|
อ่านบทความของคุณ jk แล้วต้องขออนุญาตคิดตามกับตัวเอง ... ยอมรับกันตรงนี้เลยว่า ผู้เขียนไม่เคยเจ็บปวดจากการถูกปะทะด้วยอาวุธร้ายแรงมาก่อน โดยส่วนมากบาดแผลที่เกิดขึ้นมาจากอุบัติเหตุ ที่ร้ายแรงที่สุดคงจะเป็น หัวตกรางระบายน้ำ เมื่ออายุ 3-4 ขวบ ต้องให้หมอเย็บ 4-5 เข็ม นอกนั้นก็อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่ฟกช้ำดำเขียว ถูกของมีคมบาด ไปจนกระทั่งช้ำในกระดูก ต้องนอนซมอยู่กับบ้านเพียงอย่างเดียว เคยนึกจินตนาการกับตัวเองเหมือนกันว่า หากวันใดวันหนึ่ง ร่างกายตนเองถูกอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นของมีคม หรือลูกกระสุนปืน ความเจ็บปวดในจิตใจของตนเองจะรู้สึกอย่างไร คุณผู้อ่านหากท่านใดเคยได้รับประสบการณ์อันเลวร้ายเช่นนี้ ก็ขอเชิญบอกกล่าวกันตรงนี้ก็ได้ ส่วนใครที่ไม่เคย อ่านเรื่องนี้แล้วลองคิดตามดู แม้มันจะสยองกับตัวเองก็ตามที การปะทะกันระหว่างร่างกาย กับวัตถุสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด เริ่มจาก ไม้หน้าสาม ลองนึกจากกรณีเล็กๆ เวลาหัวเรากระแทกกับขอบผนัง กระจก หรือลื่นพลัดตกบันได เราจะรู้สึกชา ก่อนที่บริเวณหน้าผากจะเขียวไปทั่ว หากเราอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกไม้หน้าสามตีเข้าอย่างจัง เราจะรู้สึกอย่างไร มาต่อกันด้วย อาวุธมีด เมื่อเวลาถูกของมีคมบาด มักจะเริ่มจากอาการชาโดยรอบ ก่อนที่เลือดจะไหลออกจากร่างกายทีละนิดๆ แต่หากเราลองคิดว่า หากวันใดวันหนึ่งที่เรา ถูกแทง เข้าที่ลำตัว ความเจ็บปวดจะรู้สึกขนาดไหน ยิ่งคิดไปไกลอย่าง อาวุธปืน ในชีวิตเคยถูกเด็กในหมู่บ้านเดียวกันใช้ ปืนปลอม ยิงเข้าที่ลำตัว กระสุนเม็ดพลาสติกเม็ดเล็กๆ ทำเอาเกิดอาการเจ็บปวดได้เช่นกัน แม้จะไม่ได้แผลกลับมา แต่นึกไปไกลว่าหากถูก กระสุนจริง ยิงเข้าที่ลำตัวสักครั้ง จะรู้สึกยังไง 
(ขอขอบคุณ ภาพจากบล็อกเกอร์ jk) อ่านบล็อกของคุณ jk บอกเล่าถึงประสบการณ์บางช่วงบางตอนของ ฟาน ลูกชายของเขากล่าวว่า กระสุนที่วิ่งผ่านตัวเขา คล้ายลูกไฟร้อนๆลูกหนึ่ง ฉับพลันร่างของเขาก็ทรุดลง ตาพร่าเลือน เลือดสดๆ ทะลักออกมาจากรูกระสุนเป็นสาย กระจายไปทั่วพื้น อาจจะกล่าวได้ว่า ปืนที่ลั่นไกแล้วกระสุนพุ่งเข้าไปที่ลำตัว นอกจาก ความแรง ของกระสุนปืนที่พุ่งทะลุร่างกายเราได้แล้ว ยังแฝงไปด้วย ความร้อน ที่ทำให้เพิ่มความเจ็บปวดหนักเข้าไปอีก ยิ่งมาเจอศัพท์บนหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง (กับคนอื่น) ที่ระบุว่า แต่ระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ไม่รู้คำว่า พิษบาดแผล มันมีระดับขั้นรุนแรงแค่ไหน แต่ถึงกระนั้นก็คงต้องวัดกันที่ สภาพจิตใจ ที่รองรับว่าจะทนกับความเจ็บปวดที่มากขึ้นหรือเปล่า เสียงหวีดร้อง โอ๊ยยยยยย...... เสียงดังกังวาล เผลอๆ อาจจะเนิ่นนานกว่าเวลาที่ขาตนเองเป็นตะคริวเสียอีก แต่ถึงกระนั้น บางประโยคที่ ฟาน ได้พูดกับพ่อของเขา ก่อนที่ตนเองจะถูกยิง กับประโยคที่ว่า "ฟานฝันถึงมุด มุดเดินเข้ามาหาฟาน ฟานถามว่า มึงรู้สึกยังไงตอนถูกแทง มุดบอกว่า มันวูบเดียว แล้วก็ไม่รู้สึกอะไรอีก" นึกถึงตอนที่เราขึ้นไปบนตึก มองจากที่สูงลงมาแล้ว หากสมมติว่าเราตัดสินใจกระโดดลงมาจากชั้น 6 คิดว่านอกจากความเจ็บปวดเพียง 3 วินาทีแล้ว อาจจะวูบแล้วไม่รู้สึกอะไรอีก จินตนาการถึงฉากตายของใครหลายคน อาจจะแบบว่าเมื่อเข้าสู่ความวูบแล้ว ฉากสีดำจะผ่านสู่สายตา เราจะรู้สึกว่าโลกใบนี้มันมืด เรามองไม่เห็นอะไรเลย เดินไปไหนมาไหนไม่ได้ ร่างกายขยับไม่ได้ ส่งเสียงร้องก็ไม่ได้ ในจิตวิญญาณของเราอาจจะทำได้แค่ร้องแบบไม่ส่งเสียงให้ผู้มีชีวิตทั่วไปได้ฟังคำว่า ช่วยด้วย...ช่วยฉันด้วย ส่วนเรื่องเทพเรื่องสวรรค์ ไม่ได้คิดไกลถึงตรงจุดนั้น เมื่อคุณผู้อ่านได้เห็นสิ่งที่เราเขียนแล้วคิดตาม นี่เป็น "worst case scenario" หรือเรียกเป็นไทยว่า "สถานการณ์สมมุติที่เลวร้ายที่สุด" ความหมายของมันมีนัยยะโดยตรงได้ว่าเป็นการ "มองโลกในแง่ร้าย" ด้วยการสมมุติสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ ย้อนกลับมาอ่านบทความของพี่วินทร์อีกครั้ง เขากล่าวว่า ในการดำเนินชีวิตวันต่อวันของปัจเจกบุคคล หากเราลองพิจารณาดูว่าอะไรที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นกับเรา จะพบว่าวิบัติสมมุติของแต่ละคน สิ่งเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นกับคนคนหนึ่งก็ไม่เหมือนกัน แม้พี่วินทร์จะกล่าวว่า ยิ่งเตรียมพร้อมรับมือกับมัน เจ้า Worst-Case Scenario มักไม่มาเยือนก็จริง แต่อย่างน้อย ความระแวงก็ทำให้เราไม่ประมาทได้เช่นเดียวกัน แม้เรื่องบางเรื่องจะเป็นเพราะความบังเอิญก็ตาม ที่เขียนๆ มานี่ กับผู้เขียนไม่รู้ว่า หากต้องเจอกับบรรดา อาวุธ-ของร้อน-ของมีคม แล้ว จะได้มีชีวิตเขียนบล็อกให้เห็นอยู่ทนโท่หรือเปล่า ในใจผู้เขียนยังตุ้มๆ ต่อมๆ หวาดเสียวและน่ากลัวไม่ใช่น้อย เคยคิดว่า สิ่งที่คิดว่าตายแล้วมีเกียรติในสายตาผู้เขียนก็คือ เส้นเลือดในสมองแตกตาย เพราะอย่างน้อยจะได้เห็นว่าชีวิตเราใช้สมองมากขนาดไหน ตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆ ไปจนกระทั่งเวลาคิดเล็กคิดน้อย จวบจนกระทั่งกาลเวลาสุดท้ายของชีวิต แต่สุดท้ายแล้ว วิธีตายของผู้เขียนที่ดีที่สุดคือ แก่แล้วละสังขาร สิ้นลมอย่างสงบ แต่ไม่รู้ว่าในชีวิตจะเจอ อุบัติเหตุชีวิต อะไรบ้าง?
|