วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน 2551
ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ (revisited)
Posted by
kilroy
,
ผู้อ่าน : 536
, 23:45:53 น.
| หมวดหมู่ :
นักร้องชาย
พิมพ์หน้านี้
|

นาย Paul Rhodes เขียนบทความสั้นๆ แนะนำดนตรีโพรเกรสสีพร็อคไว้พอสังเขปว่า เราอาจจำแนกดนตรีประเภทใดว่าเป็น prog ได้โดยพิจารณาได้จากลักษณะทั่วๆไปดังนี้
(1) อัลบั้มสี่ชุดแรกของวงๆนั้นเป็นเรื่องของชายตาบอดซึ่งครอบครองโลกทั้งโลก (เป็นตลกร้ายที่ต้องการประชดประชันเนื้อหา (lyrics) ของเพลงประเภทนี้ - ผู้เขียน) (2) มีมือกลอง 3 คนในวงๆเดียว (เสียดสี 555 - ผู้เขียน) (3) แต่ละเพลงจะมีความยาวเกินกว่า 50 นาที โดยที่เฉพาะท่อนโซโล่ mellotron ก็ปาเข้าไป 10 นาที (ข้อนี้ขำมากที่สุด - ผู้เขียน) (4) คุณต้องฟังมันถึง 12 เที่ยวต่อชุดจึงจะ "เข้าถึง" ดนตรีแบบนี้ได้ (มีเหตุผลมากที่สุด - ผู้เขียน)
ก่อนยุคอินเตอร์เน็ตโลกดนตรีตะวันตกจัดชั้น prog เป็นพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีไปแล้ว หลังจาก เกิดเครือข่ายใยแมงมุมขึ้นมา prog ฟื้นคืนชีพและสร้างความคึกคักให้กับผู้รักดนตรีประเภทนี้กัน ทั่วหน้า ในแวดวงดนตรีสากลของบ้านเราก็มีศิลปินหรือวงดนตรีบางวงเคยลองเดินไปบนเส้นทาง ดนตรีวิวัฒน์กันมาบ้างแต่เป็นจำนวนเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น "คนเขียนเพลงบรรเลงชีวิต" ของ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ก็เป็นงานที่จัดอยู่ในดนตรีประเภทนี้เช่นกัน
ธเนศพูดถึงงานชุดนี้ใน "สีสัน" ปี 2532 ว่า "ตอนนั้นรู้อยู่แล้วว่า ยังไงมันก็ไม่ตลาดอยู่แล้ว แต่คล้ายๆ กับว่าคิดเข้าข้างตัวเองนิดหน่อย กะว่ามันคงจะขายได้ใกล้เคียงกับชุดแรก หรือว่าอาจจะมากกว่าก็ได้ คือเราไม่ได้กะขายดีเด่ เทน้ำเทท่าอยู่แล้ว ก็เสี่ยงไป แต่ก็รับรู้ว่าจะเป็นยังไง เราอย่าไปคิดเทียบกับพวกป๊อปนะฮะ มันไม่ใช่ป๊อปอยู่แล้ว คือถ้าไปรวมกลุ่มกับพวกที่ไม่ใช่ป๊อปนี่ ผมถือว่าประสบความสำเร็จในด้าน การขายพอสมควร ในด้านความพอใจนั่นไม่ต้องพูดอยู่แล้ว คือรู้สึกว่าประสบความสำเร็จอยู่ แล้วที่ได้ทำงานอย่างนี้"
ผู้เสพงานเพลงคุณภาพจนถึงระดับประเภทก้าวล้ำไปถึงซีเรียสมิวสิค เริ่มตั้งความหวังกับธเนศว่า จะทำงานชิ้นต่อไปออกมาในรูปแบบใดหลังจากได้ฟัง "แดนศิวิไลซ์" ธเนศฟังดนตรีมาหลายประเภท และ prog ก็เป็นหนึ่งในแนวที่เขาฟัง ในเซสชั่นการบันทึกเสียงแดนศิวิไลซ์นั้นธเนศต้องการให้ดนตรี ในหลายๆเพลงออกมาซับซ้อนกว่านั้น แต่อัสนีโปรดิวเซอร์มองภาพรวมว่างานเปิดตัวไม่ควรจะปล่อย ของจนเกินกว่าระดับตลาดจะรับ เมื่อ "แดนศิวิไลซ์" ประสบความสำเร็จธเนศจึงทำสิ่งที่ได้ตั้งใจไว้ เพราะถ้าไม่ใช้โอกาสนำเสนองานแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปรอตอนไหน
"คนเขียนเพลงบรรเลงชีวิต" บันทึกเสียงในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค. ปี 2530 ที่ห้องอัดของคาราบาว และออกจำหน่ายในปีเดียวกัน ธเนศโปรดิวซ์งานชุดนี้เองรวมถึงเขียนคำร้อง-ทำนอง เกือบทุกเพลง ด้านดนตรีเรียบเรียงโดย ปุ้ม-พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และวงตาวันเป็นผู้เล่นดนตรีในห้องอัด ในด้านธุรกิจชุดนี้ไปไม่ถึงดวงดาว แต่ได้รับการตอบรับที่ดีจากการแสดงทัศนคติของนักวิจารณ์ดนตรี
ส่วนตัวผู้เขียนชื่นชมงานชุดนี้ในระดับหนึ่ง ในแง่ของความตั้งใจที่นำเสนอนั้นจุดนี้สอบผ่านแน่ๆ แต่ภาพรวมธเนศและตาวันยังคุมโทนรวมออกมาไม่ดีนัก ทั้งนี้วัดจากการนำไปเปรียบเทียบกับงาน ชั้นดีประเภทเดียวกันของวงจากต่างประเทศ คือถ้ามีวงดนตรีวงใดวงหนึ่งสร้างงานขึ้นมาเป็น concept album โดยมีเนื้อเรื่องร้อยเรียงต่อกันทั้งชุด (จะต้องตีความจากคำร้องหรือไม่ก็ตาม) ดนตรีไม่มี intermission คือทุกเพลงถูกเชื่อมต่อยาวไปจนเต็มหน้าไซด์เอและไซด์บี (แผ่นเสียง/ เทป) เพื่อต้องการสร้างอารมณ์ต่อเนื่องในการฟังขึ้นมา ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเชิดชูงานชุด นั้นขึ้นมาทันที เราต้องฟังในแง่ที่ว่ามัน "ถึง" หรือไม่ แน่นอนครับครับว่า "ถึง" ของแต่ละคนอยู่ บนระนาบที่แตกต่างกัน
"บทเริ่มต้น" และ "เอาอีก...อยากจะเอาอีก" แทร็คที่ 1-2 เปิดหัวได้อย่างน่าชื่นชม ฟังแล้วเกิด ความคาดหวังตามมาว่าบทเพลงที่ตามมาจะรักษาระดับอารมณ์ในการฟังให้ต่อเนื่องหรือมีไฮไลท์ ที่แทร็คใดอีก ดนตรีที่เชื่อมแทร็ค 2 และ "(จิต)...จากใจ" สร้างจินตนาการต่อเนื่องได้ดีมาก แต่ ธเนศเลือกที่จะเปลี่ยนอารมณ์ของแทร็คนี้ให้เป็นแนวเร็กเก้ ซึ่งไม่ใช่ข้อห้ามหรือข้อจำกัดแต่อย่าง ใดแต่ส่วนตัวแล้วมันเริ่มสะดุด จากนั้นถึงเปลี่ยนอารมณ์ด้วยไลน์ซินธีไซเซอร์และภาคริธึ่มที่มี มูฟเม้นท์น่าฟัง แทร็คที่เหลือในไซด์เอฟังแล้วขาดทิศทางไปนิด (อันนี้แล้วแต่ความชอบแล้วล่ะ และดนตรีต้องมาจากการฟัง)
"คนเขียนเพลงบรรเลงชีวิต II" เป็นแทร็คแรกของไซด์บีเป็นอิเล็กทรอนิกส์มิวสิคที่ถึงจริงๆ และ เป็นดีเอ็นเอที่นำไปใช้ในชุด "กดปุ่ม" กับแกรมมี่ ส่วนแทร็คที่เหลือค่อนข้างเนือยไปนิด ถึงแม้จะมี มูฟเม้นท์ของดนตรีสไตล์แนวเจเนซิสยุคแรกแว๊บเข้ามาสร้างสีสรร (เป็นสไตล์ไม่ได้ก๊อปปี้) แต่ โดยรวมๆ ค่อนข้างเนือยๆ ส่วนด้านคำร้องผู้เขียนค่อนข้างเฉยๆ ส่วนใหญ่แล้วโฟกัสไปที่ภาคดนตรี มากกว่า 
หลังจากไนท์สปอตปิดตัวไปธเนศยังต้องการสร้างผลงานดนตรีต่อไปและมาลงตัวกับค่ายยักษ์ใหญ่ "แกรมมี่" ธนวัฒน์ (อนุวัฒน์) สืบสุวรรณ เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับงานชุด "กดปุ่ม" (2532) และ "ร็อคกระทบไม้" (2535) ทั้งสองชุด ได้นักดนตรีฝีมือดี อย่าง ชาตรี คงสุวรรณ รวมถึง ธนวัฒน์ สืบสุวรรณ และอีกหลายคนมาเล่นดนตรีทั้งสองเซสชั่น
แสดงความเห็นแบบ short comment ว่าเป็นงานป๊อปร็อคที่อิงตลาดเป็นหลัก มีเสียงแบบแกรมมี่ ซาวนด์ทั้งนี้เนื่องจากโปรดิวเซอร์เริ่มผลิตงานให้กับนักร้อง วงดนตรี มาจนเป็นที่เริ่มชินหูกันบ้างแล้ว หลายชุด ที่สำคัญคือซาวนด์เอ็นจิเนียร์ยังเป็นบุคลากรเดิมๆ เสียงที่ออกมาเลยกลายเป็นยี่ห้อ แกรมมี่ โดยรวม "กดปุ่ม" น่าฟัง กว่า "ร็อคกระทบไม้" ที่มีเพลงร็อคกระทบไม้ที่ทำออกมาแบบ เวิร์ลด์มิวสิคสมศักดิ์ศรีกับงานของธเนศ เพลงที่เหลือถ้าไม่ใช้ชื่อธเนศเป็น recording artists จะจัดว่าเป็นป๊อปน่าฟังประมาณหนึ่ง แต่พอเป็นงานของธเนศแฟนเพลงกลุ่มหนึ่งที่ตั้งความหวังไว้สูง ก็คงไม่ค่อยปลื้มกับงานสองชุดหลังนัก
คนเขียนเพลงบรรเลงชีวิต - หน้าหนึ่ง
|