พิมพ์หน้านี้
|
สำนักพิมพ์ อยู่ในข่ายธุรกิจที่มีส่วนสร้างปัญญาความรู้ให้แก่คนในสังคม โดยเฉพาะสำนักพิมพ์ที่เน้นเฉพาะเจาะจงที่ตำรา วิชาการ ย่อมถือว่าเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการสร้างองค์ความรู้โดยตรง หากผู้ประกอบการ เห็นแก่กำไรสูงสุดแล้ว เด็ก เยาวชน และผู้ที่ต้องการเติมเต็มสิ่งใหม่ๆให้กับสมองคงต้องใช้จ่ายเงินก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ การทำกำไร ควรจะเป็นกำไรแบบไหนระดับใด จึงเป็นจุดสำคัญและน่าสนใจ
สาธิต อุรุวงศ์วณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิทยพัฒน์ ซึ่งเติบโตมากจากนักกิจกรรมชมรมการศึกษา รั้วจามจุรี จึงมีความรักและชอบงานเกี่ยวกับหนังสืออยู่แล้ว เมื่อปี 2538 จึงลงทุนเปิดสำนักพิมพ์เป็นธุรกิจส่วนตัว โดยกำหนดจุดยืนของตนเองในฐานะผู้ผลิตหนังสือวิชาการและตำราเรียนในระดับอุดมศึกษา เพราะในขณะนั้นตำราเรียนสำหรับระดับอุดมศึกษาที่เขียนโดยอาจารย์คนไทยยังขาดแคลนอยู่มาก และเท่าที่มีการจัดพิมพ์เผยแพร่อยู่ ส่วนใหญ่ก็เป็นการจัดพิมพ์ เพื่อใช้ภายในสถาบันการศึกษาเท่านั้น ยังไม่มีการเผยแพร่ออกไปในวงกว้างจึงเป็นแรงบันดาลใจให้วิทยพัฒน์ จับงานด้านการผลิตตำราและหนังสือวิชาการโดยเฉพาะ ทั้งนี้เพราะต้องการให้เกิดความชำนาญเฉพาะทาง " ผมจับงานที่ผมรัก จึงไม่ได้มองแต่ผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญแก่การเผยแพร่ความรู้อีกด้วย ดังนั้นนโยบายในการดำเนินธุรกิจของเรา จึงใช้นโยบายธุรกิจแบบยั่งยืน ไม่ได้เน้นที่การทำกำไรสูงสุด แต่เน้นที่การสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ทุกฝ่าย นั่นคือ ผู้ใช้ตำรามีความพึงพอใจในตำราที่ทันสมัยคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ผู้เขียนเองก็ได้รับความพึงพอใจที่ได้เห็นตำราของตนเองถูกผลิตขึ้นด้วยความประณีต พิถีพิถัน รวมทั้งได้รับค่าตอบแทนที่น่าพอใจสมกับความเหนื่อยยาก รวมทั้งสำนักพิมพ์เองก็มีกำไรพอจะเลี้ยงตัว เลี้ยงพนักงาน และขยายงานต่อไปได้ " การเติบโตของ วิทยพัฒน์ จึงเข้าข่าย "โตช้าๆ แต่ ชัวร์" ซึ่งจัดอยู่ในข่ายเติบโตแบบพอประมาณ อย่างสม่ำเสมอ 5-10% ต่อปี ในแต่ละปีที่เติบโตจะยึดเอาความสามารถในการเติบโตของตัวเองเป็นหลัก จึงทำให้ในช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 นอกจากวิทยพัฒน์ ไม่ต้องเจ็บปวดรวดร้าวจนคิดฆ่าตัวตายแบบที่หลายๆคนเกิดอาการในขณะนั้น แต่ วิทยพัฒน์ ยังสามารถขยายงานได้อย่างต่อเนื่องด้วย สาธิต ย้ำว่าจากนโยบายการทำธุรกิจแบบยั่งยืนและเติบโตแบบพอประมาณนี่เองจึงทำให้ วิทยพัฒน์ สามารถผลิตตำราวิชาการที่มีราคาไม่แพง มีการปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่เสมอ รวมทั้ง สามารถสนับสนุนผลงานตำราวิชาการดี ๆ ให้สามารถจัดพิมพ์เผยแพร่ได้แม้จะมียอดขายไม่มากนัก อีกทั้งยังให้บริการเผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชนโดยไม่คิดมูลค่าโดยผ่านสื่อประเภทหนังสือพิมพ์ นิตยสารและทางอินเทอร์เนตได้อีกด้วย " เราเน้นตลอดเวลาว่างานผลิตตำราวิชาการนั้น ต้องใช้ความละเอียดประณีตและพิถีพิถัน เปรียบได้กับงานศิลปกรรม ไม่ใช่อุตสาหกรรม ดังนั้นตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา แม้เราจะผลิตตำราออกมาไม่มากนัก เมื่อเทียบกับ สำนักพิมพ์เอกชนอื่นๆ เพราะต้องการ การยอมรับในวงการศึกษาว่ามีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และทันสมัย" สาธิต อธิบายตอกยํ้าหลักการของสำนักพิมพ์แห่งนี้ |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |