พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อวานนี้ บรรณาธิการเนชั่นทีวี อดิศักดิ์ ลิ้มปรุ่งพัฒนกิจ ต้องตัดสินใจ ประกาศจุดยืน เมื่อวานนี้ (15) ว่าจะไม่เสนอ รายการโทรทัศน์ ให้คณะกรรมการชั่วคราวทีวีสาธารณะพิจารณา หลังจากที่ เทพชัย หย่อง ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง บก.บห.เครือเนชั่น และขายหุ้นที่มีอยู่ในบริษัทออกไป เพื่อเข้ารับตำแหน่งรักษาการ ผอ.สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส ทีวีสาธารณะที่จะเกิดขึ้นแทน ทีไอทีวี ที่มีอยู่เดิม อดิศักดิ์ อาจจะรู้อยู่เต็มอกว่า แรงเสียดทานที่เกิดขึ้น เมื่ออดีต บก.บห.เครือเนชั่นอย่าง เทพชัย ตัดสินใจโดดลงมาก่อร่างสร้าง ทีวีสาธารณะ ย่อมหนีไม่พ้นข้อกล่าวหา เกี๊ยะเซี๊ยะ ที่ถูกจับตามองทั้งมวลชน คนรักอำนาจเก่า และจากฝั่ง สื่อมวลชนคู่แข่ง ที่จ้องกัดแทบไม่เลิก
ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดจาก บางกอกโพสต์ และ โพสต์ทูเดย์ ฉบับเมื่อวานนี้ นำเสนอเรื่องของ หุ้น NMG พุ่งทะยานจากเดิม 7 บาทเศษ เพิ่มขึ้นเกือบ 8 บาท และเป็นที่แน่นอนว่า พยายามแอบกัด เครือเนชั่น โดยชี้ให้เห็นว่า เทพชัย คุมทีวีสาธารณะเพื่อ เอื้อธุรกิจ ในเครือ ยิ่งหยิบบทบรรณาธิการ ณ กาฬ เลาหะวิไลย ได้พยายามหยิบยก ข้อสังเกต จากอดีตพนักงานไอทีวี ที่มองว่ามีความพยายามของสื่อบางกลุ่มว่ามี ผลประโยชน์ทับซ้อน พยายามจะเข้าไปครอบงำ หาประโยชน์ จากทีวีสาธารณะ แม้ตัวของ เทพชัย จะได้รับการการันตีถึงความเป็นกลาง และตัวของเทพชัยได้ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับเครือเนชั่นอีกต่อไปแล้ว แต่ ณ กาฬ ก็ยังมองว่า การกระทำใดๆ ก็ตามที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ย่อมสามารถบอกได้ว่า แท้จริงแล้วผู้เกี่ยวข้องกับทีวีสาธารณะต้องการอะไร ซึ่งเขาพยายามเรียกง่ายๆ ว่า กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ใครที่จำได้ ในช่วงที่ โพสต์ทูเดย์ พยายามกัดสื่อฝั่งตรงข้ามมาโดยตลอด ไม่ว่า เครือเนชั่น หรือ ผู้จัดการ และ มติชน (ช่วง ผอ.พงศ์ศักดิ์ ดำรงตำแหน่งใน อสมท.) จะทำอะไร แม้แต่เวลาหายใจเป็นอันได้ต้องถูกตั้งข้อหา แบ่งเค้ก ไว้ก่อน นี่ไม่ใช่เวลาที่มัวแต่มานั่ง ตีปิงปอง โต้กันไปมาในวงการสื่อ เพียงเพราะเห็นคนอื่น ได้ดิบได้ดีกว่า แล้วไม่พอใจ อย่าลืมว่าทุกคนย่อมมี บทบาทสมมติ ตามอายุของบทบาทหน้าที่ ในวันนี้ตั้งแต่ นักวิชาการ ลงมาจนถึง ผู้ชมโทรทัศน์ทางบ้าน ต่างเฝ้ารอและจับตามอง สิ่งที่กำลังจะเกิด อย่างทีวีสาธารณะมากกว่า ซึ่ง เทพชัย หย่อง ทำหน้าที่ตรงนี้เพียงเพื่อ รักษาการณ์ ในการขับเคลื่อน สิ่งที่ยังไม่เกิด ให้มันเกิดขึ้นมา ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้กรรมการ ตัวจริง ขับเคลื่อนสิ่งที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง การบริหารโดยกำหนดทิศทาง ทีวีสาธารณะ ในยุคแรกเริ่ม นับว่ายากกว่าการบริหาร สิ่งที่มีอยู่แล้ว หลายเท่านัก แม้หากมองมุมกลับ การ จ้องจับผิด เป็นเรื่องที่ดีเพราะทำให้ไม่มีใครกล้าทำผิด แต่เมื่อพยายาม ลดคุณค่า ของคนๆ หนึ่งโดยหยิบนำเอา ภูมิหลังในอดีต มาเป็นบรรทัดฐานมากกว่า พฤติการณ์ในวันนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สมควรจับตามองมากกว่า ไม่มีประโยชน์สำหรับการ หวังดีประสงค์ร้าย เพียงเพื่อให้ตัวเองเห็นว่าเป็นผู้ตรวจสอบโดย ไม่ดูตาม้าตาเรือ นอกจากจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ ผิดพลาด อย่างทั่วถึงแล้ว ยังเป็นการสร้างกระแสและตอกลิ่ม ความแตกแยก จนปราศจากความรับผิดชอบร่วมกัน ด้วยความปรารถนาดี เปลี่ยนมุข แบ่งเค้ก กันบ้างเถอะครับ เห็นมาหลายรอบแล้ว |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||