พิมพ์หน้านี้
|
คตส.จัดประมูลเครื่องใช้สำนักงานที่ยึดมาจาก พรรคไทยรักไทย เมื่อวานนี้ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีการประมูลขายทรัพย์สินของพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดสินคดียุบพรรคเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมา โดยมีทรัพย์สินที่นำมาขายทอดตลาดทั้งหมดรวม 790 รายการ มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท ทรัพย์สินที่นำมาประมูลราคาเริ่มต้นต่ำสุดอยู่ที่ 10 บาท คือ เครื่องคิดเลข ส่วนราคาเริ่มต้นสูงสุดคือ รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ จำนวน 2 คัน ราคาเริ่มต้นที่ 450,000 บาท โดยมี ส.ส.บุรีรัมย์เขต 2 พรรคพลังประชาชนอย่าง ทรงศักดิ์ ทองศรี ขอเข้าร่วมประมูลรถบรรทุกคันนี้ เป็นที่น่าแปลกใจว่า เดิมรถบรรทุกทั้งสองคันจะติดตั้งเครื่องปั่นไฟ และเครื่องเสียงเอาไว้กับตัวรถ แต่ภายหลังกลับไม่พบเครื่องเสียงและเครื่องปั่นไฟ นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอีกมากมายจากพรรคไทยรักไทยที่น่าสนใจก็คือ อุปกรณ์สำนักงาน โทรทัศน์สี และเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งพบว่ามีอดีต ส.ส.รวมทั้งนักข่าวให้ความสนใจจับจอง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค เป็นจำนวนมาก เพราะราคาถูกกว่าท้องตลาด อีกทั้งเหมาะกับอาชีพที่ต้องใช้งานเกี่ยวกับการเก็บข้อมูล แต่งบประมาณที่จะซื้อเครื่องใหม่มีจำกัด การประมูลวันแรก สตง. สามารถประมูลขายได้ถึง 300 รายการ วงเงินประมาณ 270,000 บาท โดยบางรายการมีการเสนอราคาแข่ง จนทำให้ราคาสูงกว่าที่ตั้งไว้หลายเท่า เมื่อรวมกับทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่พรรคพลังประชาชนขอซื้อคืน คือ อสังหาริมทรัพย์ประเภทพื้นที่ห้องสมุดซึ่งอยู่ในอาคารไอเอฟซีที มูลค่า 2,500,000 บาท และศาลพระภูมิหน้าที่ทำการพรรค มูลค่า 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,775,000 บาท สตง.จะเปิดให้มีการประมูลทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าวันนี้ (10 มกราคม) จะได้ข้อสรุปทรัพย์สินที่ทำการประมูลได้ทั้งหมดว่า จะสามารถจำหน่ายเป็นเงินได้เท่าไหร่ จากนั้นเงินจำนวนดังกล่าวจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ให้กับเจ้าหนี้พรรคไทยรักไทย และส่งคืนกองทุนพรรคการเมือง ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป เรื่องนี้แม้ประชาชนจะได้ประโยชน์จากการซื้อทรัพย์สินที่ได้จากการประมูลใน ราคาถูก แต่เมื่อลองย้อนในช่วงที่พรรคการเมืองแห่งนี้ทำกิจกรรมทางการเมือง แม้พรรคไทยรักไทยถือได้ว่ามีนายทุนใหญ่อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คอยให้การสนับสนุน แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงต้องพึ่งพาเงินกองทุนพรรคการเมืองจาก กกต.ซึ่งเป็นเงินกองกลางจากแผ่นดิน ลองคิดดูว่า ตลอดเวลาที่พรรคไทยรักไทยดำเนินกิจกรรมทางการเมืองมาตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา ได้รับเงินสนับสนุนจาก กกต.รวมแล้วเท่าไหร่? แล้วเมื่อพรรคไทยรักไทยกระทำการอันเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่เห็นเด่นชัดจนนำไปสู่การยุบพรรคก็คือ จ้างพรรคเล็กลงสมัคร ส.ส.และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กกต.ในการแก้ไขข้อมูลทะเบียนสมาชิกพรรค เพื่อให้พรรคเล็กสามารถลงสมัคร ส.ส.หวังที่จะหลีกเลี่ยงเกณฑ์คะแนน 20 เปอร์เซ็นต์ แม้จะอ้างว่าพวกเขาถือเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็เป็นการกระทำอันเป็น ปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย และ เป็นภัยต่อความมั่นของรัฐ สิ่งที่ได้หลังจากการยุบพรรคไทยรักไทย เพียงแค่ทรัพย์สินกลับคืนมาสู่แผ่นดิน รวมกันแล้วมูลค่าเพียงแค่ไม่กี่ล้านบาท ถือว่าได้แค่เศษเสี้ยว แล้วที่เอาไปอีกจากการเล่นการเมืองโดยมิชอบก็ไม่รู้อีกเท่าไหร่? ประโยคที่พูดว่า ยุบพรรคหนึ่งแล้ว ก็ย้ายไปอยู่อีกพรรคหนึ่งได้ จะด้วยวิธีการ กลับบ้านเก่า หรือจะเป็นการ เทคโอเวอร์ พรรคใหม่ เพื่อหวังที่จะให้ตัวเองเอาตัวรอดทางการเมือง พอได้รับเลือกเข้ามาก็โกงกินเงินแผ่นดินเข้าไปอีก เป็นวัฎจักรที่ ไม่รู้จบ ของการเมืองไทย แต่เมื่อใดที่มีคนจับได้ แล้วมีคำตัดสินให้ยุบพรรค นักการเมืองก็กลับไปเป็นเช่นเดิม แต่ประเทศชาติก็ยังคงต้องบอบช้ำต่อไป พร้อมกับเศษเงินเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับความสูญเสียของแผ่นดินด้วยฝีมือนักการเมืองเพียงไม่กี่ร้อยคน ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะเลือกอะไร ระหว่างผลประโยชน์เฉพาะหน้ากับตัวเอง หรือจะเป็นประโยชน์ร่วมกันของแผ่นดิน |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||