• kittinunn
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kittinunn@serithai.net
  • วันที่สร้าง : 2006-12-29
  • จำนวนเรื่อง : 720
  • จำนวนผู้ชม : 278537
  • จำนวนผู้โหวต : 674
  • ส่ง msg :
bloggerKittinunn
เกาะติด-วิจารณ์ จับตาเหตุบ้านการเมือง สังคม สภาวะแวดล้อม และมุมมองที่แตกต่าง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kittinunn
วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม 2551
ชุมนุมประท้วงตามรัฐธรรมนูญ เป็นวิถีระบอบประชาธิปไตย
Posted by kittinunn , ผู้อ่าน : 179 , 00:10:21 น.  
พิมพ์หน้านี้


วันนี้ “ตรงไปตรงมา” ขอนำบทความของ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา ที่เคยตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 ซึ่งในเวลานั้นมีการชุมนุมของ “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ลาออกจากตำแหน่ง

แม้เนื้อหาใจความสำคัญที่อ้างถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 จะถูกแทนที่ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนชาวไทยพร้อมใจกันออกเสียง ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จนเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

แต่ทั้งนี้ มีคนตั้งข้อสังเกตถึงมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ว่าข้อยกเว้นในมาตราดังกล่าวที่ระบุว่า

“เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก”

การตีความในข้อยกเว้น เพราะสามารถตีความได้หลายทางนี่เอง หลายคนแสดงความเป็นห่วงว่า รัฐโดยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช สามารถอ้างเหตุผลเพื่อสลายการชุมนุมได้ (โปรดอ่านรัฐธรรมนูญด้านล่างประกอบ แล้วลองตีความด้วยการสมมติสถานการณ์ที่เลวร้าย หรือ Worst Case Scenario)

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม หากคนเรากลัวถึงขนาดนี้ คงไม่มีใครกล้าชุมนุมตั้งแต่ที่รวมพลตั้งแต่ยังใหม่ๆ และอย่างน้อยที่สุด คงไม่ได้รุนแรงเหมือนกับม็อบ นปก.ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งพันธมิตรคงไม่มีโอกาสได้ใช้สนามหลวงช่วงนี้ รวมทั้งคงไม่ได้เคลื่อนไหวรุนแรงอะไร ทำได้แค่เพียงจัดรายการรวมพลคน “ชังสมัคร-เกลียดทักษิณ” เพราะอยู่ในช่วงงานพระศพพระพี่นางฯ นั่นเอง

ถ้ายังรุนแรงมากกว่าการตอบโต้ด้วยวาทะศิลป์ หรือสาวไส้ซึ่งกันและกัน ก็ถือว่าใจไม้ใส้ระกำแล้ว สำหรับแต่ละฝ่าย

ชุมนุมประท้วงตามรัฐธรรมนูญ เป็นวิถีระบอบประชาธิปไตย
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิกวุฒิสภา
กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

ขณะนี้ประชาชนทั่วประเทศเริ่มมีความตื่นตัวทางการเมือง ทั้งนิสิตนักศึกษาและเหล่าคณาจารย์ในรั้วมหาวิทยาลัย ก็มีการเคลื่อนไหว กล้าแสดงออกและมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างจริงจัง

ผู้ที่มีหัวใจประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ย่อมจะมองความตื่นตัวของประชาชนในลักษณะนี้ว่าเป็นนิมิตหมายอันดี เพราะหากเชื่อว่า "เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์" ก็หมายความว่า ในขณะนี้ สวรรค์กำลังจะเปิด ความมืดมิดกำลังจะหายไป และปีศาจร้ายกำลังจะถูกกระชากหน้ากาก

น่าเศร้าใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนักการเมืองในพรรครัฐบาลหลายคน กำลังพยายามสร้างความสับสนให้แก่สังคม บิดเบือนหลักการประชาธิปไตย เพื่อหวังเอาตัวรอด โดยบิดเบือนอยู่บ่อยครั้งว่า การเคลื่อนไหวของประชาชน โดยเฉพาะการชุมนุมประท้วงรัฐบาล เป็นการเล่นนอกกติกา เล่นนอกเกม เป็นพวกไม่รู้แพ้รู้ชนะ เป็นการเมืองนอกระบบประชาธิปไตย

วิธีคิดแบบนี้ จะมีผลเลวร้ายอย่างไร?

ทำไม ประชาชนต้องชุมนุมประท้วง?

