• kittikorn_bas
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kittikorn_bas@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-20
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 1791
  • จำนวนผู้โหวต : 5
  • ส่ง msg :
ต้นกล้าเพื่่อเด็กไร้สัญชาติ
ต้นกล้าเพื่อเด็กไร้สัญชาติเป็นโครงการหนึ่งในบ้านเยาวชนต้นกล้าเพื่อสิทธิและกฎหมาย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kittikorn
วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม 2550
เด็กไร้สัญชาติ’ สะท้อนความผุกร่อนของการจัดการความคิดในสังคม
Posted by kittikorn_bas , ผู้อ่าน : 134 , 10:39:58 น.  
พิมพ์หน้านี้


‘เด็กไร้สัญชาติ’ สะท้อนความผุกร่อนของการจัดการความคิดในสังคม

เชื่อว่าเรื่องที่สะเทือนคลังสั่งสมความรู้ความเข้าใจของคนในสังคมมากที่สุดเรื่องหนึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ คือ กรณีของนายยุทธนา ผ่ามวัน นิสิตใหม่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งมีเชื้อสายเวียดนาม แต่ต้องมาทำเรื่องขอมีสิทธิใช้สัญชาติไทย ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนไทยตั้งแต่เกิดในแผ่นดินไทยนี้เมื่อ 19 ปีที่แล้ว กับกรณีของนางสาว อาภรณ์รัตน์ แซ่หวู นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งถือบัตรผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า ทั้งๆ ที่เธอเกิดในเมืองไทยตั้งแต่เมื่อ 25 ปีที่แล้วแต่ถูกทำให้ไร้สัญชาติโดยข้อกฎหมาย

 

 และยังมีข้อมูลของคนไร้สัญชาติอื่นๆ ที่ถูกเปิดเผยตามขึ้นมาอีกว่าอาจจะมีไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน ในจำนวนนี้เป็นชาวแม่อายนับพันคน

 

กรณีของคนไร้สัญชาติและคนไร้รัฐ ซึ่งนานๆ ทีจะกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม เมื่อเกิดเป็นข่าวดังขึ้น จึงกระทบความรู้สึกของผู้คนอยู่ไม่น้อย เฉพาะอย่างยิ่งเป็นความรู้สึกแบบสับสน งุนงง ไม่รู้ และไม่เคยถูกกระตุ้นให้อยากรู้

 

เมื่อส่วนใหญ่ของสังคมไม่มีความรู้ ต่างคนจึงต่างหยิบฉวยเอากรอบคิด ความเชื่อที่คุ้นชินและอยู่ใกล้ตัวมาใช้เป็นแว่นขยายส่องมองกรณีดังกล่าว ซึ่งกรอบความคิดที่ใช้นี้มักหนีไม่พ้นมายาคติแห่งชาตินิยม กลไกของอัตลักษณ์ที่สร้างเส้นแบ่ง ‘เขา’ กับ ‘เรา’ และอคติเรื่องชาติพันธุ์

 

เรื่องของเด็กไร้สัญชาติอย่างกรณีของยุทธนาและอาภรณ์รัตน์ จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ของสังคมไทย เพราะสะท้อนให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ และระบบการให้ข้อมูลความรู้ของบ้านเราก็มักนิยมถ่ายทอดหรือเล่าซ้ำเรื่องราวจากมุมมองเดียว จนทำให้โอกาสที่จะทำความเข้าใจความเป็นจริงอย่างหลากหลายและเป็นธรรมต่อมวลมนุษยชาติเกิดขึ้นได้ยาก

 

จะทำความเข้าใจเรื่องนี้ได้จึงต้องอาศัยทั้งมิติทางกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน มิติทางวัฒนธรรม และมิติทางประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปพร้อมกัน เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจนิยามของคำว่าคนไร้สัญชาติ และคนไร้รัฐ รวมทั้งสาเหตุที่ทำให้มีสถานภาพเป็นคนไร้รัฐ หรือไร้สัญชาติ ซึ่งข้ออธิบายทั้งหมดนี้ ได้รับการรวบรวม วิเคราะห์และตีความไว้อย่างสมบูรณ์ในเว็บไซด์ของรศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายสัญชาติ ของคณะอนุกรรมการกลุ่มชาติพันธุ์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

 

ดร.พันธุ์ทิพย์ได้อธิบายว่าคนไร้สัญชาติ (nationalityless) ซึ่งยุทธนา (ก่อนหน้าวันที่ 18 พ.ค.) และอาภรณ์รัตน์ตกอยู่ในกรณีนี้ คือคนซึ่งไม่มีสัญชาติของรัฐใดเลยภายใต้กฎหมายว่าด้วยสัญชาติของรัฐ หรือกล่าวอย่างง่ายๆ ก็คือ ไม่มีรัฐเจ้าของสัญชาติ แต่คนไร้สัญชาติอาจไม่ไร้รัฐ (stateless) หากมีรัฐใดรัฐหนึ่งยอมรับให้สิทธิอาศัยหรือเป็นรัฐเจ้าของดินแดนอันเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้น ทำให้เขาไม่ใช่คนไร้รัฐ แต่ก็จะเป็นคนต่างด้าวในสายตาของทุกประเทศบนโลก ส่วนคนไร้รัฐนั้น ได้แก่บุคคลที่ไม่มีข้อเท็จจริงอันทำให้ได้สัญชาติของรัฐใดเลยและจะไม่ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในประเทศใด จึงมีสถานะเป็นคนต่างด้าวที่เข้าเมืองแบบผิดกฎหมายสำหรับทุกดินแดน

 

สาเหตุที่ทำให้เด็กเหล่านี้กลายเป็นคนไร้สัญชาติ หรือคนไร้รัฐนั้น มาจากปัจจัยที่หลากหลาย แต่ปัจจัยหลักที่สำคัญคือตัวบทกฎหมายที่มีผลต่อการตีความของระบบงานทะเบียนบุคคลหรือมีผลต่อการถูกเพิกถอนสัญชาติโดยรัฐ

 

ตามพ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ระบุว่าบุคคลที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยแม้ว่าจะเกิดในราชอาณาจักรไทย ได้แก่บุคคลที่มีบิดาและมารดาเป็นต่างด้าว ซึ่งได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษ หรือได้รับอนุญาตให้อาศัยเพียงชั่วคราว หรือเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

 

กรณีของอาภรณ์รัตน์จึงถูกตีความว่าเป็นคนไร้สัญชาติ เพราะไม่อาจพิสูจน์ตนได้ว่าสืบเชื้อสายจากคนสัญชาติจีนเนื่องจากรุ่นปู่ย่าตายายได้อพยพจากประเทศจีนไปตั้งหลักแหล่งอยู่ในพม่า ในขณะเดียวกันก็ไม่ปรากฏว่าพม่าได้ยอมรับครอบครัวนี้ในสถานะของคนสัญชาติพม่า แม้พ่อและแม่ของเธอจะเกิดในประเทศพม่าก็ตาม และเมื่อพ่อแม่ของเธอหลบหนีการปราบปรามชนกลุ่มน้อยของรัฐบาลพม่าเข้ามาในประเทศไทย และให้กำเนิดอาภรณ์รัตน์บนแผ่นดินนี้ เธอก็ไม่อาจได้สัญชาติไทย เพราะพ่อแม่ของเธอเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

 

ส่วนในกรณีของยุทธนานั้น ประวัติของครอบครัวเริ่มจากรุ่นปู่ย่าตายายที่อพยพจากเวียดนามเข้ามาอยู่ในไทยตั้งแต่สมัยที่เวียดนามเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส พ่อและแม่ของยุทธนาเกิดในเมืองไทยและได้สัญชาติไทยโดยหลักดินแดน แต่มาถูกเพิกถอนสัญชาติตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 และถือบัตรคนต่างด้าว แต่ในปัจจุบันแม่ของยุทธนาได้สัญชาติไทยแล้วจากการร้องขอในปี 2542 ส่วนยุทธนานั้นเกิดในแผ่นดินไทยเมื่อปี 2528 ซึ่งโดยหลักแล้วต้องได้สัญชาติไทยโดยการเกิด จากหลักดินแดน และจากการที่มีมารดาเป็นผู้เกิดในประเทศไทยซึ่งไม่ได้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

 

สาเหตุอื่นๆ ในแง่กฎหมายที่ทำให้เกิดคนไร้สัญชาติขึ้นคือ การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเพิกถอนชื่อเด็กและชาวบ้านออกจากทะเบียนราษฎร เช่นที่อำเภอแม่อายเพราะเชื่อว่าเป็นคนต่างด้าว และความไม่ชัดเจนของเขตแดนระหว่างประเทศไทย-พม่า ทำให้เกิดปัญหาว่าจะมีสถานะเป็นคนสัญชาติใด

 

นอกจากสาเหตุเชิงกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับสาเหตุเชิงประวัติศาสตร์แล้วนั้น การถูกทำให้เป็นคนไร้สัญชาติ ยังเกี่ยวพันกับอคติเรื่องชาติพันธุ์และประวัติศาสตร์แนวชาตินิยมอย่างแยกกันไม่ออก ตัวอย่างเช่น ช่วงที่ข่าวของยุทธนาปรากฏขึ้นนั้น ได้มีกลุ่มลัทธิชาตินิยมทั้งหลายเข้าไปเปิดประเด็นสนทนาตามเว็บไซด์ต่างๆ ด้วยการอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของแผ่นดิน ปลุกกระแสความเกลียดชังพวกญวณอพยพ หรือแม้แต่ในรายการถึงลูกถึงคนที่เชิญยุทธนามาร่วมนั้น ก็มีผู้แสดงความคิดเห็นผ่านหน้าจอทีวีในเชิงขอให้ยุทธนามีความกตัญญูรู้คุณกับแผ่นดินไทยให้มากๆ ให้สมกับที่ได้เป็นคนไทย แม้ว่าความคิดเห็นประการหลังนี้จะมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับผู้คนที่ส่งข้อความแสดงความยินดีต่อยุทธนาก็ตาม แต่ถ้าวิเคราะห์กันให้ดี การย้ำเตือนเรื่องความกตัญญูนั้นก็ยังเป็นความคิดแบบชาตินิยมที่มองจากตัวเราออกไปในฐานะเจ้าของประเทศ ด้วยการใช้เงื่อนไขแบบการปรามและทวงบุญคุณ

 

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าการจัดการความรู้ในบ้านเรามีปัญหาจริงๆ และหมักหมมมาช้านานแล้วด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่มีผลทำให้เด็กจำนวนมากต้องกลายเป็นคนไร้สัญชาติและถูกจำกัดโอกาสทางการศึกษา การงาน และการแสวงหาปัจจัยเพื่อการยังชีพเท่านั้น ยังมีผลต่อสถาบันที่จัดการความรู้และการวิจัยระดับชาติหลายแห่งที่ไม่เคยจัดให้เรื่องของคนไร้สัญชาติมีคุณค่าพอที่จะได้มีการศึกษาและแสวงหาองค์ความรู้ งานวิจัยในแนวนี้จึงได้เคยถูกปฏิเสธมาแล้วด้วยเหตุผลว่า “มิได้มีปัญหาให้ต้องวิเคราะห์มากนัก”

 

ผู้เขียนจึงเห็นว่าหากเรายังปล่อยตัวเองให้หลงเชื่อในสิ่งที่ผู้มีอำนาจทั้งหลายบอกว่า เรื่องคนไร้สัญชาติไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ไม่มีคุณค่าทางวิชาการแล้วล่ะก็ เราเองจะกลายเป็นผู้ผลิตซ้ำความเชื่อแบบมีอคตินี้โดยไม่รู้ตัว

 

ท้ายที่สุด ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่อย่างน้อยวาจาของท่านก็ทำให้ข้าราชการบางกระทรวงวิ่งจัดการปัญหานี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ขอให้ท่านใส่ใจกับเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยก็แล้วกัน. 

ที่มาhttp://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=51&d_id=51


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
wullopp วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 11.00 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

ขอขอบคุณสำหรับบทความดีมากๆ ครับ... สาธุ สาธุ สาธุ
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 10.54 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ .. เป็นปัญหาเรื่อรังมานาน..

ผู้ที่รับผิดชอบ ควรเร่งสะสางปัญหานี้โดยเร็วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ฟ้าทลายโจร วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 10.49 น.
http://www.oknation.net/blog/suteetorn-jr
Suteetorn Ondam

น่าสงสารคนพวกนี้นะครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31