พิมพ์หน้านี้
|
ถ้าเดาไม่ผิดเหมือนอย่างที่หลายคนคาดเดา ภาพข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์เช้าวันนี้ คงหนีไม่พ้นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลยุติธรรมไทยอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก้มลงกราบบนพื้นของสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วโบกไม้โบกมือทักทายผู้สนับสนุน ก่อนที่จะขึ้นรถเพื่อเดินทางมอบตัวในคดีต่างๆ หลายคนตั้งข้อสังเกตถึงท่าทางที่เป็นข่าวในหลายแง่มุม นอกเหนือจากบรรดากองเชียร์และลิ่วล้อ ที่ดีใจจนน้ำตาไหลไม่หยุด บ้างก็ว่าเป็นการ สร้างภาพ ได้เหมาะเจาะ เพราะมี บอดี้การ์ด ซึ่งเป็นชุดเดิมที่เคยอารักขาทักษิณ คอยกันด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งเพื่อให้กล้องเก็บภาพได้ชัดๆ แม้ขนาดมีช่างภาพเข้าไปถ่ายโคลสอัพ ก็ยังโดนเคลียร์ออก เพราะไปบังมุมกล้องโทรทัศน์ซึ่งคาดว่าต้องการหวังผลเช่นนั้นมากกว่า แถมท่าทางที่ทักษิณก้มลงกราบก็ทำแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย นึกจะทรุดลงไปกราบก็ทำแบบปัจจุบันทันด่วน หลังจากเดินออกมาอยู่ดีๆ โดยที่ไม่ได้เตรียมการที่จะแสดงออกเช่นนี้ก่อนเลย หลังกราบเสร็จก็ลุกขึ้นมาโบกมือทำนองว่า โชว์ให้เห็นแล้วนะ ท่าทางแบบนี้เสมือนเป็นการจงใจที่จะ โชว์กล้อง ให้ตัวเองเป็นข่าว ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกแท้จริงที่อยากจะกราบแผ่นดินสักเท่าไหร่เลย ใครที่ไม่ใช่แฟนคลับทักษิณที่ร้องไห้กระจองอแงกับภาพดังกล่าว ดูภาพที่ฉายออกมาแล้ว นอกจากจะไม่ได้รู้สึก มีอารมณ์ร่วม กันแล้ว ยังรู้สึก น่าหมั่นไส้ กับการแสดงออกแบบนี้อีกต่างหาก การแถลงข่าวของคุณทักษิณ ทันทีที่กลับมาถึงเมืองไทย ใจความสำคัญก็ไม่มีอะไรมาก คุณทักษิณต้องการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย เพื่อพักผ่อนกับลูกและภรรยา ต่อสู้คดีในชั้นศาล พร้อมกับทำงานด้านการกุศล ด้านการกีฬา สำหรับเรื่องราวทางการเมือง หลายคนตีความว่า ทักษิณจะประกาศวางมือทางการเมือง ...การกลับมาของผมครั้งนี้ ผมไม่ต้องการที่จะยุ่งเกี่ยวกับการเมือง บางคนอาจจะสงสัยว่า นักการเมืองไปมาหาสู่ผม มันเป็นธรรมชาติไม่ใช่หรือ ที่คนไทยเมื่อรู้จักกัน และไม่ได้เจอหน้ากันก็ย่อมต้องมาเจอกัน มาเยี่ยมเยียนกัน มันเป็นวัฒนธรรมของพวกเราไม่ใช่หรือ เพราะฉะนั้นการที่คนเหล่านี้คิดถึงผม เพราะบางคนผมก็มีโอกาสส่งเสริมให้เขาได้ทำงานการเมือง เขาก็คิดถึงผม ก็ไปเยี่ยมไปเยือน แล้วก็ไปรับผมบ้าง อะไรบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะกลับเข้าสู่การเมือง... ...ผมก็ขอให้ท่านทั้งหลายที่เป็นห่วงเป็นใยผม ว่าจะมาแข่งขันกันทางการเมืองหรืออะไรนั้น ได้สบายใจได้ว่าผมจะขอใช้ชีวิตอย่างสันติ และสร้างสรรค์... ถ้าเป็นเช่นนั้นได้ก็คงจะดี แต่... ถ้าจะตีความคำพูดแบบ ศรีธนญชัย อย่างที่นิสัยโดยชอบของคุณทักษิณ คำว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะกลับเข้าสู่การเมือง ไม่ใช่หมายความว่าจะประกาศ วางมือทางการเมือง เพียงแต่เป็นการ สร้างเงื่อนไข ให้มีความรู้สึกคาบเกี่ยวกัน ทักษิณอาจจะวางมือทางการเมืองในวันนี้ หรืออาจจะเปลี่ยนใจเหมือนคราวที่ประกาศ เว้นวรรค แล้วภายหลังกลับเข้ามาเป็น นายกฯ รักษาการณ์ เหมือนกับเล่นขายของตอนก่อนหน้านั้น สิ่งที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งหลังจากคุณทักษิณกลับมา แม้จะประกาศด้วยตัวเองว่า ขอใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว อยู่กับลูกกับเมีย และ ขอพักผ่อนบำรุงความสุขให้กับตัวเองบ้าง แต่ชีวิตของคุณทักษิณหาใช่จะสงบสุขไม่ เพราะคุณทักษิณก็ยังทำตัวหาเรื่อง เป็นข่าว ไปเรื่อยๆ แม้ตัวเองจะบอกว่าขอละจากตำแหน่งใดๆ ก็ตาม คอยดูก็แล้วกัน วันนี้เห็นกำหนดการของทักษิณที่ออกมา จะไปนมัสการสมเด็จพระสังฆราชที่วัดชนะสงคราม นักข่าวก็คงจะตามกันไปเป็นกองทัพ ส่วนใหญ่ไม่ได้ถามคำถามอะไรที่ลึกซึ้งไปกว่าคำถามที่ถามเมื่อวานนี้ พร้อมกับเก็บภาพบรรยากาศเพื่อออกอากาศซ้ำไปมาเยี่ยงสารคดีบุคคลสำคัญ ทั้งๆ ที่เขาไม่มีตำแหน่งหรืออำนาจใดๆ ในทางกลับกัน เห็นสีหน้าของนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ที่เมื่อวานนี้ไปประชุมกลาโหม สีหน้าของ นายกฯ ตัวจริง ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นนอมินี เดินออกมาแบบหงอยๆ จนเรียกได้ว่าหากอยู่บ้านเฉยๆ เลี้ยงแมวที่บ้านยังจะมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ เพราะบรรดารัฐมนตรีส่วนใหญ่ หันมาเข้าหา อดีตนายกฯ มีอะไรก็เข้าไปปรึกษา จนต่างประเทศเปรียบเทียบได้ว่า ไทยปกครองแบบเขมรคือ 1 ประเทศ 2 นายกกันไปแล้ว ไม่รู้ว่าการอยากกลับมาอยู่บ้านพักผ่อนเฉยๆ ของคุณทักษิณในวันนี้ จะตั้งใจเช่นนั้นจริงหรือเปล่า เพราะบรรยากาศการเป็นข่าว หรือการดึงดูดความสนใจอยู่บ่อยครั้ง ชนิดที่ว่าพร่ำเพรื่อ ทำให้เรามีความรู้สึกว่า จะอะไรกันนักกันหนา กับอดีตนายกฯ ที่กลับเข้าประเทศ เพียงเพื่อมาต่อสู้คดี จนต้องถามกับตัวเองในใจว่า เมื่อไหร่คนจะเลิกมาถามถึงเราสักทีว่า นึกยังไงที่ทักษิณกลับมา แทนที่จะถามเรื่องอื่นที่สร้างสรรคกว่านี้ มีใครรู้สึก รำคาญ กับคำถามบ้าบอคอแตกกันบ้างไหม? |
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |