วันอังคาร ที่ 24 เมษายน 2550
ไทรแองเกิ้ลเลค
Posted by
kilroy
,
ผู้อ่าน : 961
, 22:26:31 น.
| หมวดหมู่ :
บัตเตอร์ฟลาย
พิมพ์หน้านี้
|

วันนี้ไม่ได้มาเขียนถึงเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวหรือวิชาภูมิศาสตร์แต่อย่างใด ผมกำลังเขียนถึง วงดนตรีวงหนึ่งที่มีชื่อเสียงเรียงนามว่า "ไทรแองเกิ้ลเลค" วงดนตรีอาชีพของไทยในปลายยุค 70 วงนี้มีความสำคัญที่ต้องบันทึกไว้ในบล็อกนี้อย่างไร ก็ได้โปรดอ่านชื่อและประวัติโดยย่อของ สมาชิกของวงที่ผมจะได้ไล่เรียงโดยใช้หลักเรียงตามตัวอักษร เพราะว่าศักยภาพของสมาชิก แต่ละท่านนั้นคู่คี่สูสีกันมากเขียนถึงคนใดคนหนึ่งก่อนอาจจะทำให้เกิดความลำเอียงได้  กฤษณ์ โชคทิพย์พัฒนา (จ๊อด) กฤษณ์หัดเล่นกีตาร์มาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ขณะที่เรียนหนังสือไปก็แอบซ้อมเล่นดนตรีไป จนเมื่อสอบเข้าเป็นนิสิตคณะเศรษฐศาสตร์จุฬ่าได้ เขาจึงตั้งวง "แธงค์" กับเพื่อนๆ โดยที่ไม่ต้อง กลัวทางบ้านจะว่า วงนี้เล่นประจำอยู่ที่ อิมพอสสิเบิ้ลคาเฟ่ ได้ปีเดียวก็ยุบวง เขาจึงไปเข้าร่วมวง สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ส.จ.ม.) อีก 1 ปี จากนั้นก็เข้าวง "อีคลิปส์" โดยเล่นแสดง ในงานของคณะและงานต่างๆของมหาวิทยาลัย ด้วยความรักที่จะเล่นดนตรีเต็มตัวทำให้เขาลาออก จากคณะเลยไม่ได้เป็นบัณฑิตจากรั้วจามจุรี ต่อมาเข้าร่วมกับ "คาไลโดสโคป" เป็นเวลา 2 ปี โดยตะเวนเล่นทั้งใน กรุงเทพฯ พัทยา และเชียงใหม่ เครื่องดนตรีหลักที่เขาเล่นคือเบส
 จิรพรรณ อังศวานนท์ (จิ) จิรพรรณสมัยเป็นนักเรียนอยู่อัสสัมชัญเขาจะติดตามวง "เดอะ ยังสเตอร์" ในฐานะผู้ดู เป็นวงของโรงเรียนไปเล่นตามงานโรงเรียนต่างๆ วันหนึ่งมีคนขอเพลง "Mean Woman Blues" ของ เอลวิส เพรสลีย์ แต่นักร้องนำของวงถนัดเพลง คลิฟฟ์ ริชาร์ด มากกว่า จิรพรรณเลยได้ โอกาสขอร้องแทน จากนั้นเขาก็หัดเล่นกีตาร์และกลายเป็นสมาชิกของวงไปด้วยเล่นจนถึง มศ.5 ก็สอบเข้าเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ลูกแม่โดม ระหว่างใช้ชีวิตนักศึกษาที่ท่าพระจันทร์เขา และเพื่อนๆ ตั้งวง "นิจิออ" เล่นในแนว "Crosby Stills Nash & Young" เมื่อจบเป็นบัณฑิตแล้ว จิรพรรณเบนเข็มเล่นดนตรีเต็มตัว โดยเข้าไปร่วมวง "แฟนตาซี" ในตำแหน่งกีตาร์โซโล
