พิมพ์หน้านี้
|
(ภาพประกอบจากผู้จัดการออนไลน์) สองข้างทางถนนในแถบภาคตะวันออก ตั้งแต่ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ปราจีนบุรี จนถึง จ.สระแก้ว ท่ามกลางสภาพพื้นที่อันแห้งแล้ง เราได้พบกับต้นไม้ประเภทหนึ่ง ที่ลำต้นเล็กเรียว ปลูกกันเป็นแถบๆ ในขณะเดียวกันย่านชุมชนต่างๆ มีป้ายโฆษณาของบริษัทผลิตกระดาษแห่งหนึ่งประชาสัมพันธ์ จำหน่ายต้นกระดาษ พร้อมชื่อร้านค้าและเบอร์โทรศัพท์ นัยว่าส่งเสริมเกษตรกรให้ได้ปลูกกันในพื้นที่ ท่ามกลางความสงสัยว่า ทำไมพื้นที่แถบนี้ถึงได้ส่งเสริมการปลูกเจ้าต้นกระดาษอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ขณะเดียวกันเพราะต้นกระดาษมันก็คือ "ต้นยูคาลิปตัส" ที่มีความเชื่อตั้งแต่เมื่อก่อน ถึงความร้ายแรงในการปลูกพืชชนิดนี้ว่า พื้นแผ่นดินในบริเวณนั้นจะแห้งผาก แม้แต่หญ้าคายังแห้งตาย แต่ก็เข้าใจว่าพื้นที่ภาคตะวันออกจนถึงชายแดนเขมร เป็นพื้นที่แห้งแล้ง ระบบชลประทานเข้าไปไม่ทั่วถึง พืชส่วนใหญ่จึงมีอ้อยและยูคาลิปตัสเป็นหลัก Forward Mail ฉบับหนึ่งได้ส่งต่อกันไปยังใครหลายคน ระบุว่าจาก "โฆษณาโทรทัศน์" ของบริษัทผู้ผลิตกระดาษแห่งหนึ่ง เชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกต้นกระดาษ อ้างว่าปลูกแล้วจะรวยขึ้นทันตาเห็น ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้ก็คือ "ต้นยูคาลิปตัส" ที่ได้ทำการดัดแปลงพันธุกรรมแล้วนั่นเอง เพราะต้นยูคาลิปตัสเป็นพืชต่างถิ่นนั่นเอง ส่งผลให้พื้นแผ่นดินในบริเวณนั้นแห้งผาก เนื่องจากลำต้นจะดูดซึมน้ำอย่างรวดเร็วและต้องการน้ำมาก ทำให้รากของต้นๆ หนึ่งอาจยาวได้ถึง 20 เมตรเลยทีเดียว เมื่อดินบริเวณนั้นถูกดูดน้ำจนหมด ในฟอร์เวิร์ดเมล์เปรียบเทียบให้เห็นว่า ผืนดินก็จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด มาคราวนี้ รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช กำลังส่งเสริมให้ประชาชนหันมาปลูกต้นยูคาลิปตัส โดยล่าสุดรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ออกมาอ้างถึงกรณีที่ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี "วุฒิพงศ์ ฉายแสง" กล่าวว่าจะส่งเสริมการปลูก "ต้นยูคาลิปตัส" บนคันนาเป็นนัยว่าช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ จนมีเสียงคัดค้าน ขาดการไตร่ตรองงานวิจัยให้ชัดเจนก่อนว่า ยูคาลิปตัสกินดินดูดดิน ทำให้ดินเสียหาย แต่ทั้งนี้นายสมัครอ้างว่ามีการเปลี่ยนแปลงพันธุ์ใหม่ ที่ไม่ใช่เมื่อ 20 ปีก่อน น่าตลกยิ่งกว่านั้นก็คือ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา มีชาวบ้านที่อ้างตัวว่า "เกษตรกรผู้ปลูกยูคาลิปตัส 19 จังหวัดภาคอีสาน" บุกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้กำลังใจ "วุฒิพงศ์" โดยอ้างว่าปลูกยูคาไม่มีผลเสีย ระบุ "กระถิน" สู้ "ยูคา" ไม่ได้
นอกจากนี้ยังเล่นการเมือง ด้วยการออกมาท้า "คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช" ครม.เงาจากพรรคคู่แข่งอย่างประชาธิปัตย์ ที่ออกมาค้านให้ลงพื้นที่พิสูจน์ด้วยตาก่อนค้าน แถมจะแห่กันให้กำลังใจ รมต.วุฒิพงศ์ "จังหวัดละ 2 คันรถ" ในเร็วๆ นี้ องครักษ์พิทักษ์ "รัฐบาลขี้เหร่" เพื่อทักษิณงานนี้ "ป้าอิ้ง" เตรียมจัดให้ ... ก่อนหน้านี้ มีเสียงโจษจันจากหลายฝ่าย มองว่า "รมว.วุฒิพงศ์" ซึ่งเป็นญาติของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย มีกิจการปลูกต้นยูคาลิปตัสนับพันไร่ภายใต้ชื่อ "สวนกิตติ" ที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และในพื้นที่ดังกล่าวยังใกล้กับแหล่งผลิตกระดาษชื่อดังของกลุ่มเกษตรรุ่งเรือง ไม่ว่าจะอ้างอย่างไรคงฟังขึ้นยาก เพราะระหว่าง "กิจการของครอบครัว " กับ "ทิศทางนโยบาย" ของกระทรวงที่ดูแลแยกกันไม่ออก หยิบยกบทความของ กรุงเทพธุรกิจรายวัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาชื่อว่า หน้าต่างความคิด ของเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ที่จั่วหัวเอาไว้ว่า ป่ายูคาจะฆ่าใคร? เขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า ยูคาลิปตัสมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า ต้นไม้ทุนนิยม เนื่องจากไม้ยูคาลิปตัสมีความอดทนต่อสภาพแวดล้อม ต้นทุนในการดูแลรักษาต่ำ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง หน่วยงานที่ส่งเสริมการปลูกยูคาลิปตัสคาดหวังว่าจะเป็น "พระเอกขี่ม้าขาว" แต่การปลูกป่ายูคาลิปตัสในเชิงอุตสาหกรรมโดยใช้พื้นที่จำนวนมากได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่อยู่เสมอ เฉกเช่นแถบตะวันตกเฉียงใต้ของยุโรป ประสบปัญหาแหล่งน้ำมีปริมาณลดลง ต้นไม้และพืชคลุมดินพื้นเมืองค่อยๆ ล้มหายตายจาก หน้าดินโดนลมฝนชะล้างไปอย่างรวดเร็ว ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ เพาะปลูกพืชอย่างอื่นผลผลิตลดลง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ข้อกล่าวอ้างที่ว่า จะปลูกเฉพาะในพื้นที่เสื่อมโทรมเท่านั้นก็ยัง "ไม่น่าไว้ใจ" เพราะผู้กำหนดพื้นที่คือคนของรัฐ หากนายทุนหยิบยื่นผลประโยชน์ให้เพียงพอและคนของรัฐเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว พื้นที่สีเขียวก็มีสิทธิถูกแปลงโฉมให้เป็นพื้นที่เสื่อมโทรมได้ ในวงการวิชาการก็ยังแบ่งเป็นสองฝ่าย บางคนก็ทำวิจัยออกมาแล้วบอกว่ายูคาลิปตัสเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม บางคนกลับไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างการปลูกยูคาลิปตัสกับการเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม คงต้องดูกันต่อไปว่า "ข้อพิสูจน์ที่มองไม่เห็น" เกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมปลูกต้นยูคาลิปตัส ของรัฐบาลสมัครในเร็ววันนี้ จะเป็นนโยบายสร้างเศรษฐกิจแก่ชาวรากหญ้า หรือจะเกิดความวุ่นวายกับฝ่ายที่คัดค้าน ซึ่งกระแสเริ่มมีเข้ามา และการส่งเสริมให้ปลูกอย่างไร้ขอบเขต จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ สวนกระแสกับการรณรงค์ให้มีการลดภาวะโลกร้อนหรือไม่ ไม่นับรวมปัญหาการกดราคา ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตแต่ไม่มีใครมองเห็น ความแรงของ "ต้นยูคาลิปตัส" นอกจากแผ่นดินจะแตกระแหงแล้ว บ้านเมืองยังร้อนเป็นไฟจากแรงการเมืองของแต่ละฝ่ายอีกต่างหาก
|
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |