|

สมาชิก: ชัชชัย สุขขาวดี (ร้องนำ)/ชัคกี้ ธัญญรัตน์ (กีตาร์)/สมโชค เล้าเปี่ยมทอง (เบส)/ กฤษฎา ตันติเวชกุล (คีย์บอร์ด)/ภาสกร หุตวณิช (คีย์บอร์ด,แซ็กโซโฟน,ฟลุ๊ท)/ ธรรมนูญ หะยีสาและ (กลอง)
ชัชชัย สุขขาวดี (หรั่ง) เรียนจบโรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ เริ่มสนใจดนตรีมาตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ เริ่มจากเพลงลูกทุ่งก่อน พออายุสิบสามก็ได้เข้าเรียนดุริยางค์ได้เรียนดนตรีโดยตรง เริ่มเล่นกลองจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็น ทรัมเป็ต เฟรนช์ฮอร์น และ คีย์บอร์ด และสอบผ่านด้านการอะเรนจ์เพลงด้วย
หรั่งได้เข้าเป็นสมาชิกวง M7 เล่นดนตรีแนวโซลเป็นหลักโดยมี สุนทร สุจริตฉันท์ (ก่อนเข้ารอยัล สไปรทส์) เป็นนักร้องนำ โดยหรั่งเล่นทรัมเป็ต จนวันหนึ่งเมื่อเขาได้ฟังเพลง Babe ของ Styx ทำให้เขาประทับใจและคิดอยากที่จะร้องเพลงนี้ เลยคุยกับหัวหน้าวง แต่ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากเห็นว่าไม่เข้ากับแนวเพลงที่ทางวงเล่นอยู่ หรั่งเลยขอลาออก เข้ากรุงเทพและเริ่มฟอร์มวง ร็อคเคสตร้า ในช่วงแรกเล่นเพลงแนวพ๊อพร็อค จากนั้นก็เริ่มเล่นเพลงของ Queen, Alan Parsons Project และ Styx
ต่อมาทางวงก็ได้รับการว่าจ้างไปเล่นที่หาดใหญ่ และได้มีโอกาสออกผลงานชุด "เมดเลย์ ท็อปฮิท" กับค่ายนิธิทัศน์ เป็นการนำเพลงสากลมาคัฟเวอร์แบบเมดเลย์ ก่อนที่จะเลิกเล่นประจำคลับ และหันมาทำงานด้านการบันทึกเสียง ในตอนนั้นเหลือสมาชิกดั้งเดิม 3 คน คือ หรั่ง ภาสกร และ ธรรมนูญ ที่สตูดิโอ หรั่งได้รู้จัก กับ กฤษฎา และ ชักกี้ เลยคิดจะฟอร์มวงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายได้ สมโชค มาเล่นเบส กลายเป็นคลาสสิคไลน์อัพของร็อคเคสตร้าในที่สุด
 อัลบั้ม เทคโนโลยี ปีที่ออก 2527/สังกัด นิธิทัศน์ หน้าหนึ่ง: เทคโนโลยี/โลง/เงา/คิด/เพลง หน้าสอง: หวย/กรรม/มนุษย์/อดีต/รัก/เหงา
หรั่ง ให้สัมภาษณ์ใน นิตยสารสตาร์ออฟแปซิคฟิค ฉบับที่ 69 สิงหาคม 2527
"พวกเราต้องการให้วงการเพลงบ้านเรามีแนวดนตรีหลาย ๆ แบบ เช่นปัจจุบันส่วนใหญ่อาจจะเป็นพ๊อพ เราก็เลยน่าจะเป็นร็อค"
"ผมคิดว่าคนฟังสมัยนี้เริ่มที่จะยอมรับเพลงไทยที่มีแนวความคิดและเป็นตัวของตัวเอง ผมเป็นอะเรนเจอร์ด้วย เพราะฉะนั้นผมก็ต้องฟังว่าชาวบ้านเขาไปถึงไหนกันแล้ว เพลงไทยนี่ผมฟังทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าลูกทุ่งลูกกรุง คือผมเชื่อว่าคนเราทุกคนทำอะไรก็ต้องอยากทำให้ดี เมื่ออยากให้ดีเรา ก็ต้องพยายามแข่งขันทำสิ่งที่ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ"
