พิมพ์หน้านี้
|
ทุกวัน.. พ่อตรากตรำ ทำงานหนัก ลูกประจักษ์ จึงขยัน หมั่นอ่านเขียน เช้าช่วยงาน ตะวันคล้อย ค่อยไปเรียน พ่อก็เวียน รับกลับ ด้วยห่วงใย ใต้มะพร้าว เห็นพ่อยืน อยู่ไหวไหว พัดใบลาน ประจำกาย ส่ายแต่ไกล ทั้งคลายร้อน ทั้งไว้สู้ หมู่ภมร ถึงหน้าฝน ฝนพรำ ฟ้าร่ำไห้ น้ำหลากไหล ในบางที่ ดั่งผีหลอน พายุโหม กระหน่ำซัด พัดบ้านคลอน แล้วถอนหมด งดเว้น ถอนกรรมเวร พ่อปาดฝน ปากเอื้อน เหมือนเป่าเสก หยิบไม้เหล็ก ข้างทาง ต่างโล่เขน ล้วงไฟฉาย สะบัดปัด เห็นชัดเจน ข้ามขี้เลน โคลนตม ฝ่าลมแรง
คืนไร้ดาว ไร้จันทร์ กลั่นทอแสง ไฟถนน ริบหรี่ มีเหล่าแมง พ่อตะแคง กอดเสื้อหนา ตั้งตาคอย เสื้อตัวนั้น พลันคลุมไหล่ ให้ตัวฉัน หายหนาวสั่น แต่พา น้ำตาผล็อย เกาะแขนพ่อ อุ่นใจ นัยน์ตาปรอย คิดฟุ้งฝอย ความหวัง พ่อฟังเพลิน
ได้เชิดชู พ่อแม่ แม้ผิวเผิน คงมีเงิน ไม่มาก ไม่น้อยเกิน พอได้เมิน งานหนัก ตักไถพรวน แทนกระต๊อบ อยู่ไกล สุดท้ายสวน ขี่มอไซด์ ขวาซ้ายตรง ขึ้นลงควน ชักชวนแม่ ซ้อนพ่อ ล้อเครื่องบิน
เทิด..พระดำรัส ล้ำค่า กว่าทรัพย์สิน เมื่อรุ่งหาม ค่ำหาม ก็พอกิน แล้วแว่วยิน เพลงสุข บรรเลงพร
ความสุข เฝ้าแต่เพลิน เดินย้อนศร เมื่อโรคร้าย พรากพ่อ ต้องจากจร ใจขาดรอน อ่อนล้า ว้าเหว่พลัน
พ่อได้ปลีก ตัวไป ในสวรรค์ เป็นแดนดิน ถิ่นคนดี ที่อยู่กัน ณ.ที่นั้น คงสงบ กว่าภพใด
ลูกสัญญา ว่าน้ำตา จะหยุดไหล จะแลแม่ แทนพ่อ ต่อด้วยใจ จะก้าวไป ด้วยคุณธรรม คำพอเพียง....จ๊ะพ่อ !
|