|
บ่ายวันอาทิตย์ ณ ร้านกาแฟใจกลางทองหล่อ เรามีนัดพบปะพูดคุยกับบรรดา บล็อกเกอร์ เพื่อสนทนาถึงทิศทางความเป็นไปของ โอเคเนชั่น แห่งนี้ ในโอกาสที่เพื่อนบล็อกเกอร์ท่านหนึ่ง ลงมาจากเชียงใหม่พอดี สนทนาอยู่ได้สักพักมีสมาชิกท่านหนึ่ง ปริ้นท์จดหมายจากสมาชิกท่านหนึ่งที่ถูกแบน ซึ่งกล่าวโจมตีผู้ดูแลอย่างพี่ชาลีเอามาให้อ่าน ต้องยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับ สมาชิกแต่ละฝ่าย ส่งผลทำให้ บั่นทอนจิตใจ พวกเราพอสมควร จนกระทั่งมีคน เดินออกจากบ้าน ไปทีละราย ถึงกระนั้นเราคงต้องยอมรับกับ สิ่งที่เสียไป และก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ เขียนเรื่องราว บนบล็อกไปตามปกติ จริงๆ นอกเหนือจากความขัดแย้งในการประกวด บล็อกเกอร์ออฟเดอะเยียร์ ดังที่เราได้เห็นกันแล้ว เราได้พบกับความขัดแย้งในรูปแบบอื่นๆ โดยเฉพาะการ ร้องเรียน ถึงผู้ดูแลระบบ ในกรณีที่บล็อกถูกแบน มีตั้งแต่ภาษาไทยยันภาษาอังกฤษ แปลออกมาเพียงแค่ครึ่งหน้าก็แทบ ลมจับ เพราะเนื้อหาชวนให้มึนหัวกับการ จับแพะชนแกะ เสียเหลือเกิน จะว่าเป็นการเรียกร้อง ความเป็นธรรมตนเอง หรือ เสรีภาพของสื่อ ก็ตามแต่ สำหรับเรากลับมองว่า สิ่งต่างๆ ที่ได้เขียนมา ล้วนส่งผลกระทบต่อ ชื่อเสียง ของโอเคเนชั่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดูแล้วเหมือนเป็นการ โจมตี ตั้งแต่ผู้ดูแลจนถึงเว็บไซต์ บางครั้งยังกระทบคราดถึงผู้บริหาร ซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่เหมือนเช่นผู้ดูแลระบบซึ่งต้องรับปัญหาโดยตรง ได้ยินมาว่า กระบวนการนี้ ทำตั้งแต่บนดิน จนกระทั่งใต้ดินก็ยังเคยเห็นมาแล้ว ไม่อยากเข้าข้างใคร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นให้เห็นทุกวันนี้ เพียงแค่พวกเขา ร้องเรียน ในสิ่งที่พวกเขาถูกกระทำ แต่มิได้ไถ่ถามถึงสิ่งที่พวกเขา ได้กระทำ ลงไป กระทั่งนำมาซึ่ง ความผิด ในดลุยพินิจของผู้ดูแลระบบ เราเชื่อว่าหากยังมีสติยั้งคิด ขอคำอธิบายจากผู้ดูแลสักนิด ก่อนที่จะทำอะไรลงไป ก็คงไม่เป็นอย่างนี้ ผู้เขียนนึกย้อนตอนที่ถูกแบนโดยไม่ทราบสาเหตุจากเว็บไซต์ พันทิป ที่ยังเคืองทุกวันนี้เพราะผู้ดูแล ไม่ตอบคำถาม ในสิ่งที่ผู้เขียนอีเมลไถ่ถาม ทุกวันนี้ยังคงปล่อยให้ล็อกอินตัวเองถูกยึดจากผู้ดูแลระบบ โดยไม่เอาบัตรคนอื่นสมัครใหม่ทั้งสิ้น เพราะถือสัจจะกับตัวเอง อีกทั้งบ้านหลังที่สองชื่อ เสรีไทยเว็บบอร์ด กระทั่งมาถึง โอเคเนชั่น จนไม่ได้ผูกพันที่นั่นเฉกเช่นเหมือนก่อนแล้ว แต่เมื่อลองนึกถึง ผู้ดูแล การที่สารพันเรื่องราวถาโถมเข้ามาใส่โอเคเนชั่นแบบไม่ยั้ง ก็ยังทำให้เขาค่อนข้างที่จะได้รับ แรงกดดัน ทั้งจากในจอ และนอกจออินเตอร์เน็ต วันที่นัดเจอกันผมมองสีหน้าผู้ดูแล แตกต่างจากที่ผู้เขียนพบเจอผู้ดูแลท่านนี้ในช่วงที่ผ่านมา เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้นึกถึงข้อเขียนบทหนึ่งของ ธนา เธียรอัจฉริยะรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค เคยกล่าวเอาไว้ตอนหนึ่ง ในช่วงที่มีการปรับโครงสร้างการจัดจำหน่าย ทำให้ ผู้ค้ารายใหญ่ เสียผลประโยชน์มหาศาล นำมาซึ่งการประท้วงด้วยการ ล่ารายชื่อ ผู้ค้าเพื่อร้องเรียนไปยัง วิชัย เบญจรงคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในขณะนั้น เพื่อให้สั่งปลด ธนา ด้วยข้อเรียกร้องสารพัด อ่านข้อเขียนนี้แล้วก็นึกเดาไปว่า เพียงเพราะ วิชัย มีตำแหน่งสูงที่สุด แต่หารู้ไม่ว่า ธนา ในฐานะเป็นผู้ดูแลในเชิงปฏิบัติการ ย่อมเป็นผู้ที่ รู้ปัญหา พวกนี้ดี หากสนใจเสียงจากคนนอกที่พยายาม กดดัน โดยไม่สนใจว่าภายในเป็นอย่างไร งานนี้บอกได้คำเดียวว่า พัง เพราะความเข้าใจจากแรงภายนอก ที่อาจจะรู้อะไรได้ไม่หมดเท่า ไม่รู้ว่าผู้เขียนเป็นคนที่คิดมาก แคร์ความรู้สึกใน แง่รวม มากไปหน่อยหรือเปล่า เพราะแต่ละคนย่อมรู้ดีว่า ราคา ของแต่ละคนเป็นอย่างไร ผู้เขียนอาจจะมองว่าแม้จะไร้ราคาก็มีค่า เพราะเหมือนกับ ได้เปล่า ในขณะเดียวกันการไร้ราคา ก็สะท้อนถึง คุณภาพ ของมูลค่านั้นๆ คิดไปคิดมา มึนหัวเสียเอง ขอจบลงแค่นี้ละกัน ... จากการที่ได้พูดคุยกันกับหลายๆ คน ปัญหา อุปสรรค และความขัดแย้งที่น่าสนใจ ซึ่งนำไปสู่ทัศนคติที่แต่ละคนได้บรรยายออกมาก็คือ การแข่งขัน ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการจัดประกวด หรือการประลองใดๆ แต่เป็นการแสดงผลถึง ขีดความสามารถ โดยเฉพาะ หน้าหนึ่ง ของเว็บไซต์ ซึ่งหลายคนเล่าถึงอุปสรรค อย่างเช่น การแข่งขันในการปั่นคอมเม้นต์ ปั่นจำนวนผู้ชม เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้จะนำไปสู่การแก้ไข กับเว็บบล็อกที่มีอายุที่ถือว่า เพิ่งแจ้งเกิด ได้ไม่นาน นอกเหนือจากการเสริมสร้างความเป็น Citizen Journalism หรือนักข่าวอาสา ที่เห็นว่าจะเริ่มให้ความสำคัญอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อเป็นจุดขายที่แตกต่างออกไปจากเว็บไซต์ให้บริการบล็อกในท้องตลาด ในวันนี้ เป็นครั้งแรกที่ได้เขียนถึงเรื่องความขัดแย้งเมื่อวันวาน จากการที่ได้ รับฟัง และ ไถ่ถาม จากหลากหลายความคิดเห็น (จนไม่รู้ว่าคนที่เราไถ่ถามนึกรำคาญหรือเปล่า) กระทั่งตัวเองต้องคิดมากไปหลายวัน แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตตนเองโดยตรง ก็คงขอจบแต่เพียงเอ็นทรี่นี้ ต่อจากนี้ไป ก็คงใช้เวลาตรงนี้สร้างสรรค์ผลงาน และให้กำลังใจเพื่อนสมาชิกซึ่งกันและกัน ตราบเท่าที่เรายังมีเวลาที่เจ้าของบ้านจะให้เราอยู่ เพราะอดีตที่ผ่านมาเจ็บปวดกับพันทิปมามากพอแล้ว คงไม่อยากให้ตนเองต้องเจ็บปวดซ้ำสอง กับบ้านที่พวกเราช่วยกันสร้างจนเป็นรูปเป็นร่างเฉกเช่นทุกวันนี้ 
ป.ล. ขอขอบคุณพี่ชาลี พี่มะอึก พี่เพ็น น้องแพ็ท พี่เมธา พี่แสงธรรม อาจารย์ศุภศรุต พี่เฟิงสุ่ย พี่ปิรันย่า คุณน้าศุภวรรณ พี่ญาใจ พี่ดินสอขอเขียน ครูทิพย์ พี่พิม พี่น็อต ที่มาร่วมสนทนานอกรอบกัน โดยเฉพาะพี่ชาลีและพี่เพ็นสำหรับความช่วยเหลือในการนัดพบให้ลุล่วงด้วยดี นัดสนทนานอกรอบโอกาสหน้า จะพิจารณาวัน เวลาที่เหมาะสม รวมทั้งตังค์ในกระเป๋าตัวเองด้วย รู้สึกเกรงใจที่ต้องยืมที่บ้านมา จนต้องเป็นภาระแก่บล็อกเกอร์รุ่นพี่ แต่ก็ยังโชคดีที่บล็อกเกอร์เพื่อนสนิทอย่าง พี่แสงธรรม เรียกให้ไปช่วยงาน พร้อมสำรองจ่ายค่าเดินทาง เป็นอันว่างานนี้ใจชื้น เพราะได้งานเพิ่ม แทนที่จะนั่งเครียดอยู่กับบ้าน กับค่าจ็อบที่เลื่อนไปเลื่อนมาไม่รู้จบ ขอเวลา สั่งสอน เจ้าของจ็อบซะหน่อยเถอะ ... ตุ้บ! ตั๊บ! ตุ้บ! ตั๊บ!!! ...
|