พิมพ์หน้านี้
|
ฝากใจในโศลกโลก
จักรวาลหว่านดอกไม้ หอมกวี ต้อยต่ำจึงบัตรพลี โลกรู้ เกิดดับก่อนวิถี ปรโลก เพื่อภพชาติหน้ากู้ สู่ฟ้าสรวงสวรรค์ ฝันทุกชาติเชื้อเพื่อ วรรณศิลป์ ประดับโลกแผ่นดิน แผ่นน้ำ ลัดเลาะแผ่นผาหิน เย็นซ่าน ผุดแผ่กระแสล้ำ หล่อเลี้ยงอุปถัมภ์ หยดหยาดคำค่ำเช้า ใจถนอม กลอนกล่อมเกลาเบ้าหลอม-หล่อด้วย ฝากโลกแด่คำหอม ห้อมห่ม ชาติหนึ่งภพก็ม้วย ดับสิ้นอายุขัย ชีวาวายไปไป่รู้ ทุกข์เข็ญ อสุภฝังเผาเป็น ถ่านเถ้า ปรากฎชั่วดีเห็น ชาติหนึ่ง ประดับกับวอนเว้า เอ่ยอ้างฤๅหาย โลกกายภาพพ่างพื้น ดินหิน โลกส่งกระแสสินธุ์ พร่างพร้อย โลกกวีแต่งศาสตร์ศิลป์ โศลกร่าย โลกจุ่งเสกสรรถ้อย เพราะพริ้งเสน่หา มหากาพย์โลกพร้อง บรรเลง ลมแผ่วผิวบทเพลง ค่ำเช้า วิเวกแว่ววังเวง ขับกล่อม ปลอบปลุกประโลมเล้า แก่ผู้คนเหงา ขุนเขาหลับเคลิบเคลิ้ม ใหลหลง สดับเสียงนกกาพง เพรียกพร้อง กระซิบป่าอัสดง ดึกดื่น จั้กจั่นเรไรร้อง กล่อมห้วงรัตติกาล กวีหวานกว่าอ้อยผึ้งว่า หยดหวาน ปานดื่มทิพย์จักรวาล หว่านไว้ ทิพรสแห่งวิญญาณ เอิบอิ่ม จิบหนึ่งระลึกได้ ภพนั้นภูมิหลัง ยังเกรงเพลงพ่ายสิ้น เผดียงเสียง เย็นเยียบเงียบพอเพียง ป่าช้า ลืมโคลงกาพย์กลอนเวียง ฉันท์ร่าย กรุงเทพฯยศยิ่งฟ้า ล่มแล้วฤๅสวรรค์ อัญมณีอยู่ด้วย ศักดิ์ศรี เดียวฤๅ ธาตุต่ำจุลินทรีย์มี ส่วนสร้าง กรวดทรายหนึ่งวิถี ปลาบเปล่ง นรกสวรรค์ฤๅร้าง กาพย์แก้วโคลงฉันท์ แสงสีสันหิ่งห้อย เปล่งแสง จุลชีวันมวลแมลง ต่ำต้อย ชีวิตหนึ่งเสาะแสวง โรจน์รุ่ง คุณค่าคนฤๅด้อย กว่าเจ้าเดียรัจฉาน |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||