• โนมโตะจัง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : khuanoubol02@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-15
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 3298
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
khuanoubol10443
วันพฤหัสบดี ที่ 13 ธันวาคม 2550
อาหารบำบัดไมเกรน
Posted by โนมโตะจัง , ผู้อ่าน : 116 , 11:01:41 น.  
พิมพ์หน้านี้


อาหารบำบัดไมเกรน

"ไมเกรน" (Migraine) เป็นโรคปวดหัวชนิดหนึ่งซึ่งมีอาการรุนแรงมากแตกต่างกับการปวดหัวธรรมดา คือมักปวดหัวซีกใดซีกหนึ่งนาน 4-72 ชั่วโมง บางคนอาจคลื่นไส้ อาเจียน ไม่สามารถทนต่อกลิ่น แสงสว่างจ้าๆ หรือเสียงดังมากได้ จึงค่อนข้างทรมาน

สาเหตุของไมเกรน

   ไมเกรนมักพบในคนที่มีประวัติครอบครัวเป็นไมเกรน เกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 3 เท่า ในช่วงอายุ 25-55 ปี กลไกในการเกิดไมเกรนยังไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่นักวิจัยเชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติในการขยายและหดตัวของหลอดเลือด ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีชนิดหนึ่งในสมองชื่อว่า เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งรับผิดชอบการเปลี่ยนแปลง การหดหรือขยายตัวของหลอดเลือด และควบคุมความรู้สึกเจ็บปวดในส่วนหัว หน้า และสมอง เมื่อระดับของเซโรโทนินในสมองลดลงจะทำให้หลอดเลือดในสมองขยายตัว เซลล์ประสาทปล่อยความรู้สึกเจ็บปวดออกมา

   นอกจากนี้อาจมาจากสาเหตุอื่น เช่น ระดับความเครียด การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในช่วงมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หมดประจำเดือน หรือการใช้ยาคุมกำเนิด โดยเฉพาะในระยะที่ใกล้มีประจำเดือนหรือใน 2 วันแรกของการมีประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดต่ำลง อาจทำให้เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงในผู้หญิงบางคนได้ ปัจจัยอื่นที่เสริมกัน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของอากาศหรืออุณหภูมิ แสงสว่างที่จ้ามากเกินควร กลิ่นที่รุนแรงและควัน เช่น ควันบุหรี่ อาการซึมเศร้าอดนอน ยาบางชนิด

อาหารกระตุ้นอาการปวดหัวหรือปวดไมเกรน

   ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้จดบันทึกอาหารอย่างน้อยหนึ่งเดือนเพื่อหาอาหารที่เป็นตัวการที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว ลองงดอาหารต้องสงสัยสักพัก แล้วกลับมารับประทานใหม่ จะแน่ใจได้ว่าอาหารชนิดนั้นเป็นตัวการหรือไม่ สารอาหารที่กระตุ้นการปวดไมเกรนได้แก่

ไทรามีน (tyramine) พบในเนยแข็ง (cheese) เครื่องในสัตว์ ปลาเฮอริ่ง ถั่วลิสง เนยถั่ว ช็อคโกแลต กะหล่ำปลีดอง ไส้กรอก กล้วยสุกงอม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นเบียร์ สารไทรามีนจะไปลดระดับสารเซโรโทนินในสมอง ทำให้ปวดหัวอย่างรุนแรง
แทนนิน มีอยู่ในน้ำแอปเปิ้ล ชา กาแฟ ช็อคโกแลต ไวน์แดง เป็นต้น ข้อมูลในปัจจุบันยัง ไม่สามารถยืนยันสารแทนนินหรือสารไทรามีนกระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้
เฟนนิลเอททิลลามีน พบในช็อกโกแลตหรือโกโก้ ซึ่งงานวิจัยไม่อาจสรุปได้ว่า ช็อกโกแลตจะกระตุ้นอาการไมเกรน และจากการวิจัยของนายแพทย์ อลัน เลวิตัน พบว่าอาหารเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดอาการของไมเกรน ทำให้คนที่ชอบช็อกโกแลตชอบใจไปตามกัน
สารเจือปนอาหาร เช่น น้ำตาลเทียม ผงชูรส และดินประสิว ซึ่งใช้ใส่ในไส้กรอก แฮม เบคอน หรืออาหารรมควัน อาจกระตุ้นอาการปวดหัวได้ นอกจากที่กล่าวมาแล้วอาหารอื่นๆที่ควรเลี่ยงได้แก่ ขนมปังใส่ยีสต์ ซุปก้อน ซีอิ๊ว ปลาหมัก ถั่วปากอ้า เมล็ดถั่วลันเตาเป็นต้น

