พิมพ์หน้านี้
|
วันหยุดคริสต์มาส เดินเที่ยวเล่นด้วยความบังเอิญ ถือโอกาสลองนั่งรถไฟเที่ยวเล่นสักครั้ง หลังจากที่ไม่เคยได้นั่งรถไฟไปไหนมาไหนไกลๆ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงจะพึ่งพารถยนต์ และรถทัวร์ บขส.เป็นหลัก ถือโอกาสลองนั่งรถไฟโดยเดินไปซื้อตั๋วที่สถานีดอนเมือง เพื่อเดินทางไปยังจุดหมาย นั่นคือ... ลพบุรี เราออกเดินทางจากดอนเมืองประมาณเที่ยงวันเศษๆ หลังจากพลาดรถเที่ยวสิบโมงเช้า สองชั่วโมงเศษๆ กับรถไฟชั้น 3 ที่ว่ากันว่าหวานเย็น จนบางครั้งเผลอหลับ แต่พนักงานรถไฟก็ปลุก เมื่อใต้ที่นั่งมีเหรียญ 10 ตกอยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของผู้เขียน เพราะบังเอิญนับเหรียญใส่กระเป๋าสตางค์ และไม่มีใครนั่งข้างๆ อีกด้วย บ่ายสองโมงครึ่ง เราเดินทางมาถึงสถานีรถไฟลพบุรี เบื้องหน้าเราจะเห็นพระปรางค์สามยอด และศาลพระกาฬ วันนี้เป้าหมายของเราไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน เพียงแต่ในใจอยากจะไปดูชีวิตผู้ป่วยเอชไอวี และทำบุญที่ วัดพระบาทน้ำพุ ดูสักครั้ง หลังจากที่ได้เห็นผ่านตาบนสื่อมานาน โดยเฉพาะในช่วงที่หลวงพ่อท่านขาดแคลนทุนทรัพย์ช่วยเหลือผู้ป่วย แม้วัดพระบาทน้ำพุดูเหมือนจะห่างจากตัวเมืองไม่มาก แต่การเดินทางไม่สะดวกนัก รถประจำทางสาย ละโว้ มาส่งผู้โดยสารอย่างเราได้ถึงหน้าวัดหนองบัวขาว ซึ่งต้องนั่งรถรับจ้างเข้าไปด้านในอีก สี่กีโลเมตรกว่าที่เห็น บรรยากาศเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพด จนกระทั่งได้เห็นพระพุทธรูปสีขาวอยู่เบื้องหน้า
มาถึงวัด บรรยากาศสงบร่มรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ ด้านหน้ามีที่จอดรถ มีอ่างล้างมือเป็นแนวยาว ห้องน้ำรูปทรงที่ไม่เหมือนกับวัดทั่วไป ด้านขวามือเป็นบ้านพักผู้ป่วยแต่ละคน ยาวสุดลูกหูลูกตา ซึ่งถึงกระนั้นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่พักฟื้นที่นี่ จนต้องขยับขยายโครงการธรรมรักษ์ 2 ไปอยู่อีกแห่งหนึ่งซึ่งห่างจากตัวเมืองออกไป เริ่มต้นกันด้วย อนุสาวรีย์ชีวิต เป็นการนำร่างอันไร้วิญญาณของผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์มาจัดแสดง หลายคนติดเชื้อและเสียชีวิตเพราะหญิงค้าบริการ บางคนติดเชื้อเพราะการใช้เข็มฉีดยาในการเสพผงขาวร่วมกัน หรือกระทั่งร่างของทารกที่ติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ก็ยังนำมาแสดงเพื่อให้ผู้ชมได้ระลึกถึงสภาวะเกิด แก่ เจ็บ ตาย เราได้พบกับผู้ป่วยรายหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ) เป็นชายวัย 40 ปี เขาเล่าให้ฟังว่า ที่แห่งนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีมาพักฟื้นที่แห่งนี้ ส่วนมากจะเป็นผู้ติดเชื้อจากหญิงค้าบริการ น่าตกใจที่ผู้ป่วยวัยรุ่นมีแนวโน้มมากขึ้น และจากยาเสพติดประเภทผงขาว ซึ่งประเภทหลังมักจะเสียชีวิตก่อน เพราะฤทธิ์ของยา แต่ก่อนผู้ป่วยจะเสียชีวิตมากกว่านี้ แต่ในปัจจุบันถึงจะเบาบางลง แต่ก็มีผู้เสียชีวิตอยู่เรื่อยๆ หากย้อนไปตั้งแต่อดีตจนถึงบัดนี้ อัฎฐิผู้เสียชีวิตจะปรากฎเป็นหมื่นถุงผ้าดิบ ซึ่งอยู่ตรงหน้าพระพุทธรูปด้านในวัดนั่นเอง
