พิมพ์หน้านี้
|
ภาพจาก ผู้จัดการออนไลน์ เกาะติดทุจริตโอเน็ตฉาว เว็บบอร์ดวัยรุ่นดังฉะแหลก สอบโอเน็ตปีนี้ลอกเพียบ จากคนข้างๆ เกาหัวส่งซิก หนักถึงขั้นซ่อนมือถือ อนาถอาจารย์ไม่เข้มงวด โรงเรียนเดียวกันช่วยเอาหูไปนา-เอดาตาไปไร่ ผอ.สทศ.แฉเอง ทุจริตหลายวิธีไม่เว้นนาฬิกามือถือที่เป็นข่าว พบสนามสอบนาฬิกามือถือฉาวเด็กโรงเรียนดังเข้าสอบเพียบ จากกรณีที่มีผู้ร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ siamphone.com ในช่องแสดงความคิดเห็นต่อการใช้งานโทรศัพท์มือถือโฟนวัน รุ่น P001 ซึ่งเป็นนาฬิกามือถือ โดยกล่าวว่าในการจัดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ประจำปีการศึกษา 2550 พบว่ามีการนำมือถือรุ่นนี้ไปใช้ทุจริตในการสอบ จนตกเป็นข่าวแล้วนั้น นางอุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (สทศ.) กล่าวถึงผลสรุปการจัดสอบโอเน็ตประจำปีการศึกษา 2550 ว่ากรณีที่ทุจริตในการสอบโอเน็ตชั้น ม.6 นั้น สทศ.ได้รับรายงานจากศูนย์สอบ 3 ศูนย์ คือ ศูนย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์สอบสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และศูนย์สอบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปรากฎว่า ศูนย์สอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่ามีผู้ทุจริตทั้งหมด 6 รายใน 4 กรณี โดยทั้งหมดได้เขียนรายงานสารภาพไว้แล้ว คือกรณีแรก นักเรียน 2 คน เขียนคำตอบลงในยางลบ แล้วส่งให้กันในห้องน้ำ พบในสนามสอบโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในวิชาภาษาอังกฤษ กรณีที่สอง นักเรียนคนแรกทำข้อสอบเสร็จก่อน แล้วส่งคำตอบให้คนที่สอง ซึ่งมีมือถือ 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งปิดและวางไว้ใต้เก้าอี้ เสมือนเป็นการตบตาเจ้าหน้าที่ผู้คุมสอบ ส่วนอีกเครื่องหนึ่งวางไว้ใต้หว่างขา แล้วให้เพื่อนส่งคำตอบผ่านทางโทรศัพท์มือถือ พบในสนามสอบโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษ กรณีที่สาม นักเรียนเปิดโทรศัพท์มือถือไว้แล้วมีผู้โทรศัพท์ เข้ามาพบในสนามสอบ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษ และกรณีที่สี่ นักเรียนใช้นาฬิกามือถือเป็นเครื่องมือทุจริต ตามที่ปรากฎเป็นข่าวผ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์ โดยนักเรียนคนดังกล่าวถูกจับได้เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ที่สนามสอบโรงเรียนเทพศิรินทร์ ภายในการสอบวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการสอบวิชาที่ 5 จากทั้งหมด 8 วิชา จากการสอบสวนนักเรียนคนดังกล่าว ยอมรับว่ามีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า โดยซื้อนาฬิกามือถือดังกล่าวมาใช้รับข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือเอสเอ็มเอส เพื่อการทุจริตดังกล่าวโดยเฉพาะ แต่นักเรียนไม่ยอมซัดทอดต่อว่าผู้ส่งเอสเอ็มเอสเป็นใคร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พยายามสอบถาม แต่นักเรียนอ้างแต่เพียงว่าเพื่อน แต่ไม่ยอมบอกชื่อ อย่างไรก็ตาม จะต้องประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสืบสวนเชิงลึก เพราะอาจจะมีการดำเนินเป็นกระบวนการ เนื่องจากเด็กที่กระทำผิดได้ใช้วิธีการดังกล่าวมาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ 2 เป็นการสอบวิชาที่ 5 ในจำนวน 6 วิชาที่เข้าสอบทั้งหมด และเด็กยอมรับว่ามีการเตรียมการก่อนหน้าซึ่งแนวโน้มเด็กอาจจะถูกปรับให้ตกหมดทุกวิชา แต่ต้องรอการชี้ขาดจากที่ประชุมบอร์ด สทศ. ซึ่งจะพิจารณากรณีปัญหาในการสอบโอเน็ตทั้งหมดด้วย กรณีนักเรียนคนดังกล่าวนี้ คงจะต้องมีการประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสืบสวนหาผู้กระทำผิดและนำมาดำเนินคดีทางอาญา แต่ทาง สทศ.