
พิมพ์หน้านี้
เด็กไร้สัญชาติ 3 หมื่น จบ "วิศวะ" แต่เป็นได้แค่กรรมกร![]() ที่ประชุมอธิการบดีฯ เผยผลการศึกษาเด็กวัยเรียนกลุ่มไร้สัญชาติกว่า 3 หมื่นคนจบวิศวะแต่เป็นได้แค่กรรมกร รวมกลุ่มทั่วไปน่าถึง 3 แสน สนช.เร่งดันกฎหมายรองรับสิทธิฯ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2550 ที่ห้องประชุม 301 อาคารรัฐสภา2 คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้จัดเวทีรับฟังข้อเสนอแนะของภาคประชาชน และภาควิชาการในการจัดการปัญหาความไร้สถานะและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย ซึ่งมีผู้แทนนักเรียนนักศึกษา สภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมการปกครอง กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงานเข้าร่วม รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวเปิดเวทีการรับฟังข้อเสนอแนะว่า ปัญหาคนไร้สัญชาติในสถาบันการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลและทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการแก้ไข ซึ่งจากข้อมูลที่มีการสำรวจพบเฉพาะจังหวัดเชียงราย ในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจาก 28 แห่ง มีจำนวนถึง 5,973 คน ยังไม่รวมเด็กที่ตกหล่นและเด็กในพื้นที่สูงที่สำรวจไปไม่ถึง และเท่าที่ทราบข้อมูลเด็กไร้สัญชาติในกลุ่มวัยเรียนทั้งประเทศน่าจะมีตัวเลขกว่า 30,000 คน แต่หากเป็นกลุ่มคนทั่วไปน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 300,000 คน ขณะนี้สนช.ได้ผลักดันร่างพ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่...) พ.ศ..ซึ่งรัฐบาลได้รับในหลักการร่างดังกล่าวแล้ว แต่ได้เสนอแนะให้รอการพิจารณาร่างกฎหมายของกรมการปกครองที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกฤษฎีกาในขณะนี้ ซึ่งสนช.คาดหวังว่าจะพยายามผลักดันให้ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาในสนช.ชุดนี้ นางสาวมุดา นวนาถ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ กล่าวว่าเธอเกิด พ.ศ.2518 จ.แม่ฮ่องสอน โดยพ่อแม่อพยพมาจากรัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่ามาอยู่ที่บ้านท่าเรือ ซึ่งชาวบ้านละแวกนั้นพยายามต่อสู้มาตลอดให้ได้บัตรสีเขียวขอบแดงหรือบัตรต่างด้าวเชื้อสายไทย แต่ก็ตกหล่นทุกครั้งโดยหน่วยงานรัฐที่เข้ามาดำเนินการมองว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งผู้ลี้ภัยหรือแหล่งมั่วสุม จนเพิ่งจะได้บัตรเมื่อปี 2546 ปัจจุบันได้พยายามยื่นเรื่องขอสัญชาติไทยแต่ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา แต่โชคดีที่มหาวิทยาลัยพายัพได้เห็นความตั้งใจในการมุ่งมั่นที่จะเรียนต่อทำให้ได้รับทุนเข้าศึกษา ซึ่งก็ยังคิดว่าจะมีสักกี่คนที่มีปัญหาเช่นเดียวกันและได้รับโอกาสที่ดีจากสถาบันการศึกษา เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องผ่านปัญหาจากคนรอบข้างที่ถูกเยียดหยาม เพราะในอดีตได้ถูกตอกย้ำเสมอว่าคนไม่มีสัญชาติเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ซึ่งก็เชื่อว่าสังคมไทยคงไม่ใจร้ายเช่นนั้น นายมงคล เอี่ยมวิไล บัณฑิตไร้สัญชาติซึ่งอาศัยอยู่จ.ตราด กล่าวว่า พ่อแม่อพยพมาจากประเทศกัมพูชาเมื่อปี 2516 มาอยู่ที่อ.คลองไหญ่ จ.ตราด ได้ถือบัตรเป็นผู้อพยพเชื้อสายไทยจากประเทศกัมพูชามาโดยตลอด ซึ่งได้ยื่นเรื่องขอสัญชาติตั้งแต่ปี 2548 แต่ก็เงียบหายและยื่นเรื่องอีกครั้งเมื่อต้นปี 2550 ซึ่งได้พยายามเดินเรื่อง 3-4 ครั้งเรื่องก็ยังอยู่ที่อำเภอ ขณะนี้เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา และสมัครงานได้รับการพิจารณาจากสถานประกอบการ 5-6 แห่งและผ่านการเรียกสัมภาษณ์ แต่เมื่อฝ่ายบุคคลสอบถามข้อมูลไปยังกระทรวงแรงงาน กลับได้รับคำตอบว่าคนต่างด้าวสามารถทำงานได้ใน 27 ประเภทตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาชีพสุดท้ายที่กำหนดคือ อาชีพกรรมกร ทั้งๆที่เรียนวิศวะมาแต่ต้องทำอาชีพกรรมกรซึ่งไม่มีความเป็นธรรมอย่างยิ่ง ขณะนี้ได้รับให้เข้าทำงานในสถานประกอบการแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งจ้างให้ทำงานและรับเงินเดือนในตำแหน่งวิศวกร แต่ต้องระบุในใบสมัครว่าประกอบอาชีพกรรมกร ซึ่งก็เกรงว่าจะทำให้สถานประกอบการนั้นเกิดปัญหา |