สารอาหารที่อาจช่วยบรรเทาไมเกรน

   การวิจัยพบว่าสารอาหารบางอย่าง เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม อาจช่วยบรรเทาอาการปวดหัวจากโรคนี้ได้ แนะนำการเสริมแมกนีเซียมวันละ 300 มิลลิกรัม ร่วมกับอาหารที่มีแมกนีเซียมสูงเช่น ถั่วต่างๆ ผักใบเขียว ธัญพืช อาโวคาโด

   นอกจากนี้มีข้อมูลการวิจัยชี้แนะว่าการเสริมแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม ร่วมกับวิตามินดีทุกสัปดาห์ จะช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรนในหญิงที่หมดประจำเดือนได้ดี

   พืชสมุนไพรบางชนิด เช่น เก็กฮวย งานวิจัยพบว่าสารสกัดจากใบเก็กฮวยแห้ง 125 มิลลิกรัม/วันช่วยป้องกันไมเกรน แต่ถ้าแพ้พวกละอองเกสรใบใม้ใบหญ้าบางชนิดก็ควรหลีกเลี่ยง

   อาหารที่มีวิตามินบีสูงอาจมีส่วนช่วยลดอาการปวดหัวได้ การขาดวิตามินบีรวมทั้งไนอะซินและกรดโฟลิคอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ การเสริมวิตามินบี6 ก่อนมีประจำเดือน 5-10 วัน ช่วยเพิ่มระดับสารเซโรโทมิน อาจช่วยลดอาการปวดหัวในช่วงนั้นได้ ส่วนการเสริมวิตามินบี 2 วันละ 400 มก.เป็นเวลา 3 เดือนช่วยลดความถี่และระยะเวลาการปวดหัว

   ธาตุเหล็ก ปวดหัวเป็นอาการอย่างหนึ่งของการขาดธาตุเหล็ก จึงควรบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

   น้ำมันปลา อาหารที่มีกรดโอเมก้า3 จะช่วยลดความรุนแรงและความถี่ของไมเกรนได้

   โคเอ็นไซม์คิว 10 งานวิจัยจาก Cleaveland Headache Center พบว่าการเสริมโคเอ็นไซม์คิว10 วันละ 150 มก. ช่วยลดความถี่ของไมเกรน ส่วนการวิจัยในสวิสเซอร์แลนด์พบผลเช่นเดียวกันภายใน 2-3 เดือนหลังเสริมโคเอ็นไซม์คิว10 100 มก.วันละ 3 ครั้ง

ข้อแนะนำในการป้องกันและบรรเทาอาการไมเกรน

1. ควร ดูแลน้ำหนักตัวอย่าให้อ้วน
2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอในระดับปานกลางนาน 30 นาที เกือบทุกวัน
3. นอนให้เป็นเวลา วันละ7-8 ชั่วโมง
4. บริโภคอาหารให้เป็นเวลา และหลีกเลี่ยงอาหารเย็นจัด
5. หมั่นตรวจความดันโลหิตและดูแลระดับคอเลสเทอรอลให้ปกติ
6. จำกัดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ควรงดคือ ไวน์แดง แชมเปญ เวอร์มุท เบียร์
7. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือการอยู่ในบริเวณที่ไม่ปลอดบุหรี่
8. ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ จะป้องกันอาการปวดหัวได้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 11.13 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

สวัสดีค่ะ ขอบพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ

หวานเป็นคนหนึ่ง ที่เป็นไมเกรน เป็นประจำ

ตอนนี้ตั้งแต่ออกกำลังกายเป็นประจำ โรคนี้ก็ห่างตัวไปพอสมควรค่ะ แต่เมื่อใดที่เครียด พักผ่อนน้อย โรคนี้ก็จะมาหาเช่นกัน

อีกสิ่งที่สำคัญค่ะ คนเป็นไมเกรนจะไวต่อกลิ่นมาก
เช่น ขึ้นรถประจำทาง ถ้าได้กลิ่นน้ำหอมที่แรงจัด จะปวดหัวจี๊ดทันที อันนี้ไม่ได้แกล้งนะค่ะ จริง ๆ

"หวานค่ะ"
ความคิดเห็นที่ 1
ญิ่งณัฐ วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 11.08 น.
http://www.oknation.net/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ


***แวะมาทักค่ะ ***

ดีจัง .......... แต่หม่ำมาตั้งเยอะ แล้วน๊าน

เป็นมา 3 ปี แล้ว ม่าง

ไร้สาเหตุ จริงๆๆ โรคนี้

อยู่ ๆๆ ก็เป็น อยู่ๆๆ ก็ หาย (ต้องอาเจียน ปางตาย)

สุดท้าย ก็ทรมาน

............... แวะมาเยี่ยม นะคะ ...........
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



ปีนี้คุณจะให้อะไรเป็นของขวัญวันพ่อ
2 คน

  โหวต 2 คน