"แต่สำหรับงานชิ้นแรกของพวกเรา ผมยอมรับว่าเรายังไม่ได้ทำตามใจตัวเองถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เราอยากทำยังมีมากกว่านี้อีก แต่เราต้องคำนึงถึงตลาดด้วย อย่างปกเทปน้องคุณกฤษฎาจบ จากศิลปากรเป็นคนออกแบบ คือผมอธิบายแล้วก็ให้เทปเขาไปฟังด้วย ที่จริงรูปนี้สวยมากแต่ เจ้าของต้นสังกัดเขาไม่ค่อยชอบ ในแง่การค้าเขาบอกว่า มันจะไม่เด่นเวลาอยู่บนแผงเทป ก็เลยต้องกลับไปลงสีอีก ใจผมอยากใช้รูปเก่า ผมไม่ต้องการให้มองเห็นชัดว่าเป็นรูปอะไร แต่ยังไงก็ ยังดีกว่าเป็นรูปพวกผมไปเสนอหน้าอยู่บนปก"
"เราทุกคนต้องการให้ทุกคนยอมรับเราเสียก่อน เพราะตัวอย่างมันเคยมีให้เราเห็นมาแล้วว่า คนที่ทำงานละเอียดก็มีแต่ขายไม่ได้ คือถ้างานชิ้นแรกของเราประสบความสำเร็จพอใช้ งานชิ้นต่อไปเราก็กล้าที่จะทำอะไรมากขึ้น ถ้าคนฟังเขาชอบหรือติดใจคุณแล้ว ไม่ว่าคุณจะทำงานเป็นยังไง เขาก็ไม่ค่อยสนกันหรอก ทำอะไรออกมาเขาก็ซื้อกันทั้งนั้น"
"ที่ตั้งชื่อว่า เทคโนโลยี เพราะต้องการให้ชื่อมันแกรนด์หน่อยแล้วก็ไม่อยากให้มันห่างชื่อร็อค เคสตร้ามากนัก อัดกันที่สตูดิโอ 722 อยู่ตรงศูนย์การค้าวรรัตน์ในหมู่บ้านชวนชื่น"
"เรื่องเทคนิคการบันทึกเสียง ผมต้องยกความดีให้กับชัคกี้ เขามีประสบการณ์ทางด้านสตูดิโออยู่ บ้างเพราะเคยทำงานเป็นนักดนตรีรับจ้างของโคลัมเบียเร็คคอร์ดส์ในอเมริกาอยู่หลายปี ส่วนมิวสิค ไดเร็คเตอร์คือ คุณกฤษฎาที่เล่นคีย์บอร์ดก็เก่งคือเขาเลือกใช้เครื่องเสียงเก่ง เขาศึกษาพวก แมนวลละเอียดก็เลยปรับเสียงได้"
สำหรับเพลง 'เงา' เขากล่าวว่า
"ผมเห็นว่าคนสมัยนี้เขาทำอะไรรีบ ๆ ผมก็เลยแต่งเพลงนี้ มีคนถามว่าทำไมเพลงนี้สั้น คือความ คิดของผมนี่คนเราวิ่ง เพราะฉะนั้นแป๊ปเดียวมันก็ต้องถึงแล้วอีกอย่างผมต้องการให้คนฟัง ๆ แล้วอยากกลับมาฟังอีก แต่พอตอนนี้มีคนพูดกันว่ามันสั้น ผมมานั่งฟังใหม่ชักรู้สึกเหมือนกัน แต่ ตอนที่ผมฟังในสตูดิโอมันโอเคแล้ว เวลาผมอะเรนจ์ผมจะคำนึงถึงเนื้อเพลงด้วย ผมไม่อยากให้ เพลงนี้ยืดยาวนัก"
ชัคกี้ ธัญญรัตน์ ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมงานกับร็อคเคสตร้าในชุดเทคโนโลยี ในนิตยสาร ซุปเปอร์โซนิค ฉบับที่ 4 มิถุนายน 2527
"ผมเข้ามาเป็นรุ่นที่ 2 มาใหม่กัน 3 คน และอยู่เก่า 3 คน เจอกันในห้องอัดเสียง พวกเราชอบพอใจ ในทัศนะเดียวกันว่า ไม่เล่นเป็นงานประจำ และช่วยกันสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งผมเห็นว่า ค่าตอบแทน ที่ได้รับสูงเหมือนกัน ในด้านจิตใจ เล่นด้วยความพอใจ เข้าถึงความรู้สึกดีกว่า ทางด้านทุนทรัพย์ก็ ได้ค่าเหน็ดเหนื่อยพอสมควร รวมกันแล้วมากทีเดียว ดนตรีที่ออกมาหลายแบบจากชุด เทคโนโลยี เป็นงานชุดแรกของผม แต่เป็นชุดที่ 2 ของวง ชุดนี้เปลี่ยนความรู้สึกของคนบางกลุ่ม สามารถเชื่อมส่วนที่สูงและต่ำให้มาที่ส่วนกลาง ๆ ได้เพราะเมื่อก่อนมีวงที่เล่นสูงมากจนอาจจะรับไม่ได้ และวงที่ ไม่สามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาโดยวงที่เล่นสูงไม่เหลียวแล"
"เพลงที่ชื่อว่า 'เพลง' ผมทำทุกอย่างยกเว้นเนื้อร้องภาษาไทยนี่ให้ชัชชัย นักร้องนำเขียนคำร้อง โดยต้องการให้ดนตรีบางเรื่องเกิดความสนุก คลายความเครียด ด้วยการให้ความรัก ความระทมมากเกินไป จนไม่ได้ไปสร้างความสุขใจเลย เพลงชื่อ 'เพลง' จึงอยากแก้ความซ้ำซาก เป็นประการแรก และต่อมาก็อยากให้มีบทเพลงที่เป็นเพลงจริง ๆ และประการที่สาม เป็นการใส่เทคนิคกีตาร์ของผมเพื่อให้รุ่นน้องได้ศึกษา"
"ผมใช้การเล่นในมือซ้าย 3 โน้ต แล้วมือขวาใช้นิ้วชี้มาทำให้เกิดโน้ตอีกตัวหนึ่ง โดยจิ้มไปที่คอ ผมใช้โน้ตทั้งหมด 4 ตัว ซึ่งปกติใช้เพียง 3 ตัว การเล่นโน้ตอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องเล่นเร็ว แต่ถ้าเล่น จนรู้หลักแล้ว ก็ทำให้ดีด้วยตัวเอง"
"เพลง 'กรรม' ผมทำถวายต่อพระกฤษณะเจ้าที่ผมนับถือเป็นอาจารย์ เสียงดนตรีออกมาคล้าย ซีตาร์ ผมทำเฉพาะตอนต้นกับตอนปลาย ส่วนท่อนกลางนักร้องนำทำเอง"
"มีการใช้กีตาร์โปร่ง ให้ปล่อย E เล็กสายที่หนึ่ง ให้เสียงปล่อยเท่าเสียง D ตอนที่เล่นให้จับคอร์ด D major เป็นหลัก เสียง D ที่ออกมาจะคล้ายเสียงซีตาร์ซึ่งเป็นสายเสียงเปล่าดังอยู่ตลอดเวลา เสียงนี้อัดทับอีกทีด้วยเสียงเดียวกันโดยใช้กีตาร์ไฟฟ้า ซึ่งใส่ดิสทอร์ชั่นอ่อน ๆ จะคล้ายเสียง ซีตาร์มากขึ้น มีลักษณะแกว่ง ๆ ด้วย ในความคิดนี้ตัวผมสามารถเล่นคนเดียวได้ โดยตั้งกีตาร์ไฟฟ้าสัมพันธ์กับกีตาร์โปร่งที่เล่น ซึ่งนำออกแสดงงานบนเวทีก็จะได้เสียงเหมือนกับ การทำเสียงในห้องบันทึกเสียงเช่นกัน"
บล็อกเกอร์: โดยส่วนตัวแล้วคุณภาพของอัลบั้มชุดนี้อยู่ในระดับเดียวกันกับ "แดนศิวิไลซ์" (ธเนศ วรากุลนุเคราะห์) หรือแม้แต่ "บ้าหอบฟาง" (อัสนีและวสันต์) จะว่าไปแล้วถ้าวัดความ เป็นออริจินัลออกจะเหนือกว่านิด ๆ ด้วย เป็นงานที่ผสมผสานชั่วโมงบินของนักดนตรีที่เล่นอาชีพ มานาน เมื่อมีโอกาสได้ทำงานที่เป็นผลงานของตัวเองเป็นครั้งแรก จึงมีมุมมองและไอเดียใน การนำเสนออย่างหลากหลายโดยอิงอยู่บนโครงสร้างของดนตรีร็อค ถ้าผมไม่ได้อ่านสัมภาษณ์ ของคุณชัคกี้ (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ก็ยังคงเข้าใจว่าเสียงอินโทรของเพลง "กรรม" เล่นด้วย ซีตาร์จริง ๆ นั่นได้แสดงถึงความยอดเยี่ยมในการสร้างเทคนิคการเล่นขึ้นมาโดยไม่ได้พึ่ง ซินธีไซเซอร์ แต่จุดที่ผมติงนิดเดียวก็คือเพลงนี้ควรใช้เสียงซีตาร์เทียมดังกล่าวไปตลอดทั้งเพลง จะสมบูรณ์แบบกว่านี้
พวกเขาผลิตงานชุดนี้ออกมาแบบพบกันครึ่งทางระหว่าง "ตลาด" กับ "ศิลป์" ซึ่งผลที่ออกมาเป็น ที่น่าพอใจ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าไลน์อัพชุดนี้ไม่ได้ทำงานกันต่อ พวกเขาอาจจะได้สร้างงาน ที่เหนือความคาดหมายออกมาประดับวงการเพลงของไทยก็เป็นไปได้
|