตอบคุณศิย์กวง บอกผมชื่อรุ่งหรือประกายพฤกษ์ก็ได้ครับ อ้างได้แต่ท่านไพฑูรย์จะเป็นคนใจเย็นมากต้องตามจึงจะได้ครับ ที่จริงหากไปไม่พบพี่ไพฑูรย์ที่ถาบันวิจัย บอกน้องที่เรียน มช.ไปที่เรือนเดิมคณะมนุษย์ มช.ไปหาคนชื่อเกริก อัครชิโนเรศ บอกผมวานค้นเรื่องให้น่าจะได้ครับ
ตอบเจ๊มี่ มันบ่อง่ายอย่างที่เจ๊คิดดอก ผมทำประวัติอำเภอเขตเอาไปพิมพ์แจกทุกโรง ผมได้มา ๑ เล่ม แถมไม่ช่วยเหลือค่าเอกสารการค้นคว้าเลยแม้แต่เฟื้องเดียว ที่จริงเรื่องเงินไม่สำคัญแต่แม่งใช้งบเป็นแสนสองแสน ไม่รู้มันเอาไปทำอะไรหมด คณะทำงานหลายคนจึงปฏิเสธการทำงานให้หน่วยงานราชการห่วยๆ ซึ่งมันน่าเบื่อมากๆ ผมจึงไปยื่นโนติสว่าห้ามตั้งผมเป็นกรรมการใดใดอีก หากตั้งผมก็ไม่ทำงานให้ มันก็ฟังนะ ไม่ตั้งผมมา ๑ ปีเต็ม ผมเลยสบายใจมีเวลารังสรรค์งานมากขึ้น ยิ่งเทอมนี้ใจแข็งงดสอนพอเศษในวันเสาร์-อาทิตย์ จึงมีเวลามากขึ้นอีกหน่อย นี่ถ้าเลิกเหล้าคงว่างมากขึ้นแต่คงจะยาก...(ฮา)
ความคิดเห็นที่ 12
หมี่เกี๊ยว วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 07.22 น.

เช่น ช่วงเดือนนี้ๆจัดงานเสวนาว่าด้วย พระยาพรหมโวหาร เอามาหมดเลย ทั้งงานที่เขียน ความงามอยู่ไหน ทำไมถึงดังไปสามแคว้นจะอี้น่ะ

เราต้องผลักให้มีแรงขับตรงนี้ก่อนน่ะ ถ้าพอมีหวังจะไปช่วยเต็มตัวเลยพี่
ความคิดเห็นที่ 11
หมี่เกี๊ยว วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 07.15 น.

อ้ายเจ้า เป็นไปได้ไหมว่าไอ้ที่หลักสูตรท้องถิ่น 30% น่ะ (มีอยู่หรือเปล่านะ) ให้พี่และผู้รู้ทั้งหลายในนามของจังหวัดและอำเภอมานั่งคุยกันแล้วเอาเรื่องวรรณคดี ที่มาที่ไปของล้านนาเเบบที่พี่เขียนนี้มาทำเป็นหลักสูตรเฉพาะไม่ได้เหรอ คนเชียงรายบ่ฮู้เรื่องเชียงรายมีเยอะ หนูคนหนึ่งล่ะ ข้างล่างนู้นก็อีกคน เราอ่านสุนทรภู่มากันซะทะลุ แต่เฮาบ่ฮู๋เรื่องอย่างนี้เลยอ่ะ เสียดายอันบรรดาความงามของล้านนาที่งามข้ามกาลเวลาน่ะ คิดแล้วเศร้านะ

อีกอย่างจัดถกงานวรรณกรรมล้านนาเป็นเรื่องๆไป ไม่ได้เหรอ เอาสักเรื่องก่อน ก็ได้ เอาทั้งความสำคัญ ความงาม และแง่ประวัติศาสตร์
ความคิดเห็นที่ 10
หมี่เกี๊ยว วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 06.57 น.

อ่านแล้วอิ่มอกอิ่มใจขนาด
คารวะค่ะ สุดยอดเลย
ความคิดเห็นที่ 9
ชายแดน วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 02.05 น.
http://www.oknation.net/blog/lungping
พ.ศ. 2555 ครบรอบ 750 ปี เจียงฮายบ้านเฮา

อิ่มใจ๋..
ได้อ่านเรื่องราวของล้านนาแล้วอิ่มใจ๋
ครูรุ่ง...ทำให้ปัญญาขยับทุกครั้ง
ขอบคุณความรู้ที่คนล้านนาควรเรียนรู้
ความคิดเห็นที่ 8
ศิษย์กวง วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

ขอบพระคุณพี่มากครับ
ผมจะฝากเพื่อนที่เคยเรียน มช.ไปติดต่อขอถ่ายเอกสาร
ที่สนใจเพราะกำลังเรียนกฏหมายอยู่ครับ

ปล.แล้วพี่ชื่ออะไรครับ หรือบอกชื่อตรงblog ได้เลย
ความคิดเห็นที่ 7
ประกายพฤกษ์ วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 09.57 น.
http://www.oknation.net/blog/khoncr

เรื่องตัดถ้อยต่อคำในสมัยพระเจ้ากือนาเนื้อหาเป็นการพิจารณาความเรื่องคนเป็นชู้กันแต่ในคำกล่าวของโจทก์และจำเลยมีการกล่าวการใช้วรรณกรรมเรื่องนี้จีบกันด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ประกายพฤกษ์ วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 09.49 น.
http://www.oknation.net/blog/khoncr

ตอบถ้อยศิษย์กวง เรื่องตัดถ้อยต่อคำมีตัวอย่างในเอกสารของพี่ไพฑูรย์ ถ้าสนใจจริง คุณลองส่งจดหมายถึงพี่ไพฑูรย์อ้างชื่อผม ส่งไปที่สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ๕๐๒๐๐ น่าจะมีต้นฉบับจริงซึ่งน่าจะยาว ผู้ประพันธ์หรือคนวรรณกรรมล้านนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชื่อ พระยาพรหมโวหาร "ชาติคนลือสามแคว้น ก็หากแม่นตั๋วพรหม" ผมเขียนแล้วเดือนหน้าจะโพสต์ มีฝรั่งแปล คร่าวสี่บทของท่านด้วย พระก็มีคือท่านรัตนปัญญาเถระ เป็นชาวเชียงรายที่แต่งชินกาลมาลีปกรณ์ ผมเคยเขียนมีผู้นำออกอากาศวิทยุชุมชนเชียงราย แต่ต้นฉบับหายไปครับ คนเด่นมีราว ๒๐ คน คนท้ายท้ายคือ บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ และมาลา คำจันทร์ ครับ
ความคิดเห็นที่ 5
Patong วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 08.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Patong

ข้าเจ้าเป๋นคนเจียงฮายที่รู้เรื่องเมืองเจียงฮายน้อยขนาด... ขอเปิ้งบุญเข้ามาอ่านเรืิ่องราวเมืองเหนือในบล้อคนี้ประจ๋ำ คงบ่อว่ากั๋นเนาะเจ้า...
ความคิดเห็นที่ 4
ศิษย์กวง วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 17.16 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

2.นักปราชญ์ หรือผู้ประพันธ์ วรรณกรรมต่างๆ ของล้านนา ที่มีชื่อเสียง(ยุคเก่า) พอจะทราบชื่อบ้างไหมครับ
เช่น สุนทรภู่ อะไรแบบนี้
(แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นพวกพระ)

ปล.ถามเยอะเพราะอยากรู้ พี่จะเอาไม้เบสบอลตีหัวผมรึเป่าเนี่ย แล้วผมเรื่องมากมั๊ยเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 3
ศิษย์กวง วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 17.07 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

เรื่องที่อยากถาม
1."ในสมัยพระเจ้ากือนา แห่งราชวงศ์มังราย ประมาณ พ.ศ.๑๙๐๐ เพราะมีหลักฐานกล่าวถึงลักษณะการตัดสินคดีความในกฏหมายล้านนาโบราณว่ามี ลักษณะการตัดถ้อยต่อคำ"
ถามว่า การตัดถ้อยต่อคำ พอมีตัวอย่างมั๊ยครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ศิษย์กวง วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 17.04 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

ดีใจได้อ่านเรื่องของพี่อีก
เรื่องที่ผมอยากบอก

"ผมมีเพื่อนเป็นคนเหนือ บางครั้งเวลาเขาพูดมักจะมีคำสร้อย ที่ผมฟังแล้วงงว่าคืออะไร ถามเขาก็ตอบไม่ได้ น่าจะเป็นส่วนที่ตรงกับบทความของพี่"

"ส่วนคำสร้อยในโคลงล้านนามักไม่ได้เสริมความหมายเท่าใดนัก คำสร้อยเช่นคำว่า แฮ เอย่ เยอ เอย เฮย ฯ น่าจะเป็นคำกำหนดท่วงทำนองการขับโคลงเพื่อเสพย์สุนทรียรสแห่งเสียงมากกว่าเพื่อขยายขอบข่ายความหมายให้ชัดแจ้งขึ้น "
ความคิดเห็นที่ 1
ประกายพฤกษ์ วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 09.56 น.
http://www.oknation.net/blog/khoncr

โพสต์บทความแล้วคร้าบ เชิญทัศนา ผิดพลาดประการใดโปรดแนะนำด้วยนะคร้าบบบบ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29