วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน 2551
พิณเปี๊ยะ ของล้านนาจริงหรือ?
Posted by
ประกายพฤกษ์
,
ผู้อ่าน : 302
, 14:54:45 น.
พิมพ์หน้านี้
|
พิณเปี๊ยะ เป็นของเครื่องดนตรีล้านนาจริงหรือ? 
แปงโนจาจ่อมไหม้ เมือสวรรค์ แลฤา ฝันแห่งคีตกวี วาดฟ้า บรรเลงทิพยารมณ์ ลอยล่อง ลมรา หล้าโลกตะลึงนิ้ว เสนาะพิณ เพลงเปี๊ยะแปงเปิดโลก รมณีย์ คีตกวีเชียวราย แหล่งปื้น ชีวิตวาดสุนทรีย์ ท้ายุค สมัยพ่อ พื้นพลิกพิณเสนาะไว้ หว่างกมล ( ไพฑูรย์ พรหมวิจิตร-แต่ง) พิณเปี๊ยะ หือ พิณเพียะ เป็นเครื่องดนตรีใช้ดีดจำพวกพิณ ซึ่งพิณน้ำเต้าเป็นเครื่องดนตรีร่วมตระกูลที่มีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงที่สุด เพียงแต่พิณน้ำเต้ามีเพียงหนึ่งสาย ส่วนพิณเปี๊ยะนั้นมีสายตั้งแต่ ๒-๗ สาย กล่องเสียงทำด้วยกะลามะพร้าว ซึ่งพิณเปี๊ยะนี้เกือบจะสูญหายไปจากสังคมล้านนา แต่มีชาวล้านนา-เชียงราย เป็นผู้สืบทอดไว้ คือ ลุงแปง โนจา ศิลปินพิณเปี๊ยะคน(เกือบ)สุดท้ายที่สืบสานสายพลิกฟื้นพิณเปี๊ยะให้มีโลดแล่นชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เนื้องจากพิณเปี๊ยะถูกสืบทอดโดยลุงแปง โนจา ชาวลำพูนที่อพยพมาตั้งรกรากที่เชียงรายและลุงแปง เรียนดีดเปี๊ยะจากพ่อครูผั้นที่เชียงใหม่ ทำให้ภาพลักษณ์ของเปี๊ยะเปรียบเสมือนเป็นเครื่องดนตรีของล้านนา แต่แท้จริงแล้ว พิณเปี๊ยะเขียนตามการออกเสียงหรือเขียนตามรูปศัพท์ว่าพิณเพียะมีการเล่นเครื่องดนตรีนี้ในภาคกลางมานานแล้วดังปรากฏในวรรณคดีสมัยอยุธยาหลายฉบับ เช่น ในกาพย์ขับไม้ เรื่องพระรถเสน มีความว่า ครั้นได้ฤกษ์ดี จึงเบิกบายศรี สมโภชภูบาล แตรสังข์เสียงใส พาทย์ฆ้องศรไชย มีทั้งฉิ่งเพลงชาญ ปี่ขลุ่ยเสียงหวาน จะเข้พีณเพลียการ ศัพท์คือเพลียงสวรรค์ และในอนิรุทธคำฉันท์ ซึ่งเชื่อกันว่า ศรีปราชญ์ เป็นผู้แต่งในสมัยรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช(เขียนอักขรตามสำนวนเก่า) สายาเข้าคว้าเล่น หลายกล เดอรดีดเพลียเพลงพาล รยกชู้ สายาอยู่ในถนน ถามข่าว รยมฤา ยงงที่สาวน้อยรู้ รยกขวนนฯ จากตัวอย่างที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่าภาคกลางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยานั้นมีการดีดพิณเปี๊ยะมานานแล้ว นอกจากวรรณคดีทั้งสองเรื่องแล้ว ในภาพจำหลักปูนปั้นสมัยทวารวดี เล่าเรื่องชาดกประดับรอบฐานเจดีย์ พบที่คูบัว จ.ราชบุรี(ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงเทพฯ) ก็ปรากฏรูปนักดนตรีหญิงหนึ่งในห้าคนดีดพิณน้ำเต้าหรือพิณเปี๊ยะ ที่ระบุแน่ชัดว่าเป็นพิณชนิดใดในสองชนิดนี้เพราะภาพปูนปั้นนั้นเลือนรางไม่ทราบชัดว่าพิณนั้นมีกี่สาย จึงแยกชัดเจนไม่ได้ แต่ถึงไม่ชัดเจนว่าเป็นพิณชนิดใดก็ยังแสดงให้เห็นว่าพิณน้ำเต้าหรือพิณเปี๊ยะมีมานานในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ประมาณ พุทธศตวรรษที่ ๑๒๑๓ แล้ว ไม่ใช่แต่เพียงไทยสยามเท่านั้นที่มีหลักฐานรูปภาพว่ามีการดีดพิณน้ำเต้า ภาพสลักหินที่ปราสาทหินนครวัด ต้นธารวัฒนธรรมขอมลพบุรี ก็มีภาพนักดนตรีเล่นพิณน้ำเต้าด้วยเช่นกัน พิณน้ำเต้านี้น่าจะมีวิวัฒนาการในยุคต่อมาเป็นพิณเปี๊ยะเพราะพิณเปี๊ยะมีสายมากกว่าพิณน้ำเต้า ในสายวิวัฒนาการของเครื่องดนตรีน่าจะวิวัฒนาการจากความเรียบง่ายไปสู่ความซับซ้อน ในวรรณกรรมล้านนานั้นพิณเพียะก็มีปรากฎในโคลงดั้นล้านนาเรื่องอุสสาบารส ฉบับวัดป่าฮิ้น ต.