พิมพ์หน้านี้
|
"An Inconvenient Truth" ผมกลับมาจาก กุยบุรี แล้วรู้สึกว่า ร้อนฉิบ... ทำไม มันร้อน ร้อนตับแตก ได้ขนาดนี้ น้ำแล้งจริงๆ ห้วยเล็กๆ ไม่มีน้ำเลย แถมกลับมา นั่งดูข่าว ทีวี รัฐประกาศ สาภาวะ ภัยแล้งแล้ว 20 จังหวัด... มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกเราเนี่ย!!! ตอนเด็กๆ จำได้ว่าเดือนกุมภาพันธ์ มันก็ปลายๆหนาว!!! วันก่อน จิบเบียร์ ..นั่งดู รายการแจกรางวัล "ออสก้า" เห็นหนังเรื่อง An Inconvenient Truth - global warming ได้ best documentary เลยถึงบางอ้อ.. โลกเรามัน เกิดอาการ global warming นี่เอง หนังปีที่แล้ว... คงไม่เชยไปนะ.. ถ้าขอแนะนำให้ดูกันซะหน่อย.. ใครดูแล้วก็ไม่ว่ากัน..
ว่ากันว่า..ใครดูหนังเรื่องนี้แล้ว จะรักโลกของเรามากขึ้น !! และ คนที่ดู จะต้องทำอะไรซักอย่างหนึ่ง....เพื่อโลกของเรา คุณจะอยากถนอมโลกเราขึ้นอีกเยอะ! ถ้างั้นผมขอช่วยประชาสัมพันธ์ให้หนังเรื่องนี้ฟรีๆ อีกแรงเลย (ผมว่าน่า forward บอกต่อๆกัน มากกว่าพวกเมล์"สาหร่าย"นะ) รู้สึกว่า คุณสุทธิชัย ก็เคยเอา An Inconvenient Truth มาออก รายการ"จับชีพจรโลก" เมื่อซักกสองเดือนที่ผ่านมา.. แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ ออสก้า... นายใหญ่แนะนำขนาดนี้ คน"เนชั่น" คงแห่ดูกันหมดแล้วมั่งครับ!!! 555
หนัง An Inconvenient Truth ของอีตา "อัง กอร์" อดีตรองประธานาธิบดีอเมริกา สมัย บิลล์ คลินตัน ถามว่า.. หนังดีไหม? ตอบว่า.. ก็ได้ออสก้า..!!! ถามว่า.. หนังสนุกไหม? ตอบว่า.. ก็หนังสารคดี..!! พวกชอบ หนังผัวๆ เมียๆ จักรๆวงค์ๆ ก็อาจไม่ชอบ!! ผมเป็นชอบดูพวก Discovery Channel, Natgo, etc. อยู่แล้ว.. ต้องบอกว่าเป็นสารคดีที่...ดูสนุกครับ!! เรื่องที่พูดถึง"สภาวะโลกร้อน" ของ An Inconvenient Truth นี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่ที่น่าสนใจ ก็คือ อีตา อัง กอร์ เอามานำเสนอด้วย วิธีการที่ดูสนุก มีการตูน กราฟิค และภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย นำเสนอว่า ภัยภิบัติเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวเราทุกคน ใช้ความ กลัว มาเรียกความสนใจชาวบ้านอย่างแยบยล แถมใช้ตัวเองเป็นคนเดินเรื่อง...(ในเรื่องใช้ โกรแกรม keynote ของ Apple ด้วย) ตอนรับรางวัลออสก้า ก็ขึ้นไปรับเอง งานนี้ กอร์ รับเครดิตไปเต็มๆ ย้อนไปหน่อย... หลังจากที่แพ้เลือกตั้ง พ่อหน้าย่น จอร์ช บุช (คนลูก) แก่ก็เที่ยวศึกษาและเดินสาย บรรยายเรื่อง global warming มาตลอด จนมาเจอ เดวิส กุกเกนไฮม์ ผู้กำกับ เลยคุยกันว่า เอาเรื่องนี้ ทำเป็นสารคดีเลยดีกว่า ประกอบกับ เดวิส กุกเกนไฮม์ ผู้กำกับหนังสารคดีเรื่องนี้ เข้าใจนำเรื่องราวชีวิตส่วนตัว ของกอร์มาเป็นตัวดำเนินเรื่องคู่ขนานและตัดสลับไปมากับการนำเสนอข้อมูลอันหนักแน่น ได้อย่างสนุกและมีศิลปและกอร์ก็บอกเชิงเหน็บๆว่า หนังเรื่องนี้ เป็น non-politic ไม่ทราบได้...พอหนังฉายได้ซักพัก มีกระแส...ในอเมริกา อีตาบุช ต้องออกมาประกาศนโยบาย ตอนต้นปี ว่า.. อเมริกาจะลด "Greenhouse Effect" ให้ได้ภายใน 10 ปี non-politic หรือป่าวไม่รู้??? ขยายแบ๊คกราว เรื่อง โลกร้อน กันนิด... ได้ยินมานานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตั้งแต่เด็กๆละมั้ง ไอ้เจ้า Greenhouse Effect หรือภาวะเรือนกระจก เนี่ย รู้แต่ว่ามันไม่ดี ทำให้โลกร้อน...แต่ดูมันช่างห่างไกลตัวเหลือเกิน งั้นลองมาดูกัน... ไอ้กลุ่มก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) ในชั้นบรรยากาศ พวก.. คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และสาร CFC ล้วน เป็นผิวเคลือบบางๆ คล้ายฟิล์ม ในชั้นบรรยากาศโลก ที่คอยดักจับความร้อน ที่ีมาจากดวงอาทิตย์ ไม่ให้สะท้อนหนีออกไปนอกโลกหมดหมด และเพราะไอ้ "ก๊าซเรือนกระจก" พวกนี้เอง ที่ช่วยให้โลกไม่กลายเป็นดินแดนน้ำแข็ง ทำให้โลกอุ่นสบาย... กลายเป็นที่ๆ มีอุณหภูมิที่พอเหมาะกับสิ่งมีชีวตทั้งหลาย รวมทั้งสัตว์สองขาอย่างเราๆ ตานี้ ไอ้การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล(พวกถ่านหิน น้ำมัน เป็นต้น) หลังการปฏิวัติ อุตสาหกรรม ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ หนึ่งในกลุ่มก๊าซเรือนกระจก เพิ่มขึ้น อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์โลก
กอร์อธิบายว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้เกิดความต้องการใช้พลังงานมากขึ้นเรื่อยๆ การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งได้แก่ ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ รวมไปถึงการ เผาป่าอันเป็นวิธีตัดไม้ทำลายป่าแบบดั้งเดิม ล้วนแต่มีส่วนทำให้ปริมาณ คาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปรกติ เส้นกราฟคาร์บอนไดออกไซด์ที่พุ่งสูงขึ้น อย่างน่าตกใจในช่วง ๔๐-๕๐ ปีมานี้ รวมถึงแนวโน้มในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ข้อมูลนี้น่าพรั่นพรึงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อ พิจารณาข้อมูลย้อนกลับไปถึง ๖๕๐,๐๐๐ ปี ที่แม้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์จะมีวงจรขึ้นๆ ลงๆ ตามยุคน้ำแข็ง ๗ ยุค แต่ไม่เคยมีครั้งไหนในประวัติศาสตร์ที่ระดับ คาร์บอนไดออกไซด์สูงผิดปรกติเช่นยุคนี้ หมายฟามว่า เมื่อ ` มาก ก๊าซ "ซี โอ ทู" มากขึ้น เรือนกระจก มันก็จะกักความร้อนไว้ มากขึ้น มากขึึ้นๆๆๆๆๆๆๆ นั่นเอง!!! ผลนะเหรอครับ..อาทิ - ปัญหาโลกร้อนยังเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้สภาพภูมิอากาศทั่วโลกแปรปรวน - ช่วงสองปีที่ผ่านมา มีทำลายสถิติการเกิดทอร์นาโดในสหรัฐกันสนั่น - เกิดไต้ฝุ่นระดับ 10 ขึ้นครั้งแรกในมหาสมุทรแปซิฟิก - ปี 2004 เกิดพายุเฮอร์ริเคนครั้งแรก ในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ - จำนวนครั้งของการเกิดน้ำท่วมใหญ่ในยุโรป เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด - อากาศในเขตขั้วโลกอบอุ่นขึ้น - เกิดฝนตกที่...ขั้วโลกใต้...? - การสูญพันธุ์ของสัตว์บางชนิด เนื่องจากระยะเวลาฟักไข่ ไม่ตรงกับระยะเวลาเกิดของแหล่งอาหาร - อากาศที่อุ่นขึ้นในเขตที่เคยหนาวเย็น ทำให้สัตว์พาหะนำโรค, เชื้อโรคบางชนิดขยายขอบเขต - ทั้งภาวะน้ำท่วม ฝนแล้ง ไต้ฝุ่นหรือพายุเฮอริเคนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น
- การละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือส่งผลต่อวงจรการหาอาหารของหมีขั้วโลก เนื่องจากปริมาณน้ำแข็งที่ลดลง ทำให้แมวน้ำซึ่งเป็นอาหารหลักของหมีขั้วโลก หายากขึ้นทุกที - หากโลกยังร้อนขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดแผ่นน้ำแข็งที่แอนตาร์กติกาหรือกรีนแลนด์อาจจะละลายลงทั้งหมด ครวนี้เมืองหลายๆเมือง ก็จะจมบาดาล ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัย เป็นพันๆล้านคน
เทือกเขาใน เนปาล...ที่เดียวกัน เดือนเดียวกัน คนละปี หิมะ แทบหมดแล้ว
ที่นี่..น้ำแข็งก็หายไป..
ธารน้ำแข็งขั่วโลก.. อันตรธาน
ดูมันทำ สีขาวๆฟ้าๆ นะแสงไฟฟ้า สีแดง..นะ เผาป่า!!! และอื่นๆอีกมากมาย.. ถ้าปล่อยเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ อีกไม่เกิน 50 ปี น้ำแข็งขั่วโลกละลายหมด น้ำทะเลสูงขึ้น 6 m. มีจมบาดาลกันบ้างละ!!! กอร์ ฉลาดที่นำเสนอเรื่องนี้ ให้เป็นเรื่องใกล้ตัว และเน้นให้ทุกคนต้องช่วยกันเอาใจใส่!!! ก่อนจบ กอร์ ยังกระตุ้นให้เราตระหนัก... ว่าโลกได้ส่งสัญญาณเตือนภัยให้เรารับรู้แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะตอบสนองอย่างไร!!! หรือจะนั่งรอให้วันนั้นมาถึง!! เอาพอเลาๆ ลงลึกเดี๋ยว...สาระจะมากไป!!! ลองไปหา An Inconvenient Truth ดูเอาเอง แล้วคุณจะรักโลกเราขึ้นอีกเยอะ...!!! |
| under water world | ||
อีกด้านหนึ่งของโลก |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |