วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน 2551
แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของโอซิม
Posted by
kilroy
,
ผู้อ่าน : 371
, 15:42:41 น.
| หมวดหมู่ :
สาว สาว สาว
พิมพ์หน้านี้
|

ไม่ได้เปลี่ยนแนวมาเขียนเรื่องการตลาดแต่อย่างใด ถึงแม้จะเคยลงทะเบียนเรียนการจัดการการตลาด (Marketing Management) ในระดับปริญญาโทมาบ้าง (แต่ความรู้ข้าพเจ้ายังด้อยเร่งศึกษา...)
ในยุคที่สิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเราเปลี่ยนแปลงในอัตราเร่งที่สูงกว่าเดิมมากๆ ทั้งนี้เป็นผลมาจาก flattener 10 ประการ ทำงานสอดประสานกัน ส่งผลให้ชีวิตเราได้รับข้อมูลข่าวสารจนแทบล้นทะลักหัวสมอง (ผู้ใดสงสัยว่าเจ้า flattener คืออะไร ความรู้อยู่ที่ปลายนิ้วของคุณบนแป้นคีย์บอร์ด) ผู้รับข่าวสารอย่างเราๆ (เนื่องจากเอนทรีในบล็อกคงจะถูกอ่านในอินเตอร์เน็ต ดังนั้นคำว่า เราๆ หมายถึงผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นประจำและเสพย์สื่อหลายๆประเภทแบบออนไลน์ โอเค๊ !) จะต้องเผชิญกับการตลาดในรูปแบบต่างๆ รวมถึงพื้นที่ในไซเบอร์สเปซด้วย Kotler กล่าวว่าไซเบอร์สเปซคือ place (1 ใน 4P) ด้วยเช่นกัน แม้กระทั่งมาเขียนบล็อกก็ยังเจอการขายตรงทั้งแบบ ฮาร์ดเซลส์ และ ซอฟท์เซลส์ ต่างกันไป เช่น "เชิญมาคลายเครียดที่บล็อกของผม" โอว ! มายก๊อดอ่านแล้วเครียดทันทีว่ะ ฮ่า ฮ่า
การตลาดในทะเลสีแดงเดือดคงไม่มีหน่วยธุรกิจใดที่อยากอยู่ในวังวนนี้ การตลาดในทะเลฟ้าสีครามต่างหากที่ผู้ประกอบอยากจะเข้าไปเวียนว่ายให้สุขสำราญ ปัจจัยที่เป็นตัวถีบส่งให้เฟิร์มเหล่านี้เข้าไปว่ายน้ำใน blue ocean ได้หนีไม่พ้น นวัตกรรม ล่ะครับ ถึงแม้นวัตกรรมจะไม่ใช่ปัจจัยเดียวแต่เป็นปัจจัยที่สำคัญ (critical) นวัตกรรมครอบคลุมกว้างมากกว่าเรื่องเทคโนโลยีนะครับ วิธีคิด วิธีการจัดการที่ดีกว่า ภายใต้เทคโนโลยีของตัวสินค้าที่พอๆกันก็จัดอยู่ในนวัตกรรมเช่นกัน
"คนขี้เมื่อยที่ชอบฟังดนตรี" โจทย์นี้ได้รับการตีความจากนักการตลาดออกมาเป็นสินค้าคือ เก้าอี้นวดที่มีฟังค์ชั่นนวดตามจังหวะเพลงที่เปิดได้ด้วย โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็น ตัวผสาน เคสของผลิตภัณฑ์ในลักษณะทำการตลาดแบบบลูโอเชี่ยนแล้วสำเร็จ เท่าที่เคยอ่านมาบ้างมักจะต้องผนวกฟังค์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการอย่างน้อย สองอย่างเข้าไว้ด้วยกัน อย่างกลมกลืนถูกที่ถูกเวลา เช่น เครืออีจีวี เครื่องบินเจ็ทให้เช่าส่วนตัว มีอีกหลายเคสจำไมได้แล้ว (แต่ก่อนจะโม้ได้เยอะกว่านี้)
ผมไม่มีความสามารถพอหรอกครับที่จะทำนายว่าสินค้าตัวนี้จะประสบความสำเร็จในบ้านเรา หรือไม่ เนื่องจากไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเมื่อพิจารณาจากรายได้ที่จะซื้อเจ้าเก้าอี้ตัวนี้ ภาษาเศรษฐศาสตร์เรียกว่าผมไม่เป็นพวก "effective demand" คือมีดีแมนด์แต่ไม่มี purchasing power (ฮ่าๆ) และที่สำคัญไม่มีงานวิจัยเบื้องต้นในมือที่พอจะคลำๆได้ว่า ความน่าจะเป็นของความสำเร็จของสินค้าตัวนี้จะเป็นเท่าใด คือยังเป็นคนเชื่อเรื่องรีเสิรช์ที่ดี (ย้ำว่าที่ดีนะ) เปรียบได้กับการเดินก้าวแรกไปถูกทางแล้วระดับหนึ่ง
แต่ที่เจ้าสินค้าตัวนี้สร้างความสนใจให้กับผมก็คือผู้ที่มาเป็น "แบรนด์แอมบาสเดอร์" นี่ล่ะ คือช่วงนี้มีธุระต้องคุยกับพี่แหม่มเป็นระยะๆ จึงทราบกำหนดการว่าจะมีงานเปิดตัวสินค้าตัวนี้ เลยแว่บไปที่ เซ็นทรัลเวิร์ลด์ ชั้นหก เมื่อวัน 4 เม.ย. ที่ผ่านมา ก็เลยถือโอกาสไปเปิดหูเปิดตา ไม่อุดอู้อยู่กับโลกส่วนตัวมากเกินไป จนกระทั่งมีเพื่อนบล็อกเกอร์บางคนมองออกว่าเป็นคนแบบนั้น เมื่อไปถึงก็ตั้งใจเก็บรายละเอียดของงาน โดยเฉพาะดู workflow ของ organizer ว่าเขาจัดงาน กันอย่างไร ก็ดีครับได้เห็น วิธีการทำงาน การนำเสนอ แล้วรู้สึกว่างานสายนี้น่าสนุกดีนะ (แต่คงแก่เกินกลับลำแล้ว)
พี่แหม่มร้องโชว์สองเพลง คือ "ผู้หญิงวนซ้ายผู้ชายวนขวา" และ "Youve got a friend" ถามพี่แหม่มว่ามาเป็น พรีเซ็นเตอร์ เอ๊ย ! (เชยๆ) แบรนด์แอมบาสเดอร์สินค้าตัวนี้ได้อย่างไร ได้รับคำตอบว่า "ไม่รู้ว่ะ" เลยไม่รู้ว่าพี่เขาตอบจริงหรือตอบเล่น แต่ผมขำนะพี่ ฮ่าๆ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ของสินค้าก็มาเฉลยบนเวทีว่าเหตุใดจึงเลือก พัชริดา วัฒนา - วอยซ์เทรนเนอร์ มาเป็นแอมบาสเดอร์ให้กับแบรนด์
คุณผู้อ่านที่ทนอ่านมาจนจบก็คงได้ทราบอิทธิพลของการตลาดแบบหนึ่งแล้วล่ะครับ น่าจะเรียกว่า บล็อกมาร์เก็ตติ้ง ที่ผมช่วยไอด้อลของผมโปรโมทแบรนด์ แต่เป็นมาร์เก็ตติ้งแบบ ที่ไม่ได้มีผลตอบแทนในมิติของต้วเงินน่ะนะ เป็น passion ล้วนๆ เลย ที่ได้เขียนเอนทรีนี้
สวัสดี

|