 สุรสีห์ อิทธิกุล (อ้อง) สุรสีห์รักการเล่นดนตรีและคลุกคลีอยู่กับวงการนี้มาตั้งแต่เล็กๆ จนถึงสมัย มศ.5 ก็ได้ตั้งวง "ไดนามิค" จากนั้นไปเรียนต่อด้านการดนตรีที่มหาวิทยาลัยโอเรกอน เอกด้านการประพันธ์และ เรียบเรียงเสียงประสาน โดยเครื่องดนตรีหลักที่จับคือ เปียโน และฟลุท ระหว่างเรียนตั้งวง "เบบี้ ฟิงเกอร์ส" รับเล่นตามงานแสดงของโรงเรียนๆต่างในรัฐโอเรกอน จบการศึกษาในปี พ.ศ.2517 เข้ารับราชการเป็น ร้อยตรีสุรสีห์ ประจำกองดุริยางค์ทหารบก ระหว่างรับราชการแต่งเพลง "เลือดไทยไหลริน" และเรียบเรียงเสียงประสานเพลง "วิภาวดีรังสิต" กับ "เราสู้" ให้กับวงดุริยางค์เจ้าสังกัด
ปี พ.ศ.2520 หลังจากจิรพรรณเล่นอยู่วงแฟนตาซีได้สองปีก็มีความคิดจะไปเรียนต่อด้านดนตรี ด้วยความบังเอิญมาพบกับ ดนู ฮันตระกูล ซึ่งชักชวนให้เข้าร่วมวงภาคีวัดอรุณ (จะได้กล่าวถึง ในเอนทรีถัดไปในหมวด) เมื่อเขาเข้าร่วมวงนี้ก็ได้พบกับสุรสีห์ที่ออกจากราชการและมาเล่น ในวงนี้อยู่ก่อน ทั้งสองคนจึงคิดจะฟอร์มวงเล่นดนตรีก่อนที่จะไปเรียนต่อ โดยสุดท้ายได้ตัว กฤษณ์ซึ่งเพิ่งออกจากวงคาไลโดสโคป ทำให้กลายเป็นวงทริโอในช่วงเริ่มต้นและเล่นประจำที่ ห้องมณเฑียรทอง โรงแรมมณเฑียร โดยชื่อวงไทยแองเกิ้ลเลค (Triangle Lake) ตั้งชื่อตามทะเลสาบในรัฐโอเรกอนที่สุรสีห์เรียนจบมานั่นเอง ช่วงแรกเป็นวงสามชิ้นโดยใช้ ริธึมบ็อกซ์ แทนกลอง ต่อมาได้ เกรียงไกร วิจักขณะ (อดีตวงคิสเซอร์เพลย์เมทและฟินิกซ์) มาเล่นกลอง ภายหลังโรงแรมเปิดคลับคาซาบลังกา พวกเขาต้องย้ายมาเล่นประจำคลับโดยต้องเล่นประชัน กับ Oriental Funk ของเรวัต พุทธินันทน์ ซึ่งเล่นแนว ฟังกี้และโซล ทางวงจึงหาสมาชิกเสริม โดยได้ โยธิน ชีรานนท์ (อดีตวงแฟลช) มาเล่นคีย์บอร์ด และ อุกฤษฎ์ พลางกูร ที่เพิ่งกลับ จากต่างประเทศและทำงานห้องบันทึกเสียงมาเล่นตำแหน่งกีตาร์ ไทรแองเกิ้ลเลคเน้นไปที่ การเล่น เพลงร็อคและป๊อปตามสมัยนิยม (เพราะว่าต้องเล่นให้แขกฟัง) ช่วงนั้นเน้นเล่นเพลง ของวง "Fleetwood Mac" และต่อมาก็เป็น "Bee Gees" ตอนนั้นกระแสดิสโก้เริ่มบูมแล้ว ถ้าท่านผู้อ่านเป็นผู้ฟังเพลงที่จริงจังสักนิดหนึ่งคงต้องทราบแล้วว่าสมาชิกหลักของวงนี้ ก็คือสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง กลุ่ม "บัตเตอร์ฟลาย" ในภายหลัง พวกเขาได้สร้างงานดนตรีทั้งที่มี ความร่วมสมัยและก้าวนำสมัย และผลิตงานให้กับศิลปินใหม่ๆ ประดับวงการเพลงมากมาย จึงขอบันทึกชื่อของวงไทรแองเกิลเลคไว้ในบล็อกเพื่อให้ทราบข้อต่อลูกโซ่ที่เป็นจุดกำเนิด ของบัตเตอร์ฟลายในกาลต่อมา
|