วันอังคาร ที่ 8 เมษายน 2551
บุปผา ธรรมบุตร
Posted by
kilroy
,
ผู้อ่าน : 616
, 15:08:48 น.
| หมวดหมู่ :
นักร้องหญิง
พิมพ์หน้านี้
|

เอนทรีนี้ย้อนกลับมาบันทึกเรื่องราวของนักร้องหญิงจากยุค 80 อีกคนหนึ่ง เธอคนนี้จัดอยู่ในประเภท Singer-Songwriter ที่มีความสามารถสูงมาก ทั้งทางด้านเสียงร้องที่ไพเราะ การแต่งเพลง และยิ่งไปกว่านั้นเธอเล่นเปียโนได้ดีมาก ๆ ในระดับที่ได้รับรางวัลจากการประกวดแข่งขันในระดับนานาชาติ เธอคือ บุปผา ธรรมบุตร (โอ๋)
จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย สอบเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เริ่มเล่นอิเล็คโทนตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ที่โรงเรียนดนตรี สยามกลการ เป็นแชมป์อิเล็คโทนสยามกลการและได้ตำแหน่งรองชนะเลิศการแข่งขัน อิเล็คโทนกรังปรีซ์อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อตอนอายุ 17 ปี
เริ่มหัดแต่งเพลงตอนอยู่ชั้นมัธยม เพลงที่ถูกนำมาบันทึกเสียงในเทปชุดแรกอย่างเพลง "ห่างรัก" แต่งตอนอยู่ ม.ศ.3 (เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของผู้เขียน) หลังจากจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ก็เข้าทำงานในวงการโฆษณา ด้วยความที่เป็นคนชอบร้องเพลง เล่นดนตรี และแต่งเพลง จึงมีความคิดที่จะออกผลงานของตัวเองสักชุก เธอจึงเข้าไปติดต่อ รถไฟดนตรี โดยตรงพร้อม กับเพลงตัวอย่างที่ได้แต่งเก็บไว้
2530 เทปชุดแรกชื่อเดียวกับชื่อของเธอออกจำหน่าย รถไฟดนตรีวางภาพของบุปผาเป็น Singer-Songwriter อย่างชัดเจน นอกจากจะแต่งเพลงในชุดนี้แล้ว เธอมีส่วนร่วมในการบันทึก เสียงเปียโนในเพลงชุดนี้ด้วย เพลง "เราสองคน" ได้ ภูสมิง หน่อสวรรค์ จากค่ายเดียวกันมา featuring เพลงนี้ได้รับความนิยมและกลับมาโด่งดังอีกครั้งเมื่อเร็วๆนี้ จากการนำมาคัฟเวอร์ใหม่ และใช้เป็นเพลงนำจากละครเรื่อง "สองเรานิรันดร์" ขับร้องใหม่ พอล-นาเดีย
เมื่อเทปชุดแรกประสบความสำเร็จ รถไฟดนตรีจึงเข็ญชุดสอง "Every Wheres Music" ออกตามมาในปี 2531 เป็นงานคัฟเวอร์เพลงสากลที่ตัวบุปผาชื่นชอบ มีแทร็คพิเศษคือเพลง "Every Wheres Music" ซึ่ง ฉันทนา กิติยพันธ์ เคยนำไปร้องชนะเลิศในการประกวดมาแล้วนำ มาบรรจุในชุดนี้ด้วย ในปีเดียวกัน "วันนี้ดีจัง" งานชุดที่สามออกวางขายเป็นงานซึ่งบุปฝาไม่มี ส่วนร่วมในงานและขาดฟีลในการผลิตงานชุดนี้ด้วย แต่เนื่องจากติดสัญญากับค่ายจึงต้องทำออก มาตามแผนการจัดจำหน่าย
เมื่อหมดสัญญากับทางรถไฟดนตรีเธอใช้เวลาทุ่มให้กับการทำธุรกิจของจิวเวลลี่ของครอบครัว และเมื่อแต่งงานมีครอบครัว บุปฝาก็จะรับงานเฉพาะร้องเพลงการกุศลเท่านั้น ภายหลังได้มาพบ เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์ โดยเธอรู้จักกับเต๋อมาตั้งแต่สมัยเล่นอยู่โรงแรมมณเฑียร เต๋อชักชวนให้ บุปผาออกงานกับทางแกรมมี่สักชุด เป็นที่มาของอัลบั้มชุดสุดท้ายของเธอคือ "Love Avenue" เป็นอัลบั้มที่เป็นเพลงไทยผสมกับเพลงสากล ออกขายในช่วงปลายปี 2534 เพลงเก่งของชุดคือ "เธอบอกให้ลืม" ซึ่งเป็นงานแต่งของเธออีกเช่นกัน เพลงนี้ถูกนำมาคัพเวอร์อีกครั้งโดย วงเอ็นโดร์ฟิน และได้รับความนิยม
หลังจากบุปผา ธรรมบุตร หานักร้องที่เป็นไทป์แบบเธอยากมากครับ ระหว่างนั่งพิมพ์ไป ยังนึกไม่ออก เธอเป็นบุคลากรที่ใช้คำว่าศิลปินได้อย่างเต็มภาคภูมิ


|