|
ปี่พระอภัยมณี...หาย ปี่พญามังราย....อยู่.? 
อนุสนธิจากกรณีที่ปี่พระอภัยมณีหายไปจากรูปจำหลัก แต่ต่อมาได้คืนจากกองขยะห่าง จากบริเวณอนุสาวรีย์สุนทรภู่ประมาณ ๓ กิโลเมตร พระอภัยมณีนั้นเป็นตัวละครในจินตนาการของสุนทรภู่ เป็นตัวเอกที่ไปเรียนวิชากับอาจารย์โดยต้องแลกกับค่าเล่าเรียนเป็นทองคำแสนตำลึง โดยพระอภัยมณีพระธำมรงค์ที่ติดกายไปชดใช้เป็นค่าเล่าเรียน ใช้เวลาเรียนทั้งหมดเจ็ดเดือน หลังเรียนอาจารย์ให้พระธำมรงค์คืน โดยบอกว่าเป็นอุบายให้เรียนได้เฉพาะเชื้อพระราชวงศ์หรือลูกหลานคหบดีเท่านั้น ถ้าแม้นว่าข้าศึกมันโจมจับ จะรบรับสารพัดให้ขัดสน เอาปี่เป่าเล้าโลมน้ำใจคน ด้วยเล่ห์กลโลกาห้าประการ คือรูปรสกลิ่นเสียงเคียงสัมผัส เกิดกำหนัดลุ่มหลงในสงสาร ให้ใจอ่อนนอนหลับดังวายปราณ จึงคิดอ่านเอาชัยเหมือนใจจง ส่วนพญามังรายนั้นเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย พระองค์พระราชสมภพที่ เมืองเชียงแสน (จังหวัดเชียงราย-ปัจจุบัน) ในช่วงวัยเยาว์พระองค์ชอบเล่นลูกข่างและเป่าปี่ เป่าแคน ปี่พญามังรายนั้น น่าเป็นปี่พื้นเมืองที่ทำจากต้นไผ่ ต้นอ้อ และเป็นปี่ลื้อเพราะเชื้อเครือทางสายพระราชมารดาของพระองค์เป็นพระราชธิดาหรือไม่ก็เป็นพระเจ้าน้องยาเธอของท้าวรุ่งแก่นชาย กษัตริย์เมืองเชียงรุ่ง ดินแดนสิบสองพันนา ( ประเทศจีนในปัจจุบัน ) ดังมีเอกสารพับเคล้าเชื้อเจ้าแสวนหวีฟ้า หรือพับเชื้อเครือเจ้าแผ่นดินลื้อ ซึ่งก็คือสมุดข่อยที่เป็นพงศาวดารบันทึกลำดับราชวงศ์กษัตริย์ไทลื้อที่ปกครองเมืองเชียงรุ่ง สิบสองพันนาในอดีตเป็นรัฐอิสระที่ปกครองตนเองสืบเชื้อเครือกษัตริย์มาถึง ๔๐ รัชกาล เนื่องจากมีฐานะเป็นรัฐชายขอบที่ติดกับล้านนา พม่า จีน และล้านช้าง จึงมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวเนื่องกับรัฐเหล่านี้ตลอดมา เอกสารใบลานล้านนาในบางส่วนที่มีเนื้อความคลุมเครือไม่ชัดเจน เอกสารพับลื้อช่วยให้ภาพในอดีตชัดเจนขึ้น เอกสารพับพื้นเคล้าเครือเจ้าแสวนฟ้าสิบสองพันนา ฉบับขนานจอมชำระ คำว่า ขนาน ของไทลื้อ คือ ผู้ที่ผ่านการบวชเป็นพระภิกษุแล้ว เหมือนคำว่า ทิด ในคำสยาม คำว่า หนาน ในล้านนา ขนามจอมนี้เป็นอาลักษณ์เมืองฮายได้ชำระโดยรวบรวมจากฉบับเดิม ๓ ฉบับเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๔ ได้ระบุถึงพระราชประวัติและความเป็นมาของพญามังรายในวัยเยาว์ว่าพระองค์ชอบเล่นลูกข่างและเป่าปี่ จนพระอัยกาเจ้าท้าวรุ่งแก่นชายกษัตริย์เมืองเชียงรุ่งทรงโปรดให้ช่างประจำราชสำนักหล่อลูกข่างและตีปี่ทองคำเพื่อพระราชทานให้พระราชนัดดาของพระองค์(คัดลอกมาเฉพาะส่วนที่เห็นว่าเกี่ยวเนื่อง) "ท้าวรุ่งแก่นชายเป็นเจ้าสักแทนพ่อ ท้าวรุ่งแก่นชายมีลูกชาย ๑ ชื่อท้าวแรงหลวง ลูกยิงหนึ่งชื่อนางโอมิ่งไข่ฟ้า ใหญ่มาพอช่างย่างแอ่วเหล้นใส่ชื่อนางอกแอ่น ยามนั้นเจ้าเชียงรายชื่อแสนดาวหยาดเชียงรายมาสอดเอาเป็นนาง