|
ว่ากันว่า... ...ในวันที่มีอากาศชื้น และท้องฟ้าใส พอตกกลางคืนพื้นดินจะเย็นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ไอน้ำในอากาศเหนือพื้นดินควบแน่นเป็นหยดน้ำ หมอกซึ่งเกิดขึ้นโดย วิธีนี้จะมีอุณหภูมิต่ำและมีความหนาแน่นสูง เคลื่อนตัวลงสู่ที่ต่ำ และมีอยู่อย่างหนาแน่นในหุบเหว

ภาพจากอินเตอร์เนต มักจะเกิดหมอกบริเวณที่มีไอน้ำในอากาศมากเช่นบริเวณป่าเขาที่มีต้นไม้หนาแน่น และในบริเวณที่มีอากาศเย็นจัดเช่นในฤดูหนาว ในกรณีที่เราพบหมอกใน กทม. นั้นคงเป็นเพราะ ไอน้ำที่ระเหยขึ้นจากพื้นถนนซึ่งร้อน ปะทะกับอากาศเย็นซึ่งอยู่ข้างบน แล้วควบแน่นกลายเป็นหมอก ให้เรามองเห็นเป็นควันสีขาว 



เราได้ยินข่าว ว่า ที่อิรัก มีหิมะตก ... พร้อมๆ กับ ที่กรุงเทพฯ มีหมอกหนาขนาดที่ว่า ห่างกันเพียง 2-3 เมตรก็แทบมองไม่เห็นกันเสียแล้ว หลายคนอาจหวาดวิตก ว่า เกิดอะไรขึ้นกับโลก...ในวันนี้ หลายคนก็ไม่เชื่อสายตัวเองว่า ที่มองเห็นอยู่นั้นเป็นหมอก หรือเพียงแค่ควันเขม่า ที่มากเกินปกติบนท้องถนน

เวลาประมาณ 6.50 น. ยังมืดตึ๊ดตื๋อเลย อ่า ดูดิ หลายเช้าแล้วนะที่เห็นหมอกหนา ในกรุงเทพ ฯ แม้มันจะไม่ได้บรรยากาศ เต็มหัวใจเหมือน ทะเลหมอก สวยๆ บนหุบผาสูง แต่หมอกที่ลอยอ่อยอิ่งอยู่ริมหน้าต่างห้อง ... หมอกใกล้แค่เอื้อมมือ...ออกไป ก็สัมผัสได้ เพียงเท่านั้นหัวใจแช่มชื่นได้เหมือนกัน สำหรับวันที่หม่นมัว 
ภาพจากอินเตอร์เนต ว่าแล้วก็...นึกถึงเพลง หมอกและควัน ขึ้นมา ใครนะเข้าใจเปรียบเปรย จริงๆ หมอกจางจางและควัน คล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้ อยากจะถามดูว่า เธอเป็นอย่างหมอกหรือควัน หมอกจะงดงามและทำให้เยือกเย็น แสนจะเย็นสบายเมื่อยามเช้า ถ้าเป็นควันไฟ ถึงจะบางเบาหากเข้าในตาเรา ก็คงจะทำให้เสียน้ำตา เธอเป็นยังไงจึงอยากรู้ เพราะฉันดูเธอไม่ออก ยังคงไม่เข้าใจ บางทีเธอเป็นเช่นหมอกขาว และบางคราวเธอเป็นเหมือนควัน ฉันนั้นชักไม่มั่นใจ เพราะถ้าฉันต้องเสี่ยงกับควันไฟ จะเตรียมตัวและเตรียมใจ ถอนตัวเพราะว่ากลัวจะเสียน้ำตา จะถอนตัวก็เพราะว่ากลัวจะเสียน้ำตา ...
|