|

เว้นวรรคเรื่องการเมืองในสภาเสียตั้งนาน มาคราวนี้หัวหน้าพรรคชาติไทยอย่าง บรรหาร ศิลปะอาชา จับมือกับ สุวิทย์ คุณกิตติ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงข่าวเข้าร่วมรัฐบาลกับ พรรคพลังประชาชน ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ หากจับมือกับ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ รวมทั้งพรรคพลังประชาชนยอมรับ เงื่อนไข 5 ข้อ ขณะที่เข้าเยี่ยมอาการที่โรงพยาบาลรามาธิบดี อย่างแรกไม่เท่าไหร่หรอก เพราะรู้กันอยู่หร็อมแหร็มว่า ประชาธิปัตย์ เตรียมใจเป็นฝ่ายค้านในสภา แต่อย่างถัดมานี่สิชักทะแม่ง เพราะไม่เห็นสัญญาณเกี่ยวกับการยอมรับเงื่อนไข 5 ข้อ จากปากของหัวหน้าพรรค สมัคร สุนทรเวช โดยเฉพาะประโยค มือที่มองไม่เห็น และ หงอกหัวขาว จากปากนายสมัคร รวมทั้งที่ไปเทียบเชิญ โดยทำทีเข้าเยี่ยมนายบรรหารยามป่วย มีแต่แกนนำพรรคโดยเฉพาะ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้าเยี่ยม เอ๊ะ... หรือว่า สมชาย อาจจะพลิกล็อคเป็นนายกแทน สมัคร กันหว่า... ถึงกล้าแทนที่ หัวหน้าพรรคตัวจริง ไปเทียบเชิญพ่อปลาไหล ซึ่งคนละอย่างกับมารยาททางการเมืองตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เอาเถอะ ไหนๆ เสี่ยแม้ว ลอนดอน เค้าประทับตราการันตี สมัคร เป็นนายกฯ แล้ว ก็ปล่อยให้เค้าดีใจไปก่อน เดี๋ยวคอยดูตอนยกมือเลือกนายกฯ ในสภา ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าสมัครอาจจะ แต่งชุดขาวรอเก้อ ก็ได้ใครจะไปรู้ เพราะผู้เขียนเองก็ไม่ได้ คาดหวัง อะไรกับรัฐบาลใหม่ชุดนี้ รวมทั้งภาพของการเมืองไทยในวันนี้ ถามใครก็มีแต่คนส่ายหน้า เพราะถึงจะมีคนพยายามพูดแบบเข้าข้างตัวเองว่า มีนายกฯ จากการเลือกตั้งแล้วต่างชาติจะยอมรับ แต่ใครๆ ก็รู้ว่าพรรคนี้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างไร ครั้นจะฟังคนเค้าพูดว่า ถึงคุณไม่ชอบ แต่ประชาชนก็เลือกพวกเค้ามา นึกอยากจะถามว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนไม่หยิบภาพ ทักษิณ หาเสียง ก็คงไม่ได้ขนาดนี้ หากตัวคุณสมัครประกาศเป็นนายกฯ เองโดยไม่ง้อใคร ภาพที่ออกมาคงดูไม่จืด เผลอๆ อาจจะตกอับยิ่งกว่า ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ที่ประกาศเป็นนายกฯ แต่สอบตกสัดส่วน แถมได้ ส.ส.แค่สิบที่นั่ง เคยดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง รู้สึกว่าจะเรื่อง มหา'ลัยเหมืองแร่ ของพี่เก้ง-จิระ มะลิกุล มีประโยคหนึ่งออกมาจากในหนัง กับประโยคที่ว่า ชนะเพื่อนแพ้นาย ชนะกฎหมายแพ้เงิน มีคนมองว่า บรรหาร อาจจะกังวลในเรื่องอนาคตทางการเมืองของตนเอง ส่วนเรื่องตำแหน่งต่อรองกันได้ ขอเพียง ไม่อดอยากปากแห้ง หรือได้ทุนทรัพย์ชดเชยค่าใช้จ่ายเลือกตั้งบ้าง ก็ถือว่าโอเคที่ได้ ถอนทุนคืน ซึ่งว่ากันว่างานนี้แกนนำจัดตั้งรัฐบาลน่าจะใช้ สตางค์ ไม่เยอะเท่าไหร่ เผลอๆ อาจจะไม่ถึงหมื่นล้านเสียด้วยซ้ำ ชนะกฎหมายแพ้เงิน ในความคิดของผู้เขียน จึงหมายความไปถึง การลดคุณค่า ศักดิ์ศรี ในตัวเองเพื่อความอยู่รอด วรรคทองที่ออกมาจากนักการเมืองอาชีพว่า เป็นฝ่ายค้านแล้วอดอยากปากแห้ง อาจจะทำให้คนที่รักความเป็นธรรมรู้สึก สะเทือนใจ ในการแสวงหาผลประโยชน์จากเก้าอี้ ส.ส.ในสภา และด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทนนั่นเองที่ทำให้ สันดาน นักการเมืองยังวนเวียนเป็นวัฎจักรอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ต่อไปนี้จะได้เวลา ถอนทุนคืน จากนักการเมืองเหล่านั้นแล้ว ประชาชนอย่างเรา พร้อมที่จะจ่าย แล้วหรือยัง?
|