พิมพ์หน้านี้
ขอมเชียงราย
ประเทศเขมร หรือกัมพูชาห่างจากเชียงรายเป็นพัน ๆ กิโลเมตร แล้วดินแดนที่เราเรียกว่า เชียงรายในปัจจุบันนี้มีขอมจริงหรือ ถ้าเคยมีขอมอยู่จริง ขอมเคยอยู่ที่ไหน ขอมกับลัวะใครมาอยู่ก่อนกัน บทความนี้อาจตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ทั้งหมด เพราะจำนวนหน้าในบทความน้อยเกินไป แต่ที่ตอบได้อย่างฟันธงว่าไม่ผิดเพี้ยนแน่นอน คือ เคยมีขอมในเชียงรายจริง และขอมสาบสูญจากเชียงรายไปนานมากแล้ว นานมากหรือไม่มากก็ราว ๆ 1,066 ปีมาแล้ว 1,066 ปีมาแล้ว แล้วรู้ได้อย่างไร ว่าเคยมีขอม ตอบสั้น ๆ ว่ารู้ได้ด้วยเหตุผลสองประการคือ ประการที่หนึ่งมีตำนานใบลานระบุว่ามีขอม ประการที่สองรู้จากการศึกษาภาษาเชิงนิรุกติศาสตร์ ตำนานใบลานที่ระบุไว้ตำนานไหนเชื่อถือได้ไหม ตำนานทุกตำนานมีที่มาที่ไปที่จะอธิบายว่าชุมชนนี้มีเหตุการณ์อย่างไร อาจจะเชื่อไม่ได้ทั้งหมดทุกอักขระ แต่ทุกตำนานมีเค้าความจริง ตำนานที่ระบุว่าเคยมีขอมคือตำนานเมืองสุวรรณโคมคำ ตำนานเชียงแสน (หรือที่นิยมเรียกกันว่า ตำนานสิงหนติกุมาร) กล่าวว่า เดิมที่ราบลุ่มแม่น้ำกกเคยเป็นที่อยู่ของกรอม หรือขอม คำว่า กรอม หรือขอม ตามลักษณะทางภาษาถือเป็นคำเดียวกัน เพราะรูปอักษร กร ในล้านนา (เฉพาะการออกเสียงของคนเมือง) นิยมอ่านเป็นเสียง ข เช่น คำว่า สงกรานต์จะอ่านเป็น สัง-ขาน เป็นต้น และคำว่า กรอมนี้เอง ชาวลื้อจะออกเสียงเป็น กะ-หลอม จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นหลักฐานทางภาษาอีกอย่างหนึ่งว่ากรอม ของลื้อ คือ เงื่อนอันหนึ่งที่นำไปสู่การสันนิษฐานได้ว่า เชียงรายเคยมีขอมเรื่องภาษาจะกล่าวรายละเอียดตอนท้าย ตอนนี้ว่าด้วยเรื่องตำนานต่อไป ในเมื่อตำนานบอกอย่างนี้แล้ว เมืองของขอมอยู่ที่ไหนในตำนานเมืองสุวรรณโคมคำ กล่าวว่าเมืองตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ริมฝั่งลาว ขอมซึ่งมีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่เขมรคงจะเคลื่อนย้ายขยายอำนาจขึ้นมาตามแม่น้ำโขง มาถึงเกาะกลางแม่น้ำโขงเห็นมีชัยภูมิดีก็เลยสร้างบ้านแปลงเมืองอยู่บนเกาะ จิตร ภูมิศักดิ์ ระบุว่าเมืองสุวรรณโคมคำ ตั้งอยู่บนเกาะ ตรงดอนมูล เยื้องปากแม่กกลงไปทางใต้เล็กน้อยตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านสวนดอก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งประเด็นนี้ ดร.นวลศิริ วงศ์ทางสวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มช. ผู้ศึกษาร่องรอยเมืองโบราณจากภาพถ่ายทางอากาศระบุว่า ตรงบริเวณที่ จิตร ภูมิศักดิ์ สันนิษฐานไว้ พบว่าบริเวณดอนมูลทางทิศตะวันตก มีขนาดใหญ่พอที่จะตั้งเป็นเมืองได้ พบร่องรอยเมืองโบราณชัดเจนและพื้นที่ดังกล่าวเป็นร่องน้ำโขงเดิมก่อนเปลี่ยนทิศทาง เมื่อแม่น้ำโขงเปลี่ยนทิศทางการไหลจึงทำให้เมืองสุวรรณโคมคำล่มสลายไป เมืองสุวรรณโคมคำนี้มีอำนาจมากดังปรากฎหลักฐานจากทูตจีน ว่าเมืองนี้อำนาจแผ่ขยายไปถึงบริเวณที่เรียกกันว่ายูนาน ประเทศจีน เมื่อเมืองล่มสลายเพราะสายน้ำ ขอมจึงอพยพมาสร้างเมืองใหม่ริมแม่น้ำกก ชื่อว่าเมืองอุมงคเสลา เมืองนี้เองที่พระเจ้าพรหมเจ้าชายแห่งเวียงพางคำได้ยกทัพมาตีขอมได้ในปี พ.ศ.1479 และขับไล่ขอมไปจากเชียงราย แล้วพระองค์ก็ครอบครองเมืองต่อจากขอมเปลี่ยนชื่อเป็นเวียงไชยปราการ หรืออำเภอเวียงไชยในปัจจุบันนี้ นักประวัติศาสตร์ล้านนาหลายคน อาทิ สงวนโชติสุขรัตน์ (ชม.) อาจารย์อินทร์ สุใจ (ชร.) ได้ศึกษาถ้อยคำในตำนานระบุตรงกันว่า เวียงไชยปราการ คือ เวียงชัย จ.เชียงราย ไม่ใช่เวียงไชยปราการที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพราะที่เชียงใหม่เป็นเมืองในยุคหลังที่พญามังรายทรงสร้าง ขอมเมื่อสร้างเมืองอุมงคเสลาแล้วก็ปกครองชนพื้นเมืองอย่างเข้มแข็ง เป็นปึกแผ่น มีอาณาเขตกว้างขวางจึงยกทัพบุกยึดเมืองโยนกนาคนครซึ่งเป็นเมืองของพระเจ้าพังคราช แล้วส่งตัวพระเจ้าพังคราชไปครองเวียงสี่ตวง เวียงสี่ตวงเป็นเมืองขึ้นของขอม ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการให้ขอมเมื่อพระเจ้าพรหมมหาราชขับไล่ขอมออกจากอาณาจักรแล้ว ตำนานเรื่องขอมก็ยุติลง แต่นอกจากขอมจะปรากฎในประวัติศาสตร์เชียงรายแล้ว ในประวัติศาสตร์สุโขทัยเอง สมัยพ่อขุนบางกลางหาว บรรพบุรุษของพ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองราด (เพชรบูรณ์ปัจจุบัน) จึงชนะขอมและสถาปนาอาณาจักรไทยขึ้นมาได้ ซึ่งก็เป็นการยืนยันอีกทางหนึ่งว่าบริเวณภาคเหนือนี้อิทธิพลขอมแผ่มาถึง ทั้งตอนบนสุดและตอนล่างสุดของภาคเหนือ บทเพลงเพื่อชีวิตคาราวานชุด คนไกลบ้าน มีเพลง ๆ หนึ่ง ชื่อเพลิง ขยม กล่าวถึง ขอมหรือเขมรไว้อย่างน่าฟังว่า ขยมเป็นคนเขมร อยู่เป็นด้วยชีวิตหวาดไหวเมืองเขมรวอดวาย เพื่อนตาย พ่อ ตาย แม่ตาย สงครามคือความหายนะ อารยธรรมก็แหลกลงไปประสาทหินกลายเป็นฝุ่นทราย ศพรายกระดูกเรียง เมียงเอย ไม่เคยระเหยจากดิน เลือดคนไหลรินชุ่มแดง ขยมเป็นคนเขมร ขยมเป็นคนเขมร หลักฐานที่หลงเหลืออีกประการหนึ่งคือหลักฐานทางภาษา คำศัพท์เดียวที่เป็นภาษาขอมและคนล้านนายังใช้กันจนถึงปัจจุบันคือคำว่า ขะโยม หรือขะโยมวัด ซึ่งหมายถึง เด็กวัด เป็นภาษาเขมรเขียนว่า ขญ/ขญม หากเป็นคำนาม หมายถึง ข้า หรือ บ่าว คำสรรพนามเขียนว่า ขยุม หมายถึง ฉัน ในบทเพลงขยมของคาราวานใช้ในความหมายนี้ ขยม คำนี้ปรากฎหลักฐานเก่าแก่ในศิลาจารึกของเขมรสมัยนครหลวงเรียกทาสที่อุทิศที่ถวายวัดว่า ขญมพระในพจนานุกรรมไทยฉบับราชบัณฑิตติยสถาน คำขะโยม เขียนว่า ขยม อ่านออกเสียงแบบอักษรนำว่า ขะ-หยม ในความหมายที่หมายถึงเด็กวัดมีในภาษาล้านนาก็ยังคงมีอยู่บ้าง แม้ไม่มากคำแต่ชัดเจนว่าเป็นคำเขมรหรือคำขอมแน่นอนในจังหวัดเชียงใหม่มีวัดหนึ่ง ชื่อวัดทุงยู ซึ่งก็เป็นคำเขมรเดิมคำนี้เขียนว่า ทงยู เขมรปัจจุบันออกเสียงเป็นเตียงยู แปลว่า ร่มกระดาษ ในหลักภาษาศาสตร์ คำเรียกชนชาติเป็นคำที่น่าศึกษาเพราะถือเป็นคำพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงยากเหมือนคำศัพท์เกี่ยวกับร่างกาย และคำเรียกเครือญาติ หากเรายึดถือคำว่า กรอมของลื้อซึ่งเรียกคนเมืองในปัจจุบันนี้ว่าเป็นคำที่เรียก กลุ่มชนกลุ่มแรกที่อาศัยอยู่ในล้านนาตามการรับรู้ของลื้อในยุคที่เลื้อเริ่มอพยพเข้ามาอาศัยในดินแดนพื้นถิ่นนี้แล้ว กรอมของลื้อก็คือ ขอม ในยุคแก ต่อมาคนเมืองเข้ามามีอำนาจจนผสมผสานเผ่าพันธุ์เป็นคนเมือง แต่คำเรียกของลื้อก็ยังเรียกชนที่มีอำนาจในพื้นถิ่นนี้ว่ากรอมอยู่ก็แสดงว่า กรอมหรือขอมเคยมีตัวตนอยู่จริง สายธารการรับรู้ของชาวลื้อจึงไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา คำว่า คนเมือง นั้นใช้เท่าที่ปรากฎครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2427 ในรายงานของพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิชิตปรีชากร ซึ่งเป็นข้าหลวงปกครองล้านนาในสมัยรัตนโกสินทร์นี้เอง ในอดีตคนเมืองเรียกตนเองว่าอย่างไรยังไม่หลักฐานแน่ชัด ดังนั้นลื้อจะเรียก คนเมืองขณะนี้ ว่าคนเมือง ในครั้งกระโน้นคงไม่ได้เพราะลื้อพบกลุ่มชนแรกที่ครองอำนาจในขณะนั้นคือ ขอม จึงเรียกกลุ่มชนที่มีอำนาจในล้านนาในกาลต่อมาว่า ขอมหรือกำรอมเรื่อยมาตามความเคยชิน กลุ่มชนที่อพยพเข้ามาภายหลังลื้อทั้งหมดหลากเผ่าหลากพันธุ์ก็เรียกคนเมืองปัจจุบันตามสำเนียงของลื้อ ดังตารางนี้ การเรียกชื่อคนเมืองของชนเผ่าต่าง ๆ จากตารางข้างต้น สรุปได้ว่ากรอมในตำนานหรือกะหลอม ซึ่งชาวลื้อ ใช้เรียก คนเมือง ปัจจุบันก็คือ คำคำเดียวกันและในอดีตหมายถึง ขอมหรือ เขมรโบราณ ที่เคยมีอำนาจครอบครองเชียงรายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ปี แต่ปัจจุบันขอมสาบสูญจากล้านนาไปแล้ว 1066 ปี เหลือเพียงตำนานความยิ่งใหญ่ที่ชนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ชนะจารึกไว้และเหลือถ้อยคำเพียงไม่กี่คำที่ยังหลงเหลือให้ได้ใช้ได้ระลึกถึง ขอมเชียงราย พันกว่าปีที่ขอมเจ้าแห่งแผ่นดินเชียงราย ถูกไล่จนล่าถอยจากเหนือสุดในสยามประเทศ แต่ขอมในปัจจุบันนี้ก็ยังอยู่ในวังวนสงครามไม่รู้จบรู้สิ้น คงไม่มีถ้อยคำใดจะกล่าวถึงเมืองเขมรปัจจุบันได้ดีเท่าเพลงขยมของคาราวาน .. ขยมเป็นคนเขมรอยู่เป็นด้วยชีวิตหวาดไหวเมืองเขมรวอดวาย เพื่อนตาย พ่อตาย แม่ตาย สงครามคือความหายนะ อารยธรรมก็แหลกลงไป .. หลายขวบปีนี่หนอ เสียงซอกะเรียงอยู่ไหนมีแต่เสียงลูกปืนลูกไฟ ลูกบอมป์ก้องไปทั่วแคว้นหมื่นแสนประกายปืนกลเข้มข้มเขียวคาวข้นแค้นปวงประเจียทั่วแดน ที่ยังให้หยัดสู้มัน จัดมั่งคงเกี่ยวพันร้อยพันแสนพันชูธง ขยมเป็นคนเขมร
. อ้างอิง จันทบูรณ์ สุทธิ และสมเกียรติ จำลอง ลัวะ และวัน เดือน ปี วัน เดือน ปี ชาวเขา เล่ม 1 |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||