วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม 2551
ครั้งหนึ่ง...ครั้งหนึ่งยังจำ (เทปผี) ได้ไหม ! - ตอนที่ 1
Posted by
kilroy
,
ผู้อ่าน : 725
, 23:08:18 น.
พิมพ์หน้านี้
|
 -ปกซีดีของวอร์เนอร์ (ประเทศไทย) ในปี 2004-
เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับคำว่า "ผี" กันมาตั้งแต่ในวัยเด็ก ผีในจินตนาการของแต่ละคนแตกต่างกัน บ้างก็มีภาพติดมาจากการดูหนัง ดูละคร บ้างก็รับฟังมาจากคำบอกเล่า แต่ส่วนใหญ่แล้วทุกคนคงเห็นตรงกันว่าผีน่ากลัว จะมียกเว้นก็แต่แคสเปอร์และคิวทาโร่เท่านั้นกระมัง ธุรกิจประเภทหนึ่งหน้าโรงหนังในสมัยก่อนที่เรียกกันว่า "ตั๋วผี" แม้จะเป็นพฤติกรรมที่นักดูหนังสมัยนั้นรังเกียจแต่ก็ยังมีคนซื้อกันแปลว่าอุปสงค์มีมากกว่าอุปทาน ณ หน้าโรงหนัง คือมาถึงแล้วไม่อยากเสียเที่ยวรอดูรอบต่อไปก็เลยต้องยอมจ่ายแพง ยังสงสัยอยู่จนถึงทุกวันนี้ว่าทำไมถึงเรียกว่าตั๋วผีโดยเฉพาะเมื่อนำมาเปรียบกับผีอีกประเภทหนึ่งที่กำลังจะเขียนถึงในวันนี้
ตั๋วผีเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์แต่ "เทปผี" กลับเป็นสิ่งตรงกันข้ามสำหรับเด็กวัยรุ่นที่โตมากับยุคทศวรรษที่แปดสิบ ก่อนอื่นต้องนิยามเสียก่อนว่าเทปผีในที่นี้ไม่ได้คลอบคลุมการลักลอบปลอมแปลงเทปเพลงไทยของอากู๋หรือเฮียจั๊วที่เริ่มตั้งต้นทำธุรกิจในช่วงนั้นเช่นกัน เราจะขีดวงให้อยู่ในขอบเขตของเพลงสากลเท่านั้น เทปผีพระเอกในเอนทรีนี้จึงหมายถึงเทปเพลงสากลละเมิดลิขสิทธิ์หรือเรียกกันภาษาง่ายๆว่าเทปปลอมโดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ อ่า ! เขียนเองก็เพิ่งเก็ทเองตอนนี้ล่ะว่าทำไมถึงเรียกว่าผี ในขณะที่ตั๋วผีนั้นเป็นของจริงแต่ซื้อมาแพงกว่าราคาตลาดเพราะถ้าเป็นของปลอมคนคุมตั๋วจะไม่ให้เราเข้าไปในโรงหนังครับคุณผู้อ่าน (จะขยายให้มันยาวทำไม) จุดนี้ล่ะครับที่ตั๋วผีและเทปผีมีคุณสมบัติต่างกัน ประเด็นข้อแตกต่างหรือลักษณะร่วมที่เหมือนกันยังคิดได้สนุกๆอีกหลายข้อแต่ฝากให้คุณผู้อ่านไปวิเคราะห์กันเองเพราะพิมพ์มาสองย่อหน้ายังเข้าเรื่องไม่ได้สักที
เรื่องที่ดำเนินไปในโลกเราแทบจะทุกเรื่องล้วนมีมุมมองอย่างน้อยสองด้าน มีด้านบวกย่อมต้องมีด้านลบ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลหนึ่งอาจทำความเดือดร้อนให้กับอีกบุคคลหนึ่ง เทปผีก็เช่นกันถ้าไม่มีธุรกิจเทปผีเกิดในยุคนั้นผู้เขียนเชื่อว่าจะเกิดช่องว่างในรอยต่อของการฟังเพลงสากลของคนร่วมรุ่นกับผู้เขียน ช่องว่างหมายถึงการขาดความต่อเนื่องของความเป็นเรียลไทม์อันเป็นเหตุมาจากงานที่มีให้เลือกฟังน้อยเกินไป ยกตัวอย่างงานของ ดูแรน ดูแรน กว่าต้นสังกัดจะยอมออกเทปของวงนี้ในบ้านเราก็ต้องรอให้นกยูกรำแพนหางเสียก่อน ถ้าพีค็อคไม่ปั๊มพ์ออกขายไม่แน่ว่าต้นสังกัดจะออกหรือไม่ ผลก็คือคนรุ่นผู้เขียนที่ไม่มีกำลังซื้อแผ่นเสียง (ไวนีล) ก็คงได้แต่ฟังจากรายการไนท์สป็อต ตัวอย่างของห้าหนุ่มเหลือน้อยจากเบอร์มิ่งแฮมอาจไม่สมจริงไปนิดเพราะคิดว่ายังไงเสียอีเอ็มไอคงต้องออก ผู้เขียนเพียงแต่ต้องการให้เห็นภาพชัดๆ ด้วยเหตุนี้เด็กยุคเอทตี้อย่างผู้เขียนจะขาดประสบการณ์ร่วมในการฟัง ดูแรน ดูแรน ในแบบเรียลไทม์ โดยอาจจะได้มาฟังในยุคเก้าศูนย์ในตอนที่พอจะมีรายได้จากการทำงานหรือไม่อาจเกิดสิ่งที่เรียกว่าการก้าวข้ามยุคคือมาฟัง เอ็ม.ซี.แฮมเมอร์ แร๊พให้ฟังเลย คนรุ่นผู้เขียนจะมีไอดอลคนเดียวกันเด็กยุคถัดๆมา อาจไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญนักแต่ศิลปินที่มีช่วงพี๊คในยุคนั้นจะกลายเป็น "The Lost Artists" สำหรับคนรุ่นผู้เขียนซึ่งอาจจะไม่กลับไปเหลียวแลงานของศิลปินจากยุคดังกล่าวอีกเลย ที่กล่าวมาเราพูดถึงในกรณีผู้ฟังเพลงทั่วๆไป ไม่ใช่ผู้ฟังเพลงแบบเจาะลึกจริงจัง
คุณูปการ (เกินไปไหม) ลำดับถัดมาของเทปผีที่จะคล้ายๆกับข้อข้างบนแต่มีมิติที่ลึกกว่าและผู้เขียนคิดว่ามีน้ำหนักมากที่สุด ก็คือออกงานที่ยังไงเสียเจ้าของลิขสิทธิ์ก็คิดว่าขายในเมืองไทยไม่ได้แน่ๆ เพราะเป็นงานของศิลปินนักร้องที่ไม่มีชื่อเสียงระดับมาสในบ้านเราแต่ผีก็ปั๊มพ์จากแผ่นนออกมาขาย โดยเฉพาะแนว บลูส์ โพรเกรสสีฟร็อค อิเล็กทรอนิกส์มิวสิค ฯลฯ รวมถึงงานที่ไม่เข้าท็อปโฟร์ตี้ของบิลบอร์ดหรือแคชบ็อกซ์ต้นสังกัดก็จะลังเลๆ เทปผียังมีบทบาทอย่างมากในปลายๆ ยุคแปดศูนย์ซีดีเข้ามามีบทบาทออกงานแบ็คแคตตาล็อกออกมา ผู้ที่อยู่ในวัยเรียนรักการฟังเพลงมีรายได้จำกัดไม่มีกำลังซื้อหาเครื่องเล่นและแผ่นซีดี ก็อาศัยเทปผีช่วยเปิดโลกทัศน์ในการฟังงานอัลบั้มคลาสสิค หลายชุดจากยุดซิกซ์ตี้และเซเวนส์ตี้ ส่วนเทปลิขสิทธ์ที่ออกแบ็คแคตตาล็อกตามซีดีที่เห็นเด่นชัดก็คือในปี 1987 งานของสี่เต่าทองออกครบทุกชุดแถมเรียงเพลงใหม่ให้สอดคล้องกับความยาวของเนื้อเทปอีกต่างหาก (ไม่ควรทำ) ส่วนเทปของหินกลิ้ง เหอๆ ไร้วี่แววต้นสังกัดออกเฉพาะเรียลไทม์เท่านั้น ไม่ต้องพูดถึง เดอะ ฮู, เล็ดเซ็พพลิน ไม่เคยเห็น
