พิมพ์หน้านี้
|
...ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา...
วันนี้พาทุกคนไปเที่ยวกันที่จังหวัดเพชรบูรณ์...และจังหวัดเลยกัน ครั้งนี้พาเที่ยว สองจังหวัดซะเลย...เพราะสองจังหวัดนี้ก็ไม่ได้ไกลกันเท่าไร... สองข้างทางก็สวยมากมากเลย...ครั้งนี้ไม่ได้แบกเป้ไปคนเดียวนะ...ไปกับทัวน์ ซึ้งทางที่ทำงานจัดขึ้น....แต่ก็สนุกไปอีกแบบนะเนี้ย
รถใกล้ออกแล้ว..ไผ่ อยู่ไหนเนี้ย...เสียงพี่จง..บอกความรีบร้อนมาตามสาย รีบหน่อยสิเธอ รอเธอคนเดียวนะ...เด๋วเด๋วพี่ ไม่มีคนส่งมารถสองแถวใกล้ถึงแล้วละ
เฮ้อ...กว่าจะมาถึง..ไผ่ ไผ่ เสียงคนนี้ก็ทัก เสียงคนโน่นทัก...บางคนบ่นไม่จริงจังนัก บางคนก็ขำ ที่เรามาหัวเหมือนรังนก..ไม่ได้หวีผม พึ่งสระผมเสร็จ...."ไผ่ ทำไมบ้านไกล ไกล เลยเหรอ ถึงได้มาเอานาทีสุดท้ายขนาดนี้..เออ ที่จริงเธอมาช้าแล้วถ้าซื้อเหนียวไก่มาให้พี่ด้วยก็ดีนะ" อ้าว..เจ้..นี้ก็รีบจนหัวฟูแล้ว..นะ "หัวฟูเธอไม่หวีนะสิ..ไม่ใช่รีบ" พี่จงรีบพูดทันทีอย่างรู้ทัน
รถออก 18.00 น. เลยเวลามา 5 นาที เกือบไปแล้ว.."ไผ่ มานั่งตรงนี้สิ..พี่นั่งข้างนอก เธอนั่งที่ด้านในละกันนะ" พึ่งจะทราบว่าข้างล่างเริ่มเปิดวงคาสิโนเล็กเล็กด้วย
พี่พี่บอกแก้ง่วงนะไผ่...รถเริ่มออก..พี่พี่ๆก็เริ่มบรรเลง..ไม่ใช่เล่นดนตรีนะ แต่เริ่มเล่นไพ่กัน....(อ่านกันแล้วอย่าพาตำรวจมาล้อมรถนะ) อิ อิ...
เหลือเชื่อว่าคืนนั้นแทบไม่ได้นอนกัน...เราเองก็พลอยฝึกหัดไปด้วย...แต่ก็สนุกสนุก จริงจริงเพราะว่าคนที่นั่นข้างบน จะนอนและร้องเพลงอย่างเดียว ข้างล่างไม่ง่วงสักนิด
ใกล้ตี 2 แล้ว มีพี่บางคนหลับไปแล้ว เหลือเรากับพี่ไม่กี่คน พี่จงบอกว่าไผ่นอนเถอะ ไม่ต้องรอ..เราจึงได้นอน คืนนั่นเค้านอกกันใกล้จะตี 3 ตื่นเช้าขึ้นมา..ที่วัดแถวสุพรรณบุรี
แวะอาบน้ำล้างหน้า..และหาอาหารเช้ากันที่นั่น จากนั่นนั่งรถต่อไปเพชรบูรณ์ นั่งรถกี่ชั่วโมง..ผ่านที่ไหนบ้างจำไม่ได้ อิ อิ แต่ที่จำได้เราเมื่อยมาก
และแล้วก็ถึงเพชรบูรณ์จนได้...รถทัวน์ขับขึ้นไปบนเขาหลายลูก ถึงนั่งข้างล่าง เราก็ไม่ได้มึนหัว ปวดหัวเหมือนที่ใครใครว่า...แต่เพลินกับสองข้างทางที่มีต้นไม้และภูเขา
เรียงรายสลับกัน สองข้างทางมีร้านขายกล้วยไม้...ที่นี้สวยจริงจริง..สวรรค์บนดิน ที่เค้าว่าเป็นอย่างนี้เอง..เราแวะทานอาหารที่ร้านอาหารหนึ่ง..ไม่มีชื่อจำได้แต่อาหารขึ้นชื่อ ที่ชอบมากมาก คือน้ำพริกลวกฟักแม้ว....และก็ผัดยอดผักแม้ว..หรือที่ใครใคร บอกว่ามะระหวานนั่นละ...อร่อยหวานมากสมชื่อ ทั้งความสด ความกรอบ
หลังจากนั่นก็นั่งรถตู้กันไป เพื่อไปชมพระตำหนักเขาค้อ..อนุสรณ์สถานเขาค้อ เขาย่า(ไม่ได้ขึ้นไป เวลาไม่พอ)...ก่อนกลับที่พักแวะซื้อของที่ไร่กำนันจุนด้วยละ
ไผ่ยังไม่ได้ซื้ออะไรเลย...แต่ก็พอจะติดมือบ้าง อิ อิ ก็เค้าให้ชิมจนอิ่มเลยละ "พี่จงกับวาสนาซื้อฟักแม้ว..มาหลายสิบกิโล.." เพื่อนกับพี่ฉานบ้าของกินกันหมดแหละ
เมื่อถึงเวลาถือ ฉานจะไม่ช่วยใครเลย...เราพูดขึ้นมาลอยลอย "เออ เพื่อนรัก..ยังไง เราก็เพื่อนกันนะ...เธอแบกแต่เป้...เด๋วตอนกลับช่วยช่วยกันนะเพื่อนแล้วจะแบ่งฟักแม้วให้" เฮ้ย...พูดไม่ทัน จะขาดคำ ใช้เพื่อนแล้วเหรอ...กำ ใช้สินบน กับเงินไม่ว่า นี้มันฟักแม้วนิ...ซื้อที่บ้านก็ขายนะ....
หลังจากนั่นทัวน์ก็พาพวกเราไปที่พัก...ที่พักของเราสวยมากมาก..มองเห็นวิว เกือบทั่วเขาค้อ..ประทับใจอีกแล้ว...คืนนั่นผจญกับความหนาว และเสียงคาสิโนเล็กเล็กภายในห้องเหมือนเดิม
ไกด์นัดพวกเรา 5 โมงเช้า...เกือบตื่นไม่ไหว..แต่ไผ่ไม่เคยพลาดอยู่แล้ว พี่จงพี่จง...ไปไหนแล้วหว่า..."ทำไมเรียกซะดัง...พี่ตื่นตั้งแต่ 4 โมง"
"นั่งดูเธออยู่เมื่อไรจะตื่น...มันเย็นพี่นอนไม่ไหวแล้ว..แต่ดูวาสนาสินอนยังกับบ้านตัวเอง" ไผ่รีบอาบน้ำ...เพื่อคนอื่นๆได้อาบน้ำต่อ...มากันหลายคนก็ต้องจัดระเบียบกันหน่อย
แล้วเราก็นั่งรถตู้ขึ้นภูทับเบิกกัน...ไปชมไร่กะหล่ำปลีใหญ่ที่สุด(เค้าว่ากันอย่างนั่น) แต่ทางที่ขึ้นไปนี้อยากบอกว่าไม่ได้ลำบากนะ..แต่ถ้าไม่ชำนาญทาง คำเดียวคือ "ตาย" เพราะทางคดเคี้ยว โค้งหักศอกที่เค้าว่ากันที้นี้ละ สุดสุดแล้วละ รึยังมีที่อื่นที่ยังไม่ได้ไปนะ
บนภูอากาศหนาวมาก ลองเข้าไปในห้องน้ำดูจับน้ำที่ในอ่าง เย็นเหมือนแช่น้ำแข็งเลย มีพี่บางคนพี่น้ำที่บนภูด้วยเป็นผื่นแดงเลยละ แต่สักพักก็หาย
ตามโปรแกรมต้องนอนบนภู...แต่ฝนตกทำให้เราไม่สามารถมานอนได้ เลยเปลี่ยนโปรแกรมไปนอนที่รีสอร์ท...ซึ่งก็ได้บรรยากาศอีกแบบ แต่ถ้านอนบนภูคงจะดีกว่าเยอะ...
วันนั่นท้องฟ้ายังมืดอากาศหนาวมาก ผมเปียกไปหมด ไม่ใช่ฝนตกหรอก เป็นเพราะอากาศหนาวจนมีหยดน้ำเลยละ...ภาพที่ถ่ายมามัวมากมาก... แต่ยังไงก็เห็นไร่กะหล่ำปลีอย่างที่ตั้งใจไว้....
หลังจากลงมาจากภูทับเบิกก็ทานอาหารเช้าแล้วรีบจัดการสัมภาระออกจากรีสอร์ท เค้าไม่ไล่เราหรอกแต่เราต้องรีบบึ่งไปชิมไวน์ และไปพักกันที่ภูเรือ...สถานที่พัก ที่น่าประทับใจก็คือภูเรือรีสอร์ทนี้เอง...บรรยากาศดีมากมาก
ใกล้ใกล้รีสอร์ทมีร้านขายต้นไม้ ซึ้งขายถูกจนพวกบ้าต้นไม้ กล้วยไม้ อย่างไผ่กับพี่จง ซื้อมาหลายต้น ถ้าไม่เกรงใจว่าไม่มีที่ตั้งก็จะซื้อไปขายเลย 55555 คิดการไกลเลยเรา...ก็เรานักธุรกิจนี้น่า..."ไผ่...เด๋วพี่พาไปซื้อของอร่อย" ของที่ว่าไม่ใช่อะไรหรอก จ.เลย แถบนี้ มีเห็ดหอมสด ขายราคาไม่แพง ไผ่ซื้อไปเยอะเลย....ก็อร่อยจริงจริงนะ....
คืนนั่นอากาศที่เลยหนาวเหมือนกัน...แต่ก็ไม่เท่าเพชรบูรณ์...เช้า 5 โมงเราก็นั่งรถ ไปชมพระอาทิตย์ที่ภูเรือ...และก็ได้เห็นพระอาทิตย์แค่แป๊บเดียว ฟ้ามัวมัว เพราะฝนตก แต่อากาศที่หนาวก็ยังทำให้ประทับใจเช่นเดิม.... ไม่ว่าที่ใด..ที่เราไปเยือน....ก็ยังคงความประทับใจน่าจดจำสำหรับเราเสมอ... ขอบคุณสำหรับ..นายแบบ นางแบบ จำเป็นทุกคน ที่เอื้อเฟื้อตัวเอง....ยกเว้นตัวเราเอง ++++พบกันคราวหน้า...กับการแบกเป้ไปไหว้พระที่ จ.อยุธยา จ้า++++ |