| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
เนื่องจากว่า เอ็นทรี่ก่อนนี้ ตัวใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ทำให้เทวดาประจำตัว ต้องแว๊บๆ มาเสกให้ อยู่บ่อยๆ เอิ๊กๆๆๆๆ เดี๋ยวนี้มีบุญ ขนาดนั้นเชียว เพื่อนๆในบล๊อกนี่ล่ะครับ เวลาผมมีปัญหาด้านการจัดรียง ตัวหนังสือ ทำสีบล๊อก และอื่นๆอีกมากมาย ก็จะมีคนช่วยจัดการให้ ไม่มีสิ่งใดตอบแทน ขอให้เจริญ เจริญนะค้าบบบบ . . วันนี้วันมาฆบูชาครับ เชิญแสวงบุญกันตามอัธยาศัย มีกำลังทรัพย์มาก ก็บำเพ็ญทานกันไป ตามกำลัง หรือจะรักษาศีล ๕ ข้อสักวัน ได้บุญเยอะดี แต่ทำยากหน่อยนะ ถ้าใครทำได้ก็เยี่ยมมาก หรือจะเจริญสติปัฏฐาน ๔ สมาธิภาวนา แบบไหนก็ได้ ที่มันเข้ากับจริตตนเอง เชิญเลยตามอํธยาศัย หรือว่า ทำไม่ได้สักข้อ แต่คิดแต่เรื่องดีๆ ทำจิตใจไม่ให้หมองมัว เพราะความอยากได้ของคนอื่น เพราะความโมโห แค้นเคืองใจ เพราะความหลงไหลมัวเมาไร้สาระ แค่นี้ก็เป็นบุญแล้ว ทำได้มาก ได้น้อย จะเป็นไรไปเล่า ขอให้ได้ทำ สักนิดส์ก็ยังดี ดีกว่าหายใจทิ้ง หายใจขว้างไปวันๆ หาสาระประโยชน์อันใดมิได้ ไม่สงสารคนอื่น ก็สงสารตัวเอง ไม่รักคนอื่น ก็รักตัวเอง ไม่คิดทำความดีเพื่อคนอื่น ก็ทำความดี เพื่อบูชาคุณค่าของตัวเองบ้าง . . อาจารย์ผม เคยสอนผมว่า "เราไหว้คนอื่นได้ทั่ว เพราะเราเห็นคุณค่าของเขา แล้วท่านเคย ไหว้ตัวท่านเองบ้างหรือเปล่า? ถ้าไหว้ตัวเองได้สนิทใจ ก็แสดงว่า ลมหายใจเรายังมีประโยชน์ อยู่ต่อไปนานๆนะ อย่าเพิ่งตาย แต่ถ้าแค่คิดจะยกมือขึ้นไหว้ตัวเอง ยังแขยงมือ ไม่กล้ายกมือขึ้นไหว้ตัวเอง ก็ควรพิจารณาตัวเองได้แล้ว" . . วันนี้เป็นวันแห่งบุญ ตั้งแต่เช้ามา มีการบำเพ็ญบุญกุศลกันถ้วนทั่ว แต่อย่าลืมหลัก การเข้าสู่ศาสนาเพื่อสร้างกุศล เหมือนการเข้าป่า
เพื่อหาแก่นไม้มาใช้ประโยชน์ บ้างตาดีเจอแก่นไม้ก็หยิบฉวยมา ก็เป็นความสามารถของเขา บางคนเข้ามาแล้วเห็นเปลือก เห็นกระพี้ก็ฉวยเอาไปใช้ บ้างเจอใบไม้ก้เข้าใจว่าเป็นแก่น ก็ฉวยไปใช้ แต่บางคนไม่อย่างนั้น หาแก่นไม่ได้แก่น กลับฉวยใบไม้ ฉวยเปลือก ฉวยกระพี้ เอาไปใช้ยังไม่พอ ยังถือเปลือก ถือกระพี้ ถือใบไม้ ไปอวดชาวบ้าน แล้วบอกใครๆว่า นี่ล่ะ "แก่น" แท้ๆเชียวนะ น่าสงสารดีแท้ แต่ก็ยังดีที่ยังปราถนาแก่น ถึงได้ไปแค่นั้น ก็ยังสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงความเข้าใจ ให้เข้ามาหยิบฉวย เอาแก่นไปไช้ในคราวหน้า แต่บางคน "อาย" พอรู้ว่าที่ตนเองหยิบมามันแค่ใบไม้ แต่เอามาโม้ซะเยอะแยะเลยว่า "นี่ล่ะแก่น" พอรู้ความจริงว่าแท้ๆแล้วมันคือ "ใบ" แล้วรับไม่ได้ เลิกเข้าป่าอีกเลย เสียดายศาสนิกชนหลายกลุ่มที่เป็นอย่างนั้น เพราะเราเสียศาสนิกชนออกไปมาก เพราะคนสอนไม่บอกให้ชัดเจนว่า ใบลักษณะเป็นอย่างไร? เปลือกคือแบบไหน? แก่นจริงๆคืออะไร? ทำให้คนเข้าใจผิดกันมาก พูดอย่างนี้ คนจะเข้าใจไหมหนอ ว่าเราว่าใคร? ซึ่งคนที่เราว่า ก็...................... ซะด้วยสิ นี่แหละคือเครื่องยืนยัน ว่าผมเองถูกคนในองค์กรบอกว่า "ท่านอย่าพูดมากเลย พูดมากเดี๋ยวองค์กรเราพัง" เออเนาะคนเรา หรือมันจะพัง เพราะปากเรา จริงๆ . .
อีกประการเท่าที่มองดู พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างเข้าใจง่ายๆ ฟังแล้วรู้เลย เหมือนหมอที่รู้สมุฏฐานของโรค ว่าคนที่เดินเข้ามานี่เขาป่วยทางจิตใจ ในด้านไหนแล้วจึงทรงสอน ให้คนเข้าใจคลายทุกข์ แต่ลูกศิษย์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมัยนี้ ที่ทำหน้าที่สอนศาสนิกชน
บ้างก็หมอไฮโซ ใช้ศัพท์ชั้นสูง คนฟังต้องแปลแล้ว แปลอีก บ้างก็หมอเถื่อน ไม่รู้จริงแล้วก็สอน บ้างก็หมอฝึกหัด รู้นิดๆหน่อยๆก็มาวินิจฉัย บ้างก็หมอ "งก" ไม่มีเงินไม่มองเลยล่ะ จะหาหมอดีๆ ที่อยากช่วยคนให้เข้าใจถ่องแท้ ยากเหลือเกิน
แต่ก็ยังหวังว่า หมอดีๆน่าจะมีอยู่ หวังว่าท่านทั้งหลาย จะเป็นผู้โชคดี เจอหมอที่ดี ไม่ทำให้โรคเก่ากำเริบ จนไม่อยากพบ "หมอ" กันทุกท่าน ขอให้เจริญๆ กันทุกท่าน ทุกคนนะครับ สวัสดีครับ |