วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม 2551
จงจดจำวันวานที่ผ่านเลย
..
Posted by
kilroy
,
ผู้อ่าน : 580
, 00:12:53 น.
พิมพ์หน้านี้
|

ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรชอบเขียนเรื่องที่เป็น counterpart หรือ spin-off คือชอบเขียนอะไรแบบมีภาคต่อหรือซีเควนซ์ เอนทรีนี้ได้รับแรงส่งจาก เอนทรีก่อนหน้าที่ไปร่วมงาน "Back to School Party" ที่ SG เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา ระหว่างอยู่ในงานก็จินตนาการตามไปด้วยว่าถ้าได้จัดงานเลี้ยงรุ่นอีก น่าจะได้มีโอกาสรวบรวมเพื่อนๆที่เคยเล่นดนตรีร่วมกันในช่วงมัธยมปลายต่อถึงช่วง มหาวิทยาลัยมาเล่นร่วมกันอีกครั้ง
จงจดจำวันวานที่ผ่านเลย
.. (ใช้คำฟุ่มเฟือยนะวันวานมันก็ต้องผ่านไปแล้วสิ) เป็นวลีที่ผมเขียนไว้ท้ายบันทึกสั้นๆเกี่ยวกับเรื่องราวของวงดนตรีที่เล่นร่วมกันในช่วง ม.5-ม.6 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี พวกผมเป็นศิษย์เก่า ม.ปลายรุ่นที่ 3 (ม.3 รุ่น 20) จบการศึกษา ในปีการศึกษา 2529 "อมร" (กีต้าร์ลีด) เป็นผู้ตั้งชื่อวงเราใช้ชื่อเรียกตัวเองว่า "Buddy" แปลแบบบ้านๆ คือ เพื่อนซื้ เพื่อนสนิทและเพื่อนที่ดีหลายคนของผมก็อยู่ในวงนี้น่ะล่ะ
พวกเราเล่นดนตรีกันแบบสนุกๆ และก็ไม่มีความคิดที่จะพัฒนาฝีมือให้ดีขึ้นแต่อย่างไร เรียกว่าเพลงยากเกินไปเราก็เล่นกันไม่ได้ จะมีก็แต่เพื่อนอมรนี่ล่ะที่เป็นแกนนำของวง มีทักษะในการเล่นกีต้าร์ที่โดดเด่นเรียกว่าถ้าเขาจะเอาดีทางนี้คงไปได้ไกลทีเดียว คนอื่นๆในวงเป็นตัวประกอบเล่นกันก๊องแก๊งๆไปเรื่อยๆ เอาแค่พอฟังเป็นเพลงได้ก็โอ..แล้ว เหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจก็คือโรงเรียนจัดงานฉลองครบรอบ 25 ปีขึ้นในปี 2529 มีการจัดการประกวดวงดนตรีขึ้นภายในโรงเรียนในวันที่ 9 ธ.ค.29 Buddy ของเราก็ร่วมแจมด้วย เนื่องจากเราเป็นนักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษาถ้าไม่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวก็กระไรอยู่ เราต้องทำตัวเป็นแบบอย่างเพื่อสร้างความคึกคึกให้กับกิจกรรมดังกล่าว
วงที่เข้าแข่งต้องเล่นเพลงบังคับ 2 เพลงคือ "When A Child Is Born" และ "ดอกไม้ให้คุณ" และเพลงที่เลือกมาเองอีก 2 เพลง วงเราเล่นป๊อปเป็นหลักเพราะไม่มีลุคส์ของแนวเพื่อชีวิต ในวงเลย ในขณะที่วงคู่แข่งก็เพื่อนกันนั่นล่ะวงนั้นเรียกได้ว่าเป็นทริบิวท์แบนด์ของคาราบาว ก็ว่าได้และทักษะการเล่นดนตรีเทียบกันคนต่อคนแล้วเหนือกว่าเราเยอะ สองเพลงที่เราเลือกมา คือ "สาว 86" และ "ตอบหน่อยนะ" ของ ดิ อินโนเซ้นท์ เป็นสองเพลงที่ฟังง่ายๆ แต่มีรายละเอียด ของดนตรีพอควร การแข่งจบลงด้วยการที่เราได้รองชนะเลิศส่วนวงชนะเลิศเป็นรุ่นน้อง ม.5 ได้ไป ที่ดีใจและแปลกใจคือเราเฉือนชนะวงรุ่นเดียวกันได้นี่ล่ะ
ในคลิ๊ปนี่ท่านผู้อ่าน (ชม) อาจจะมองไม่ค่อยเห็นผมนักถึงแม้กล้องจะแพนมาที่ผมแล้ว เนื่องจากผิวพรรณผมผุดผ่องมากในช่วงนั้น (กรุณาเก็ท) ด้วยว่าเป็นนักฟุตบอลของของทีม โรงเรียนต้องโดนแสงแดดส่องแผดเผาอยู่บ่อยๆ (ฮ่าๆ) เอาแค่วันที่ประกวดดนตรีกันในช่วงเช้า ตอนบ่าย 3 คนใน 8 คนของวง ก็ต้องเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลของ กทม. ในช่วงบ่ายต่อทันที คิดๆดูแล้วตอนเป็นเด็กม.ปลายนี่น่าจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของหลายๆคน เพราะความฝัน ความอะไร ต่อมิอะไรในช่วงนี้ดูเบ่งบานเสียนี่กระไร พวกเรามาทราบผลเมื่อกลับมาถึงโรงเรียนแล้ว
การมอบถ้วยรางวัลถ้าจำไม่ผิดจัดในวันรุ่งขึ้น ผมก็ได้เซ็ทให้วงของเราร่วมกันถ่ายรูปเป็นที่ระทึก เห็นรูปประกอบก็พอจะเดาๆกันได้ว่าองค์ประกอบของภาพได้รับอิทธิพลมาจากปกหลังของอัลบั้ม Beatles for Sale เพื่อนสนิทมากที่สุดของผม 2 ใน 3 คนในวงสอบเข้าเรียนต่อได้ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เช่นเดียวกันผม ทำให้อายุของวงนี้ยืดต่อไปอีก 3 ปี เพราะยังรวมตัวกันติด แม้ว่าผมจะโดนรีไทร์ออกมาก่อน (แฮ่ ๆ) จริงๆแล้วทั้งวงไม่ได้เป็นเด็กเรียนดีกันเลยแต่ก็ทำสถิติ เอนทรานซ์ติดกันครบทุกคน ต้องขอบคุณอาจารย์ปิง (ตอนนี้อาจารย์ดังติดลมบนไปแล้ว) ที่ทำให้ พวกผมมีโอกาสได้เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ พวกผมเป็นรุ่นที่นั่งเรียนล้อมโต๊ะกินข้าวที่ บ้านอาจารย์ ยังไม่มีสาขาแบบในปัจจุบันนี้
ว่าแล้วก็คงต้องหาโอกาสเรียกเพื่อนๆ กลับมาเจอหน้าเจอตากันอีกครั้ง เนื่องด้วยได้รับความไว้ วางใจจากเพื่อนๆ ให้สวมหัวโขนเป็นประธานรุ่นและเพิ่งจะจัดงานกันเป็นเรื่องเป็นราวไปครั้งเดียว เมื่อสี่ปีที่แล้ว ถ้าจัดคราวนี้จะขอรียูเนียนวงบัดดี้ขึ้นอีกครั้ง แล้วเจอกัน
|