จะได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ และให้กระทบต่อตัวนักเรียนน้อยที่สุด ซึ่งขณะนี้นาฬิกามือถือของกลางได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บรักษาไว้แล้ว นางอุทุมพรได้แสดงภาพหลักฐานในการทุจริตสอบโอเน็ตครั้งล่าสุด เป็นนาฬิกามือถือสีบรอนช์เงิน ภาพยังปรากฎหลักฐานข้อความที่ส่งเข้านาฬิกามือถือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหมายเลขคำตอบสำหรับฝนคำตอบลงในกระดาษ โดยพบว่าได้ส่งข้อความมาจากหมายเลขโทรศัพท์ +66839955671 ซึ่งเป็นมือถือเครือข่ายทรูมูฟ โดยนางอุทุมพรกล่าวเพิ่มเติมว่า มีการตรวจเช็คโดยโทรกลับไปยังหมายเลขที่ส่งข้อความเข้ามา ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้ ในส่วนของ สนามสอบโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ ซึ่งเป็นสนามสอบที่ตกเป็นข่าวกรณีนักเรียนใช้นาฬิกามือถือทุจริตการสอบโอเน็ต เป็นหนึ่งในสนามสอบของศูนย์สอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีนักเรียนจาก โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย โรงเรียนวัดสระเกษ และโรงเรียนสายปัญญาในพระบรมราชินูปถัมภ์ รวมทั้งสิ้น 4 โรงเรียน ทางด้านนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่ามีมาตรการป้องกันการทุจริตการสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือเอเน็ต ในวันที่ 8-9 มีนาคมนี้ว่า ได้กำชับให้ดำเนินการเพิ่มเติมคือ กรรมการคุมสอบต้องตรวจบัตรประจำตัวประชาชน และบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ ตรวจสอบการฝนรหัสเลขที่นั่งของผู้เข้าสอบให้ตรงกับบัตรประจำตัวของผู้เข้าสอบ รวมทั้งให้สังเกตพฤติกรรมของผู้เข้าสอบทุกคนตลอดระยะเวลาที่สอบ นอกจากนี้ ให้กำชับผู้เข้าสอบทุกคน ห้ามนำเครื่องมือสื่อสารต่างๆ ทุกชนิดไว้ติดกับตัว โดยจะต้องปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดให้เรียบร้อย และวางไว้ใต้เก้าอี้ที่นั่งของตนเอง กรณีที่มีเสียงสัญญาณเข้าหรือมีการรับสัญญาณสื่อสาร ให้ถือว่าทำผิดกติกาและปรับตกในวิชานั้นทันที ซึ่ง สกอ.ได้แนบสำเนาตัวอย่างเครื่องมือสื่อสารที่ตรวจสอบพบในการสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ให้แก่ 18 ศูนย์สอบทั่วประเทศได้ทราบและกระจายข่าวต่อเพื่อป้องกันปัญหาแล้ว สำหรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการทุจริตในการสอบ พบว่าเว็บไซต์เด็กดี (dek-d.com) ได้มีกระทู้วิพากษ์วิจารณ์การลอกข้อสอบของนักเรียนผู้เข้าสอบโอเน็ตเมื่อวันก่อนจำนวนมาก โดยผู้เข้าชมเว็บไซต์คนหนึ่งกล่าวว่า วิธีการทุจริตการสอบคือ การลอกคนข้างๆ ซึ่งเป็นเด็กห้องเก่งอันดับต้นๆ ซึ่งยังไว่ใจได้กว่าการสุ่มเดาคำตอบเอง และยังพบว่า มีการส่งข้อความเอสเอ็มเอส โดยการวางไว้ตรงน่องขา ใต้กางเกง โดยเอาเชื่อกห้อยไว้กับกางเกง เพื่อให้แนบเนียนเอามือถืออีกเครื่องปิดไว้ แล้ววางไว้ที่พื้น คาดว่าจะเป็นเก้าอี้แบบพับด้านข้าง ส่วนอีกเครื่องเปิดไว้เพื่อรับข้อความที่จะส่งเข้ามา นอกจากนี้ยังใช้วิธีการส่งซิกทำท่าทาง เช่น เกาหัว เกาหา หลบไปหลบมา เป็นสัญลักษณ์แทนคำตอบ ทั้งนี้ เจ้าของกระทู้ยังกล่าวถึงจุดอ่อนที่ไม่สามารถจับทุจริตนักเรียนได้ เพราะกรรมการคุมสอบไม่มีความเด็ดขาดกับผู้เข้าสอบอย่างจริงจัง หรือพบเห็นการกระทำทุจริตแต่ไม่จับ เพราะกลัวนักเรียนเสียอนาคตที่จะถูกตัดสิทธิ์เข้าสอบ 3 ปี และกรรมการคุมสอบไม่อยากมีเรื่องกับผู้ปกครอง ที่อาจจะเอาเรื่องกับผู้อำนวยการโรงเรียน สำหรับในเว็บบอร์ดเด็กดี หมวดหมู่แอดมิชชั่น ยังพบว่ามีกระทู้ที่ตั้งหัวข้อ ขอประท้วง สทศ. เรื่องการลอกข้อสอบ โดยเสนอให้ทาง สทศ จัดให้มีข้อสอบหลายชุด โดยใช้คำถามเหมือนกัน แต่สลับข้อด้วยการเรียงคำตอบที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าสอบสามารถลอกได้ยากนอกจากบอกทั้งโจทย์ทั้งคำตอบ นอกจากนี้ยังเสนอให้อาจารย์ที่เป็นกรรมการคุมสอบ ให้ออกมาตักเตือนนักเรียนที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตให้รู้ตัว อย่าทำแบบไม่รู้ไม่ชี้ |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||