พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติให้ใบแดง ซึ่งถือเป็นการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแก่ผู้สมัครต่างๆ ปรากฎว่ามีสองพรรคการเมือง ที่ผู้สมัคร ส.ส.ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรครวมอยู่ด้วย ส.ส.สองรายที่ว่านี้คือ มณเฑียร สงฆ์ประชา ว่าที่ ส.ส.ชัยนาท รองเลขาธิการพรรคชาติไทย ที่ กกต.ให้ใบแดงในกรณีแจกเงินซื้อเสียง และ สุนทร วิลาวัลย์ ว่าที่ ส.ส.ปราจีนบุรี เป็นถึงระดับรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งได้รับใบแดงกรณีแจกเงินซื้อเสียงเช่นเดียวกัน ซึ่งตามขั้นตอน กกต.ต้องส่งสำนวนการพิจารณาไปให้กรรมการกฤษฎีกา 12 คณะเพื่อตรวจสอบ หากเห็นว่าใบแดงที่ให้ไป ชอบด้วยกฎหมาย กกต. ต้องดำเนินการการเสนอคำร้องเสนอให้มีการ ยุบพรรค ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติในกฎหมายเลือกตั้ง งานนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ พอๆ กับกรณีของ ยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ที่กำลังลุ้นระหว่าง ใบขาว กับ ใบแดง เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุบพรรคเช่นเดียวกับสองพรรค สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่ต้องการขจัดการทุจริตการเลือกตั้ง ด้วยการค่อยๆ บีบให้ นักการเมืองซื้อเสียง เปลี่ยนพฤติกรรม และโดยเฉพาะคนที่เป็นถึง กรรมการบริหารพรรค ยิ่งต้องระวังตัว หากจับผิดแล้วถูกจับได้ จะถือว่าต้องถูกลงโทษ เพราะเป็นกรรมการบริหารพรรคที่ต้องกระทำความผิดเสียเอง หากผลการพิจารณาจาก กกต.ให้ใบแดงทั้งหมด งานนี้ทั้งพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย มีสิทธิ์ถูกยุบทั้งสามพรรค แต่หากพลังประชาชนรอดก็ถือว่าแคล้วคลาด ให้ 2 พรรคแรกถูกตัดสินต่อไป อาจจะดูโหดร้ายไปหน่อย สำหรับ ยาแรง ที่มีอยู่ในกฎหมาย คงมีคนฟูมฟายว่าประเทศ ประชาธิปไตย ในโลกเขาไม่มียุบพรรค พยายามอ้างว่า กรรมการบริหารพรรค ทำผิดก็โดนเอาผิดไป แต่ พรรคการเมือง เป็นสมบัติของ ประชาชน เพราะมีประชาชนสนับสนุนพรรคการเมืองนั้น เพราะฉะนั้นต้อง ยังคงอยู่ เห็นแก่ได้ ไปหน่อยไหม ... ในเมื่อพรรคการเมืองยังปล่อยให้ลูกพรรค ซื้อเสียง หรือทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่าง ไม่เกรงกลัว เพื่อประโยชน์ต่อคะแนนเสียงของตนเอง คนที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในการเลือกตั้งก็ต้องยึดกฎหมาย จะหยิบยกประชาชนกี่ล้านคนมาสู้ก็คงไม่มีประโยชน์ หากสนับสนุนคนผิดเสียเอง แม้คนผิดหรือพรรคที่มีคนกระทำความผิดจะเป็นที่ชื่นชอบก็ตาม ด้วยคุณสมบัติเป็น สถาบัน ที่เป็นทางการ พรรคการเมืองก็เป็น นิติบุคคล เสมือนบริษัทห้างร้าน บริษัทไหนทำกิจการมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ก็ย่อมมั่นคง บริษัทไหนที่ดำเนินกิจการฉ้อฉล ก็ย่อมอยู่ได้ไม่นาน ถูกปิดตายมานักต่อนัก เราจะไปหวังอะไรกับนิติบุคคลที่เป็น สิ่งสมมติ ในโลกประชาธิปไตย เราไม่ได้เป็นนายพรรคการเมือง หรือพรรคการเมืองไม่ได้เป็นนายเรา มีวันก่อตั้งแล้ว ก็ยังมีวันดับวูบเพราะถูกยุบพรรคได้ เพราะฉะนั้นคดียุบพรรคลุ้นไปเถอะครับ สั่งสอนคนผิดแช่แข็งสัก 5 ปี ด้วยความหวังที่ว่าจะเกิดความเป็นธรรมในสังคมประชาธิปไตย และสันดานนักการเมืองไทยคงจะดีขึ้น |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||