บ้านโป่ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ซึ่งแสนสุรินทร์เป็นผู้คัดลอกไว้ประมาณ พ.ศ.๒๓๘๑ มีความว่า เถิงกองดึกพิณพาดแก้ว เกรงเกรง มีแต่คนล่าเลง แอ่วเหล้น แม่ได้ยินเสียงเพียะหมู่พิณเพลง แกมขลุ่ย ก็มีเฮย อวนแม่หมองหม้อมเหมี้ยง ผ่อแล้วเล็งดาย และในโคลงดั้นล้านนาเรื่องอุสสาบารส ฉบับที่ไพฑูรย์ ดอกบัวแก้ว สถาบันวิจัยสังคมได้ปริวรรตมาจากร้านขายของเก่า จ.เชียงใหม่ ไม่ทราบผู้คัดลอก มีความกล่าวถึงพิณเปี๊ยะว่า ยามดึกฆ้องพาดแคว้ง เสียงเครง นั้นนา ฝูงหมู่คนละเลงตรงตรง แอ่วเหล้น เสียงเพะหมู่พิณเพง แกมขุ่ย นั้นนา แม่มือฝายน้ำหน้าไห้ หอดหิว จากที่กล่าวมาแสดงว่าในลุ่มน้ำปิงนั้นมีความนิยมดีดพิณเปี๊ยะอยู่มานานอย่างน้อยน่าจะนิยมเล่นกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังรายครองล้านนา หากนิยมเล่นกันไม่นานมานี้คงไม่มีการนำมาบันทึกไว้ในโคลงอุสสาบารส ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวรรณกรรมที่น่าจะแต่งสมัยพระเจ้ากือนา (๑๙๑๐๑๙๓๑) เพราะโคลงที่แต่งหลังอุสสาบารส เช่นโคลงนิราศหริภุญชัยที่แต่งใน พ.ศ.๒๐๖๐ กล่าวถึงเนื้อความบางตอนในโคลงอุสสาบารสไว้แล้ว จากหลักฐานที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่า พิณเปี๊ยะไม่น่าจะเป็นเครื่องดนตรีของชาวล้านนาแต่เพียงชนเผ่าเดียว น่าจะเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมเล่นกันแพร่หลายในหลายๆกลุ่มชน ทั้งในดินแดนที่เราเรียกกันว่าประเทศสยาม และในประเทศล้านนา แต่คงเสื่อมนิยมลงไปจนเกือบสูญสลายหายไป เป็นบุญของประเทศที่ชาวล้านนา-เชียงราย คนหนึ่ง คือลุงแปง โนจา ได้เผดียงใจสืบทอดคีตลักษณ์พิณเปี๊ยะไว้ไม่ให้สูญไปจากแผ่นดินเชียงรายและแผ่นดินไทย เราชาวเชียงรายชั้นลูก ชั้นหลานก็น่าจะต้องประคับประคองสืบสานพิณเปี๊ยะให้คงอยู่คู่แผ่นดินเชียงรายและประเทศไทยต่อไป อย่างน้อยถ้าพิณเปี๊ยะจะสาบสูญจากแผ่นดินนี้ก็ไม่น่าจะสาบสูญในชั่วอายุของคนรุ่นเรา ถ้าแม้กระทั่งเครื่องดนตรีที่เห็นรูปร่างจับต้องได้ ชนรุ่นเรารักษาไว้ไม่ได้แล้ว จะรักษาความดี ความงามภายในใจซึ่งไม่เห็นรูปไม่มีร่างจับต้องไม่ได้ ให้คงอยู่เป็นมิ่งขวัญแก่แผ่นดินได้อย่างไรเล่า ? อ้างอิง คณะกรรมการกลุ่มผลิตชุดวิชาภาษาไทย ๒มสธ. ภาษาไทย ๒ การประพันธ์ไทย.กรุงเทพฯ:หจก. แสงจันทร์การพิมพ์,พิมพ์ครั้งที่ ๔,๒๕๔๗. ไพฑูรย์ ดอกบัวแก้ว. อุสสาบารส โคลงดั้นล้านนา. เชียงใหม่:สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัย เชียงใหม่,๒๕๔๓. อำนวย จั่นเงิน (บก.) แปง โนจา ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาศิลปะการแสดง(ดนตรีพื้น บ้าน-พิณเปี๊ยะ) กรุงเทพฯ : กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม,๒๕๓๘.
|