ชายผู้นี้เล่าให้ฟังถึงอดีตอันน่าเจ็บปวดว่า แต่ก่อนมีอาชีพค้าแรงงาน ซึ่งมักจะร่ำสุรากับเพื่อนฝูง โดยปกติเวลาเที่ยวกับหญิงบริการมักจะสวมถุงยางอนามัยบ่อยครั้ง แต่น่าแปลกใจที่เขาได้รับเชื้อจาก เพื่อนหญิง ที่เป็นสาวโรงงานซึ่งคบหากัน และเธอก็เสียชีวิตไปแล้ว ในวันนั้นเขารู้สึกป่วย เหมือนตนเองไม่มีแรง จึงต้องไปหาหมอ และคำตอบที่ได้รับ นำมาซึ่งชีวิตที่เปลี่ยนผัน เมื่อคำพูดในเชิงปลอบใจจากปากของหมอ จนกระทั่งได้รู้ว่า ตัวเขามีเชื้อเอชไอวีอยู่นั่นเอง งานการที่เขาต้องสละทิ้งเพราะความเจ็บป่วย เขาเดินทางมาหาที่พึ่ง ที่วัดพระบาทน้ำพุแห่งนี้ น่าเศร้าใจที่จนถึงทุกวันนี้ ทางบ้านไม่ได้ติดต่อหาเขาอีกเลย ชายผู้นี้เตือนเราอยู่เสมอในระหว่างที่สนทนา เขาบอกว่าโรคนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวหากอยู่ร่วมกันในสังคม อีกทั้งยังมีวิธีป้องกัน โดยเฉพาะเวลาที่เราจะมีเพศสสัมพันธ์กับใครก็ตาม เราดินทางไปต่อกันที่พิพิธภัณฑ์ ที่นี่นอกเหนือจากพิพิธภัณฑ์ชีวิตแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์อวัยวะ ซึ่งนำชิ้นส่วนมนุษย์มาจัดแสดง ส่วนด้านล่างอาคารผู้ป่วยก็จะมีพิพิธภัณฑ์อีกแห่งหนึ่ง ตรงนั้นจะเป็นแหล่งให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์ และวิธีการปรนนิบัติผู้ป่วยของแพทย์และอาสาสมัครต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนที่นำตัวผู้ป่วยซึ่งถูกนำใส่รถกระบะมาที่วัด จนกระทั่งการดูแลผู้ป่วย อาบน้ำ เช็ดตัว ทำแผล สารพัดวิธีที่ปฏิบัติเป็นอย่างดี เวลาทำบุญในห้องกระจก ซึ่งเป็นจุดรับบริจาคเงิน ในวันนั้นบังเอิญว่าพกเงินมาน้อย จึงบริจาคตามแต่สภาวะ เจ้าหน้าที่มอบภาพเจ้าคุณอลงกต และแผ่นพับแนะนำองค์กร พร้อมวีซีดี (ซึ่งผู้เขียนยังไม่ได้เปิดดู แต่เห็นว่ามีผู้ใจบุญนำขึ้นใน YouTube ด้วย) ซึ่งใบอนุโมทนาบัตรใบนี้ นำไปส่งเป็นที่ระลึกแทนโปสการ์ด เพียงแค่ติดแสตมป์ แล้วเขียรายละเอียดด้านหลัง ซึ่งเราจะทดสอบดูว่าจะไปถึงมือผู้รับหรือไม่ วันนี้เรามีเวลาอยู่กับวัดเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เพราะตะวันใกล้จะตกดินเต็มที ยังนึกอยู่เลยว่าน่าจะมีโอกาสนำพาคุณผู้อ่านและบล็อกเกอร์ที่นี่มาเยี่ยมเยือนหรือร่วมทำบุญกับที่นี่สักครั้ง แต่ถึงกระนั้นก็ตาม คิดว่าหากมีโอกาสเราคงจะได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่อีกครั้ง เพราะรู้สึกเป็นห่วง พวกเขาไม่มีญาติพี่น้องคนไหนมาเยี่ยมเยือน เพียงเพราะทัศนคติแบบเดิมๆ ที่มองว่า เอดส์เป็นโรคที่น่ารังเกียจนั่นเอง ฟังแล้ว ... สงสารครับ จริงๆ ในชีวิตเคยผ่านตากับผู้ป่วยโรคเอดส์ กับน้าข้างบ้านที่เคารพนับถือตอนที่ผู้เขียนยังเล็ก เอาไว้มีเวลาจะเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไร และยังน่าเศร้าแค่ไหน ที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกผิดมาจนถึงวันนี้ เอาเป็นว่าในเบื้องต้นขอแนะนำ วัดพระบาทน้ำพุ ที่เพิ่งไปเยือนมาให้รู้จักก่อน ใครที่นึกอยากทำบุญช่วยเหลือ หรือจะเดินทางไปเยี่ยมเยือนพวกเขาก็บอกกันได้นะครับ ผมขออาสาพามาเยี่ยมที่นี่เอง
|
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||