สุดท้ายราคาต่อหน่วยเป็นปัจจัยที่เอื้อให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ผู้ฟังพร้อมที่ลองซื้องานแปลกๆ จากศิลปินนักร้องที่ไม่รู้จักมาก่อนมาเสพ 2.5 ต่อ 1 คือสัดส่วนโดยประมาณของราคาเทปผีต่อเทปลิขสิทธิ์ และเป็นเรื่องจริงที่ว่าเทปผีหลายๆเบอร์มีซุ่มเสียงดีกว่าเทปลิขสิทธิ์บางชุด เอาแบบที่จำแม่นคือ "Give My Regards to Broad Street" ของ พอล แม็คคาร์ทนีย์ ในปี 1984 ผู้เขียนซื้อพีค็อคก่อนและซื้อลิขสิทธิ์ที่ออกมาทีหลังมาฟังเทียบดูเสียงของพีค็อคมีมิติแน่นมากกว่าจริงๆ แต่ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกกรณีไปส่วนใหญ่แล้วเทปลิขสิทธิ์จะยังมีคุณภาพเสียงที่เท่าๆกันหรือดีกว่าเทปผี สนนราคาที่ถูกว่าก็ทำให้ฟังเพลงได้มากชุดมากแนวขึ้น
ธุรกิจเทปผีก็หนีไม่พ้นเข้าข่ายได้อย่างก็ต้องเสียอย่างเป็นไปตามหลัก trade-off ที่สอนกันในหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ที่เทปผีมีคุณสมบัติอันเป็นที่ดึงดูดใจของผู้ซื้อได้มากกว่าก็เนื่องมาจากผู้ผลิตมีต้นทุนต่ำไม่ต้องสร้างสรรค์งานเองปั๊มพ์และส่งยี่ปั๊วอย่างเดียว ส่วนเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ได้แต่มองตาปริบๆ แต่ถ้าเป็นงานประเภทหาฟังยากที่ตัวเองไม่คิดจะออกนี่ก็ไม่สมควรไปว่าเทปผีเขา สุดท้ายประโยชน์ไม่ตกถึงมือผู้สร้างงาน คอนเสิร์ตจากวงต่างประเทศที่มาเล่นในบ้านเราแน่นอนว่าน้อยกว่าที่ประเทศญี่ปุ่นมากทั้งในแง่จำนวนและความหลากหลายเพราะไม่มียอดขายที่มากพอมาคอนเฟิร์มว่ามีแฟนเพลงของพวกเขาอยู่ที่นี่
แต่โดยภาพรวมหักลบกลบกันทั้งหมดแล้วในช่วงทศวรรษดังกล่าวผู้เขียนมองว่าเทปผีเป็นตัวผลักดันยกระดับคุณภาพการฟังเพลงของคนในบ้านเรากลุ่มหนึ่งให้สามารถตามติดกระแสดนตรีของโลกตะวันตกทันว่าเขาสร้างงานอะไรกันไปถึงไหนแล้ว อย่านำสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันไปเทียบเคียงกับเรื่องที่เขียนมานะครับโดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงและการได้มามันแตกต่างกันมาก
 ร้านดีเจสยามในปี 2529 ขายพีค็อคทั้งน๊านเลย
 ลงโฆษณาในไควเอ็ทสตอร์มลองเช็คไพรซ์ลิสท์ดูครับ
 ร้านขวัญใจนักฟังเพลงอยู่ยงคงกระพันมาถึงปัจจุบันทั้งสองร้าน
 ร้านนี้อยากไปบ่อยๆ แต่ได้ไปแค่สองครั้ง ปัจจุบันไม่ต้องไปหาแล้ว
 ร้านนี้ก็อยากไปบ่อยๆ แต่ได้ไปแค่สองสามครั้งอยู่ใกล้โรงหนังพาราไดซ์เดิมแล้วมาเปิดสาขาที่อัมรินทร์พลาซ่าทีหลัง ปัจจุบันไม่ได้ผ่านไปเลยจึงไม่ทราบว่ายังดำเนินกิจการอยู่หรือไม่
Entry inspired by julyrhapsody
|