| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
พิมพ์หน้านี้
|
มหาวิทยาลัยอันเป็นที่รักและสุดแสนจะคิดถึงของผมเปิดแล้วครับ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา เทอมนี้มีแค่ 15 หน่วยกิต เป็นเรื่องหลักๆที่ คนเรียนสังคมวิทยาจะต้องเรียนและต้องรู้ เช่นสังคมวิทยาการเมือง,วิชาบุคลิกภาพ ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์,มานุษยวิทยากายภาพ จบแล้วผมอาจจะบินปร๋อ กลับชัยนาทและ/หรือสิงสถิตย์อยู่เชียงใหม่ ก้ยังไม่อาจจะหยั่งรู้ รอคำสั่งจากคุณพ่อผุ้ใจดีและนายทุนใหญ่กระเป๋าหนัก ผู้จุนเจือผมมาตั้งแต่เรียนปี 1 ว่าจะเอาไงดีหรือจะไปรับใช้ชาติสัก 2 ปีดี ความนิยมชมชอบเครื่องแบบทหารเป็นสิ่งที่ไฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆแล้วครับ เฮ้อ....เหลืออีก 4 เดือนเศษๆผมจะเป็นบัณฑิตแล้วหรือนี่ ไวจังเลย 4 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก เวลาและวารีไม่มีคอยใครจริงๆ อายุผมก็แก่ขึ้นมาอีก 1 ปีตามหลักแห่งสัจจธรรม ทั้งหลายทั้งปวงที่ผมอยากจะกล่าวถึง โลกแห่งการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยในวันนี้ครับ ตั้งแต่ปีแรกผมมีความรู้สึกว่า วิชาทั้งหลายที่บรรดาอาจารย์เขาสอนมานั้น ส่วนใหญ่ผมเรียนมาหมดแล้วที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าอยากจะทำตัวเป็น"ชาล้นถ้วย" แต่ประการใด ผมโชคดีอยู่อย่างหนึ่งที่ในชีวิตผมส่วนใหญ่จะได้อยู่ไกล้ชิดคนมีความรุ้ และคนทำงานเก่งเวลาที่ผมว่างๆนอกเหนืองานเขาเหล่านั้นจะพุดคุยและ/หรือชวนผมทำสิ่งที่ เป็นการพัฒนาตนเองอยู่บ่อยครั้ง หาหนังสือดีๆมาให้ผมอ่าน ชวนผมไปร้านหนังสือใหญ่ๆ ที่มีหนังสือหนังหาให้เราเลือกสรรค์เพื่ออ่านศึกษาหาความรู้นอกชั้นเรียนอยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้นในด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยจึงเป็นเสมือนการขันน๊อตให้มันแน่น พร้อมใช้งาน ได้อย่างถูกจังหวะ แต่ที่วิเศษกว่าการเรียนในชั้นเรียนคือ "กิจกรรม" ครับ ผมเริ่มการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆมาตั้งแต่อยู่ชั้นปีที่สอง ตอนนั้นยังไม่มีองค์กรรองรับ เพราะว่าชมรมโดนรุ่นพี่ ยึดเข้าเป็นกรรมการบริหารงานกิจกรรมกันหมด เสนอไอเดียอะไรเข้าไป พี่ๆแกขยำทิ้งลงถังขยะหมด ก็เลยรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมในนามห้องครับ ไต่จากงานเล็กๆไปก่อน ทำแผนงาน จัดกิจกรรม หาผู้ดำเนินงาน หาผู้สนับสนุน ประชาสัมพันธ์งาน ที่เราทำให้เป็นที่รุ้จักของคนทั่วๆไป งานแรกเลยก็เป็นกิจกรรมอบรมในทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ หลักจากนั้นก็พัฒนาเนื้องานมาเรื่อยๆจนถึงทุกวันนี้คิดว่าชั่วโมงบินพอสมควรแล้ว งานกิจกรรมเป็นงานที่ลำบากตรงที่ เราไม่ได้เป็นพระเอกคนเดียว ในงาน 1 งานทุกคนที่ร่วมกิจกรรม เป็นพระเอกทุกคน แล้วก็ต้องคอยประสานความร่วมมือในงานทุกจุดให้มันลงตัวให้ได้ เมื่อก่อนนี้ผมกับท่านประธานนักศึกษาเคยตั้งปณิธานว่า"หมดตัวไม่เป็นไร ขอให้ งานออกมาสมบูรณ์แบบเป็นที่พอใจของทุกคน" ซึ่งเป็นความคิดที่ค่อนข้างจะฉลาดน้อยถึงโง่มาก ตอนหลังดีขึ้นเพราะ กระเป๋าเราไม่ฉีกเพราะการทำงานกิจกรรม งานออกมาดี ผู้ใหญ่ไว้ใจก็มีงานมาเรื่อยๆ หลักมันอยู่ที่การแบ่งงานให้เหมาะกับคน และการประสานงานให้ครบทุกด้าน นี่เป็นเรื่องที่ผมภูมิใจมากสำหรับ 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย จะเอาเรื่องเกรดมาอวดเขาก็อย่าเลย อาย แต่ที่ได้แล้วภูมิใจคือเรื่องกิจกรรม ตอนนี้ ชมรมเป็นของเราแล้ว มีแพลนงานล่วงหน้าไว้แล้วว่า ต่อไปจะมีงานใดๆ บ้างที่จะต้องทำ แม้เราจะจบไปแล้วน้องๆรุ่นใหม่ก้สามารถทำได้เองเลย เพราะเขาเข้ามามีส่วนร่วมกับเราตั้งแต่ปี 1-2 เรื่องนี้อยากเล่าให้ฟังในสัปดาห์แรก ของการเปิดเรียนเทอมสุดท้าย ในมหาวิทยาลัยของผมครับ คุณพี่ๆ,ป้า,น้า,อา,ลุง, มีเรื่องใดประทับใจช่วงที่อยู่มหาลัย บ้างครับ (นอกจากเรื่องมีแฟนเป้นตัวเป็นตนน่ะครับ 555+) สวัสดีทุกท่านตอนที่ยังไม่ดึก 20.40 นาทีครับ |