พิมพ์หน้านี้
|
"วิถีพอเพียง"แบบฉบับไทยโตชิบา (จบ) คอลัมน์Sufficiency BiZ /นงค์นาถ ห่านวิไล/ ฉ.เสาร์ที่ 1 มี.ค. 51 จุดเด่นที่สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากการเลือกที่จะพัฒนาพนักงานของตนเองให้เป็นผู้บริหาร แทนการซื้อตัว ( Head Hunter )รวมถึงมาตรฐานทางจริยธรรม การแบ่งปันความรู้และการสร้างนวัตกรรมทั่วทั้งองค์กร รวมถึงการไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างกำไรสูงสุด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นแต่เพียงอย่างเดียวแต่ต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ การทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมรอบข้าง นับเป็นภารกิจหลักๆของบริษัทที่ประกาศตัว" ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง " ต้องพิสูจน์และทำให้ได้จริง สำหรับ โตชิบา กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ยืนยันว่า บริษัท พูดจริงและทำได้แล้ว โดยยกตัวอย่าง เรื่องของ บรรษัทภิบาล ที่ยินดีให้ตรวจสอบได้ถึงความโปร่งใส ตลอดจนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่ดำเนินการมา 19 ปี ทั้งในเรื่องของการปลูกป่า กิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม การศึกษา โครงการอาสาสมัครเพื่อสังคม ได้แก่ การจัดแพทย์เคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย การบริจาคสิ่งของ การรณรงค์การจัดการขยะรีไซเคิลเพื่อลดจำนวนขยะ การมอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงานและบุคคลภายนอก การบริจาคโลหิต การมอบต้นไม้ การจัดกิจกรรมช่วยเหลือเด็กกำพร้า กิจกรรมด้านการส่งเสริมสิทธิและการล่วงละเมิดทางเพศ รวมทั้งการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชน ทั้งนี้ กอบกาญจน์ ย้ำว่า การขยายความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในการดูแลรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการจ้างงานที่เป็นธรรม โดย ยืนยันว่า ลูกจ้างของบริษัทไม่เคยประท้วงเรื่องค่าจ้าง และบริษัทแห่งนี้ไม่ต้องมีสหภาพ มีแต่ระบบครอบครัว ในขณะที่สังคมก็พึ่งได้รับประโยชน์จากการที่พนักงานมีคุณธรรม และขยายความใจดีของตนเองไปสู่การทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่มีมาอย่างยาวนาน รวมถึง ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมที่บริษัทได้ยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตลอดมา ทำให้ปัจจุบันได้รับการยอมรับจากสังคม รวมทั้ง สามารถดำเนินกิจการภายใต้หลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลด้านบวกต่อองค์กรมากมาย ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทมีกำไรสุทธิ แบบพอประมาณ คือ 63ล้านบาทเศษ ในปี 2549 เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 55.9ล้านบาท สำหรับปีนี้ ซีอีโอ โตชิบา กล่าวว่า บริษัท จะมุ่งทำธุรกิจด้วยกลยุทธ์ " Green" หรือกลยุทธ์สีเขียวในทุกๆภาคส่วนธุรกิจ โดยเน้นย้ำในส่วนของ "นวัตกรรมสีเขียวเพื่อโลกสีขาว " ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วย 5 ส่วนคือ 1. Green Product หมายถึงสินค้าทุกชนิดที่ทำตลาดอยู่จะต้องประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเรื่องของภาวะโลกร้อน 2.Green Factory หมายถึงโรงงานของโตชิบาทุกโรงได้มีการปรับเปลี่ยนไลน์ผลิตไปสู่การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว และสินค้าเกือบทุกตัวสามารถนำมารีไซเคิลได้ เช่น การใช้วัตถุดิบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับในไลน์ผลิตจะต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษ รวมถึงที่ผ่านมาโตชิบาได้ตั้งโรงงานรีไซเคิลหลอดไฟขึ้น 3.Green Office หมายถึงภายในองค์กรและบริษัทในเครือ ซึ่งรวมถึงพนักงานโตชิบาทั้งหมดได้มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นองค์กรสีเขียว ที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ได้หมายถึงภายในบริษัทเท่านั้น แต่หมายถึงสภาพแวดล้อมภายนอกด้วย เช่น การรณรงค์ให้พนักงานช่วยกันประหยัดไฟ ประหยัดน้ำ 4. Green Purchasing คือ การใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้กระดาษรีไซเคิล เป็นต้น 5.Green CSR คือ การทำประโยชน์สูงสุดเพื่อสังคม โดย กลยุทธ์ทั้ง 5 ข้อนี้ โตชิบา มั่นใจว่าจะช่วยนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี " กระแสความต้องการสินค้าประหยัดพลังงาน ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นเทรนด์ในอนาคต และเป็นสิ่งที่เราต้องการผลักดัน ให้เกิดขึ้นแพร่หลายในสังคม " ซีอีโอ โตชิบ้า ทิ้งท้ายถึงภารกิจการประกอบธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะมุ่งเน้นย้ำนับจากปีนี้เป็นต้นไป |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||