ยามเมื่อจักอ้มหื้อเจ้าเชียงรายนั้น มาใส่ชื่อนางคำกาย ดังนางผู้นั้นก็เป็นที่รักมักจำเรินใจแห่งพระยาแท้แล บ่นานเท่าใดนางฝันหันดาวผกายลูก ๑ ตกแต่อากาศหุนทักขิณ มาใส่อกใจนาง วันลูนนางก็กล่าวแก่พระยาชู่อัน พระยาก็เรียกหาพรหมณอาจานมาทวายดูนิเมตนาง พรหมณอาจานกล่าวว่า นางจักได้ลูกชาย ๑ ผู้ประเสิดจักผาบแพ้ท้าวหุนทักขิณหมิ้นชะแล ดังนางทรูงครรภได้ ๑๐ เดินก็ประสูติแล ดังลูกชายก็จำเรินใหญ่มาได้เดิน ๑ พระยาเมิงลื้อ ท้าวรุ่งแก่นชายแลพี่ชายนางชื่อท้าวแรงหลวง ก็ชวนเอานางตนแม่แลพ่อลุงไพหลอนเดินมงคลผู้เป็นหลานถึงเวียงเชียงราย จิงเรียกเจ้ากุมมารนั้นชื่อว่ามงคลนารายเพื่ออั้นแล ท้าวรุ่งแก่นชายก็คืนมาสู่ที่อยู่แห่งตนหั้นแล เมื่อพายลูนคุนทั้งหลายเรียกว่าท้าวมังราย ลูกนางคำกาย หลานท้าวรุ่งแก่นชายว่าอั้นแล แต่นั้นท้าวรุ่งแก่นชายก็ยอมหื้อคนไปใช้หานนั้นชู่เดิน คนใช้มากล่าวว่า หลานชายท่านใหญ่มาหมเหล้นหมากข่างว่าอั้น ท้าวรุ่งแก่นชายก็หื้อคนช่างหมอหล่อคำหื้อเป็นหมากข่างนั้นเอาลุงไพหาหลานเหล้น ลูนนั้นคนใช้ก็พอกมากล่าวว่า หลายชายเจ้าใหญ่มาหมเป่าปี่ ก็หื้อคนหมอช่างมาตีปี่คำเอาไพหื้อหลานเหล้นแล" เนื่องจากพญามังรายเป็นมหาราชพระองค์ที่ ๒ ของล้านนา มีพระราชมารดาเป็นเชื้อพระวงศ์ไทลื้อจึงมีบันทึกกล่าวถึงพญามังรายในช่วงแรกๆอย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถเชื่อได้อย่างไม่กังขาว่าพระนามของพระองค์คือมังรายอย่างแน่นอน แม้จะมีนักวิชาการบางท่านในไทยระบุว่าที่เขียนพระนามว่า เมงราย นั้นอาจเป็นเพราะระบบการออกเสียงของชาวไทลื้อที่ออกเสียง มัง เป็น เมง หากออกเสียงแบบนั้นจริงพับสาลื้อน่าจะจารเป็นเมงราย แต่ในเอกสารพับสาลื้อกลับเขียนหรือจารพระนามเป็น มังราย ส่วนตำแหน่งข้างหน้านามพระเจ้ามังรายนั้น พับลื้อจารเป็นพญาทุกครั้ง แต่ด้วยระบบการเขียนที่อาจไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันทำให้คำว่า พญา เขียนหลายรูปเป็น ภยา , พยา และพรยา ในล้านนาเองก็เขียนหลายรูปแต่ทุกรูปอ่านได้ว่า พะ- ยา เท่านั้น ไม่อาจจะอ่านออกเสียงเป็น พ่อ-ขุน ได้เลยไม่ว่ากรณีใดใด และในตำแหน่งกษัตริย์ในอาณาจักรสุโขทัยที่มีไม่ถึงสิบพระองค์นั้นมีการใช้คำว่าพ่อขุนเพียง ๒ รัชกาล คือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพ่อขุนรามคำแหง นอกนั้นใช้พระยาคือ พระยาบาลเมือง,พระยาเลอไทย,พระยางั่วนำถุม เป็นต้น คำว่าพญา หรือ พระยาจึงมิได้ใช้เฉพาะในล้านนาเท่านั้นใช้ทั่วไปในอยุธยาก็ใช้ในความหมายที่หมายถึงกษัตริย์ต่อมาความหมายลดลงกลายเป็นเพียงขุนนางจึงวิวัฒน์คำศัพท์ที่หมายถึงกษัตริย์เป็นสมเด็จเจ้าพระยาจนมาเป็นพระบาทสมเด็จในยุครัตนโกสินทร์
ข้อความในพับสาลื้อมีเนื้อความตอนสุดท้ายกล่าวถึงพญามังรายว่า " ดังท้าวมังรายใหญ่มาก็หมเป่าปี่แปงคำขับสอนหื้อคนทั้งหลาย สืบมาถึงกาละบัดนี้แล" ในเอกสารพับพื้นเคล้าเครือเจ้าแสวนฟ้าสิบสองพันนา ฉบับขนานจอมชำระ ไม่ได้ระบุแต่เพียงว่าพญามังรายหุมหรือยิยมชมชอบการเป่าปี่ แต่ยังระบุต่อไปว่าพญามังรายแต่งคำขับที่ใช้ขับกับปี่ด้วยจึงทำให้เป็นต้นเค้า คำขับลื้อ สืบมาจนปัจจุบัน ก็แสดงให้เห็นว่าปี่ที่พญามังรายเป่าคือปี่ลื้อที่สืบสายมาจนปัจจุบันนี้
ไทลื้อในปัจจุบันทั้งในดินแดนสิบสองพันนาหรือลื้อที่อพยพมาตั้งรกรากในล้านนาต่างก็นิยมการฟังขับลื้อกันทั้งนั้น ในชุมชนไทลื้อ ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา มีการใช้และผลิตปี่ลื้ออยู่อย่างต่อเนื่อง นายจรัส สมฤทธิ์ ชาวลื้อบ้านธาตุสบแวน ตำบลหย่วนซึ่งเป็นนักอนุรักษ์วัฒนธรรมลื้อเครือโมโยเฒ่าจ้อย (โมโย ภาษาลื้อหมายถึง ตระกูล) ระบุว่าปี่จะให้เสียงดีต้องทำจากไม้ไผ่ขม ซึ่งหายาก และปี่มี ๓ ขนาด คือ ปี่หลวง ปี่ปู้และปี่แม่ ปี่หลวงเสียงทุ้มกังวานมาก มีขนาดใหญ่ ปัจจุบันหาคนเปล่าเป็นค่อนข้างยากเพราะต้องใช้พลังเสียงมากกว่าปี่ปู้และปี่แม่ ปี่ที่ใช้ประกอบการขับลื้อมี ๒ ชนิด คอ ปี่ผู้ หรือปี่ปู้ เสียงทุ้มเป่าประกอบช่วงผู้ชายขับ ปี่แม่เสียงเล็กแหลมเป่าขณะที่ช่างขับลื้อผู้หญิงขับ (สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๕ พ.ค.๒๕๕๑ ณ บ้านธาตุสบแวน) ส่วนการขับลื้อนั้นิยมในทุกๆงาน เช่น การบวช งานเฉลิมฉลองต่างๆ รวมถึงงานขึ้นบ้านใหม่ด้วย ซึ่งก็คล้ายกับการจ้างช่างซอมาซอในงานต่างๆของชาวล้านนานั่นเอง ( ใครสนใจคำขับลื้อมีงานวิจัยเกี่ยวกับคำขับลื้อ ของมาลา คำจันทร์ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร )

นายจรัส สมฤทธิ์ เป่าปี่ลื้อ ปี่ลื้อน่าจะคงอยู่ต่อไปหากชาวไทลื้อทั้งในและนอกสามประเทศสืบสานให้ปี่ลื้อเป็นเครื่องดนตรีในชีวิตประจำวันจากรุ่นต่อรุ่น ส่วนป้ายฐานอนุสาวรีย์พญังรายที่ประดิษฐาน ณ ห้าแยกเมืองเชียงรายก็จะยังคงอยู่อย่างน่าละอายในความผิดพลาดต่อไปเพราะป้ายนั้นเขียนใต้ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ว่า พ่อขุนเมงราย ผิดทั้งคำนำหน้านามและพระนามของพระองค์ กษัตริย์ผู้สร้างเมืองเชียงราย จนเชียงรายเป็นเมืองอุดมสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมล้านนา ดังวรรคสุดท้ายของคำขวัญที่ว่า ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ? หากแก้คำจารใต้ฐานพระบรมราชานุสรณ์ให้ถูกต้องว่า พญามังราย คงจะเป็นเกียรติ เป็นศรีแก่เมืองเชียงรายและชาวล้านนามากกว่านี้.....กระมัง ? อ้างอิง พับสาเคล้าเครือเจ้าแสวนหวีฟ้าสิบสองพันนา ฉบับขนามจอมชำระ (๒๕๒๔) ประเสริฐ ณ นคร , วินัย พงศ์ศรีเพียร ความรู้พื้นฐานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมวิชาการ. คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ไทย จะเรียนจะสอนกันอย่างไร?. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา,๒๕๔๓.
|