พิมพ์หน้านี้
|
กระทั่งกล่าวว่า นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ศรัทธาของผมต่อสถานีแห่งนี้ หายไปเกือบหมดทันที อ่านแล้วก็เข้าใจ เพราะสังคมรอบข้างก็รู้สึก ผิดหวัง กับไทยพีบีเอสไปไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะการวางตัวของ ผู้ประกาศข่าว และ ผู้ดำเนินรายการข่าว ที่ใช้คำพูดและกิริยาไปในทางสนับสนุน อดีตนายกรัฐมนตรี และ รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช จนออกนอกหน้า หลายคนถึงกับเลิกดูข่าวของไทยพีบีเอส หันมาชม สามก๊ก และสารคดีแทน เมื่อวันอังคาร (26 ก.พ.) ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสชมรายการ รู้ทันประเทศไทย ทางเอเอสทีวี 1 ได้สัมภาษณ์หนึ่งในคณะกรรมการชั่วคราว เทพชัย หย่อง เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของทีวีสาธารณะ คำถามตอนหนึ่งที่ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ถามถึงความเป็นกลางในระยะหลังๆ โดยยกตัวอย่างถึงการใช้คำพูดในรายการข่าวดึก 23.30 น. ผู้ประกาศชายรายงานข่าวอาการเป็นลมของคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กลางงานเสวนาโพสต์ฟอรั่ม ด้วยคำพูดท้ายข่าวที่ว่า แหมพวกเราก็ต้องเอาใจช่วยรัฐมนตรีคือคุณมิ่งขวัญ ที่กรุณาเสียสละมาเป็นรัฐมนตรี คุณเทพชัยเองก็ยังกล่าวว่า สะดุ้ง กับคำพูดที่ได้ยินเช่นนั้น หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายชั่วคราวอย่างคุณเทพชัย กล่าวว่า ต้องคอยคุยกับคนข้างในว่าต้องมี ความคิดเห็น หรือ ข้อเท็จจริง อีกด้านหนึ่งนำเสนอด้วย อย่างเช่นเรื่องการกลับมาของคุณทักษิณ นอกจากการสัมภาษณ์ ทนายของคุณทักษิณ แล้ว ยังสัมภาษณ์ คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรอีกด้วย จึงทำให้เกิดความสมดุล แต่ถึงกระนั้น คุณเทพชัยยังกล่าวว่า บางทีก็ต้องช่วยกัน คอยติติง หรือจี้ให้เขารู้ว่า การนำเสนอข่าวโดยเฉพาะในเรื่องที่มันมีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกันของคนหลายกลุ่มก็ต้องมี ความพอดี ต้องมีภาพที่ออกมาแล้วให้เห็นว่าเราพยายามที่จะ เป็นกลาง มากที่สุด หลายคนอาจจะมองว่า ในขณะนี้ผู้ชมอาจจะมองว่า คนข่าวไทยพีบีเอส เริ่มมีแนวคิดทางการเมืองที่เอนเอียง บ้างก็ว่าเริ่ม ถูกแทรกแซง โดยดูจากพฤติการณ์ของอดีตนักข่าวไอทีวี หรือทีไอทีวีเดิม แต่สำหรับเราสัญญาณที่ได้รับ คือขณะนี้ยังไม่มีการแทรกแซง โดยเฉพาะกับตัวคณะกรรมการนโยบายทั้ง 5 อีกทั้งบรรณาธิการข่าวการเมืองคนปัจจุบันก็คือ เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ ที่จุดยืนต่างจากคนข่าวไอทีวีเดิม และเมื่อได้คุยกับผู้ใหญ่ในวงการสื่อท่านหนึ่ง กลับมองอีกด้าน ว่าน่าจะมาจาก ความเกร็ง ของคนข่าวที่นั่น เป็นไปได้ว่าพนักงานอาจจะรู้สึกกลัวกับความไม่แน่นอน ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 29 ระบบยูเอชเอฟแห่งนี้ เปลี่ยนแผ่นดิน ไปแล้ว 3 รอบ เพราะฉะนั้นการที่จะ เอาใจใครเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ ผู้มีอำนาจ ในขณะนั้นก็เป็นสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าควรทำ นัยว่า เพื่อความอยู่รอดปลอดภัย ของสถานีแห่งนี้ แม้กฎหมายเกี่ยวกับ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย จะเขียนไว้อย่างแน่นหนา แต่การแทรกแซงสื่อใช่ว่ากฎหมายฉบับนี้จะสามารถป้องกันได้ เพราะที่ผ่านมาบทเรียนของ ทีวีเสรี ที่ถูกเขียนขึ้นตามเจตนารมณ์หลังเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ก็ต้องอวสานลงจากการแทรกแซงสื่อ ของที่ว่าแน่นอน อะไรๆ มันก็ทำให้ไม่แน่นอนได้ คนเรานึกจะแทรกแซงก็หาเรื่องทำได้ทุกอย่าง เขียนถึงเรื่องนี้ก็ต้องย้อนมาถึงบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับเล็กๆ ที่วางขายในตัวจังหวัดสมุทรสาครอย่าง มหาชัยโพสต์ ซึ่งมีบรรณาธิการคือ เกษม ปราณีธยาศัย ล่าสุดได้เขียนจั่วหัวไว้เรื่อง เปิดใจให้กว้าง โดยให้ทรรศนะเกี่ยวกับ การตีความบทวิเคราะห์ ไว้อย่างน่าสนใจ ขออนุญาตหยิบบางช่วงบางตอนมาให้อ่านกัน ...ความเป็นกลาง นั้นใช่อยู่แล้วที่พวกเราต้องตระหนักจำใส่หัวไว้ในฐานะคนทำสื่อ แต่ข้อหาว่าเชียร์ข้างนั้นรับเงินข้างนี้ เป็นคำบาดลึกที่คนรู้เขาไม่พูด และคนที่พูดส่วนใหญ่ไม่รู้ การเขียนบทวิเคราะห์วิจารณ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ แตกต่างจากการเขียนบันทึกส่วนตัวที่บ้านตรงที่บทวิเคราะห์เขียนขึ้นจากฐานข้อมูลของคนเขียนเท่าที่สติปัญญาจะสรรหามาร้อยเรียงเป็นตัวหนังสือ ในขณะบันทึกประจำวันเขียนขึ้นจากอารมณ์และความประทับใจ หลายคนเชื่อว่าสื่อมีอิทธิพลที่สามารถชักจูงและชี้ชวนให้คล้อยตาม ในขณะที่อีกหลายท่านมองเป็นเรื่องเลยผ่านอย่างไม่แยแส ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไร ถ้าบทวิเคราะห์จะไม่ตรงใจผู้อ่านบางท่าน ก็เห็นจะเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างได้ข้อมูลมาคนละอย่าง แต่ที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ บทวิเคราะห์การเมืองไม่ใช่หนังสือแทงหวยที่จะมาใส่ใจกันเรื่องว่า ทายถูกหรือไม่... อาจจะไม่ตรงกับเรื่องราวที่เราจั่วหัวไว้ซะทีเดียว แต่ก็ถือเป็นบทสรุประหว่างบรรทัดที่น่าสนใจ ตรงที่ว่าการทำข่าวกับการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ในเนื้อหาข่าว มักจะมีเส้นขนานระหว่างผู้ผลิตข่าว กับผู้รับเสพข่าวสาร บางทีอาจจะทำเพื่อตามใจคนส่วนใหญ่ในมุมมองของเขา ในขณะที่คนส่วนน้อยขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของผู้ผลิตข่าวว่าจะเปิดพื้นที่ให้มากน้อยขนาดไหน เอาเป็นว่าก็ต้องขอให้กำลังใจกับจุดเริ่มต้นที่ผ่านไปของไทยพีบีเอส ที่จะก้าวพ้นจากความกลัวด้วยประการทั้งปวง หากพวกเขาได้รับ การส่งเสริม ให้การนำเสนอข่าวสารเป็นไปอย่างสมดุล และเที่ยงธรรมสำหรับผู้ชมทางบ้าน ท่ามกลางแนวคิดทางการเมืองของคนในสังคมที่คาดว่าจะเป็นเช่นนี้ไปอีกยาวนาน สำคัญที่ว่า อย่างให้ ความเกร็ง กลายเป็นการเปลี่ยนสี จนลืมนึกถึงเจตนารมณ์ของ ทีวีสาธารณะ ว่าเป็นโทรทัศน์ของทุกคน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งหรืออำนาจใดอำนาจนึ่งเท่านั้น |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||