ไม่แปลกใจว่า คนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ อาจไม่เข้าใจความรู้สึกหรือจิตวิญญาณของคนที่รักและหวงแหนในสิทธิเสรีภาพ และการได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยของบ้านเมือง เพราะไม่เคยมีบทบาทต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้ปรากฏมาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ ตุลา 16 หรือ ตุลา 19 หรือ พฤษภา 35 ถึงเป็นนายตำรวจก็ไม่เคยออกสนาม ไม่เคยถือปืนเดินเข้าสู่สมรภูมิ แต่ผลงานชีวิตที่เด่นชัดกลับเป็นการวิ่งเต้นขอสัมปทานผูกขาด ทำมาหากินในธุรกิจส่วนตัว

น่าแปลกใจ คนรอบข้างที่รับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น น.พ.พรหมินทร์ - น.พ.สุรพงษ์ -จาตุรนต์ -และคนที่เคยมีอุดมการณ์ เคยเอาชีวิตเข้าแลกในการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ กลับไม่แสดงออกให้เห็นถึงจิตสำนึกและระดับความลุ่มลึกของอุดมการณ์ที่ตนมีแตกต่างกับพ่อค้านักธุรกิจผูกขาด เหตุใดจึงยังคง "พายเรือ" ให้เขานั่งอยู่ต่อไป ทอดทิ้งมิตรสหายและประชาชนผู้เดือดร้อนให้กรำแดดอยู่กลางป่าคอนกรีต โดยปราศจากความเหลียวแล

ผู้ที่เคยร่วมต่อสู้เพื่อส่วนรวมจะทราบว่า การชุมนุมประท้วงไม่ใช่เรื่องสนุก เพราะประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมมีต้นทุนที่ต้องจ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าเสียเวลาทำงาน ค่าสุขภาพ ค่าความเสี่ยง

หากกลไกในรัฐสภาที่ประชาชนเลือก ส.ส. และ ส.ว.ให้เข้าทำหน้าที่แทน สามารถทำงานได้ปกติ ย่อมไม่มีใครอยากจะไปเดินตากแดดบนท้องถนน

แต่เป็นเพราะความมักมากในอำนาจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่พยายามรวบรวมจำนวน ส.ส.เข้ามาไว้ในมือให้มากที่สุด ซึ่งมีทั้งการใช้วิธีเทคโอเวอร์และควบรวมพรรคการเมือง กระทั่งสามารถปิดกั้นรัฐสภา ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบ ตัวนายกรัฐมนตรีได้ตามรัฐธรรมนูญ

ผู้แทนของราษฎรบางส่วนในสภา ก็ถูกโซ่ตรวนจองจำให้เป็นแค่ลูกจ้างของเจ๊ใหญ่และนายหญิง ไม่สามารถเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนได้ ไม่สามารถตัดสินใจตามความต้องการที่แท้จริงของประชาชน

ในขณะเดียวกัน สื่อมวลชน ทั้งโทรทัศน์วิทยุและหนังสือพิมพ์ใหญ่บางฉบับ ก็ถูกอำนาจรัฐครอบงำแทรกแซง ถูกอำนาจทุนของธุรกิจพรรคพวกรัฐบาลเข้าไปมีอิทธิพลเหนือการทำงาน ทำให้ประชาชนไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่สมบูรณ์ ไม่มีช่องทางส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากรัฐบาล

คนที่เคยพูดแทนความคิดเห็นที่แตกต่างจากรัฐบาล ก็ถูกอำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญเด็ดหัวออกไปจากสารบบสื่อสารมวลชนไปทีละคน ใครที่กล้าพูด กล้าวิจารณ์ ก็จะถูกฟ้องร้อง หรือนักธุรกิจที่กระด้างกระเดื่องก็จะถูกสรรพากรหรือกลไกของรัฐเข้าไปคุกคามตรวจสอบ

ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคม จึงตกอยู่ในสภาพ "น้ำท่วมปาก" อยากพูด แต่ก็ไม่มีช่องทางให้พูด อยากฟัง แต่ไม่มีเสียงที่ต้องการหลุดออกมาให้ได้ยิน

เมื่อไม่มีหนทางผ่านตัวแทนของประชาชนและสื่อมวลชนแล้ว ด้วยเหตุนี้ ประชาชนจึงต้องลุกขึ้นมามีบทบาท แสดงออก และมีส่วนร่วมทางการเมืองด้วยตนเอง เพื่อปฏิเสธนโยบายหรือตัวบุคคลที่เห็นว่าปราศจากความชอบธรรมในการใช้อำนาจ

การชุมนุมประท้วงของประชาชน มิได้มีเจตนาเพียงเพื่อจะ "บอกกับตัวนายกรัฐมนตรี" เท่านั้น เพราะหากต้องการแค่นั้น ก็เดินขบวนไปยื่นหนังสือก็จบ แต่การชุมนุมประท้วงของประชาชน ยังมีเจตสำคัญเพื่อ "สื่อสารกับประชาชนในสังคม" สื่อความหมายความรู้สึกนึกคิด ความคิดเห็น ไปยังเพื่อนร่วมสังคมทั่วประเทศ

ด้วยเหตุนี้ การชุมนุมสาธารณะจึงจำเป็นต้องกระทำในที่สถานที่สาธารณะ ที่ประชาชนทั่วไปสามารถมองเห็น รับรู้ รับฟัง หรือตัดสินใจเดินเข้าไปร่วมได้โดยสะดวก นอกจากนี้ ในเมื่อการชุมนุมมีเจตนาเพื่อ "สื่อความหมาย" ดังนั้น การเลือกสถานที่ชุมนุมที่มีนัย หรือเป็นสัญลักษณ์ในการสื่อความหมาย จึงเป็นเรื่องสำคัญ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน และสนามหลวง ต่างมีประวัติศาสตร์ของการต่อสู้เรียกร้อง ประกาศธรรมและการเปลี่ยนแปลง ลานพระบรมรูปทรงม้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 จึงมักถูกเลือกเป็นสถานที่ชุมนุม เนื่องจากมีความเหมาะสม เพราะเป็นสถานที่เปิด และยังมีความหมายในการเรียกร้องขอความเป็นธรรม ต่อฝ่าละอองธุลีพระบาท

การชุมนุมเป็นวิธีการ "ในรัฐธรรมนูญ" ตามหลักประชาธิปไตย เป็นการแสดงออกและมีส่วนร่วมทางการเมือง เป็นวิธีการที่ถูกบัญญัติไว้ในหมวดสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 จึงเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของประชาชนไทยทุกคน ที่สามารถจะใช้สิทธินั้นได้ทันที โดยรัฐบาลมีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครอง และอำนวยความสะดวกให้ประชาชน อย่างไม่อาจบ่ายเบี่ยงหลบเลี่ยงได้

ประชาชนที่เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ขาดจริยธรรม หมดความชอบธรรม ไม่ต้องการให้อยู่ในอำนาจต่อไป มีทางเลือกในการดำเนินการหลายวิธี การชุมนุมประท้วง หรือชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเป็นวิธีการ "ในระบบ" ตามระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐบาลสมควรจะส่งเสริมเสียด้วยซ้ำ เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดดันในสังคม เหมือนกาน้ำเดือดที่ไม่มีช่องทางให้ไอน้ำได้ระบายออก

มิเช่นนั้นแล้ว สังคมไทยอาจจะต้องเตรียมป้องกันการเผชิญหน้ากับวิธีการ "นอกระบบ" ประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีจึงไม่สมควรเหยียดหยามประชาชน ที่ชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ตนลาออกว่า โง่ หรือปลุกปั่นสังคมให้เข้าใจผิดว่า เป็นพวกเล่นนอกกติกา แต่ควรมองประชาชนเหล่านี้ด้วยสายตาของผู้มีวุฒิภาวะ มีความละอาย และไม่ยึดติด ไม่อาฆาตมาดร้าย เพราะประชาชนเหล่านี้กำลังใช้วิธีการ "ในระบบ"

พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะไม่เคยมีประสบการณ์ในฐานะผู้เข้าร่วมประท้วงในระบบ แต่ก็มีประสบการณ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจบริหารจัดการกับการชุมนุมประท้วงอย่างผิดพลาดมหันต์ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ทำร้ายประชาชนผู้ชุมนุมประท้วงในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่หน้าโรงแรมเจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หรือที่เลวร้ายที่สุด คือ การใช้กำลังอาวุธสลายการชุมนุม จับกุม และขนส่งประชาชนผู้ประท้วงที่บริเวณหน้า สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จนทำให้ประชาชนตาย ถึง 85 คน!

สังคมไทยต้องจ่ายค่าบทเรียนให้กับความผิดพลาดของรัฐบาลมากมายถึงเพียงนี้ นายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นเลยหรือ?

อ่านประกอบ :
สิทธิสำหรับการชุมนุม ในระบอบประชาธิปไตย

หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย

ส่วนที่ ๑๑ เสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม

มาตรา ๖๓ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธการจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก

มาตรา ๖๔ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์กลุ่มเกษตรกร องค์การเอกชน องค์การพัฒนาเอกชน หรือหมู่คณะอื่นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐย่อมมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปแต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการจัดทำบริการสาธารณะ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อคุ้มครองประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันมิให้มีการผูกขาดตัดตอนในทางเศรษฐกิจ

มาตรา ๖๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนและเพื่อดำเนินกิจกรรมในทางการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้นตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้

การจัดองค์กรภายใน การดำเนินกิจการ และข้อบังคับของพรรคการเมือง ต้องสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง กรรมการบริหารของพรรคการเมือง หรือสมาชิกพรรคการเมืองตามจำนวนที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเห็นว่ามติหรือข้อบังคับในเรื่องใดของพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกอยู่นั้นจะขัดต่อสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือขัดหรือแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสิทธิร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย

ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติหรือข้อบังคับดังกล่าวขัดหรือแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้มติหรือข้อบังคับนั้นเป็นอันยกเลิกไป

หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

ส่วนที่ ๑๐ แนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน

มาตรา ๘๗ รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนดังต่อไปนี้

(๑) ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น

(๒) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมืองการวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งการจัดทำบริการสาธารณะ

(๓) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ ในรูปแบบองค์กรทางวิชาชีพหรือตามสาขาอาชีพที่หลากหลาย หรือรูปแบบอื่น

(๔) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในทางการเมือง และจัดให้มีกฎหมายจัดตั้งกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองเพื่อช่วยเหลือการดำเนินกิจกรรมสาธารณะของชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการของกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายทุกรูปแบบให้สามารถแสดงความคิดเห็นและเสนอความต้องการของชุมชนในพื้นที่
 
(๕) ส่งเสริมและให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนตามมาตรานี้ต้องคำนึงถึงสัดส่วนของหญิงและชายที่ใกล้เคียงกัน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 15/03/2008 เวลา : 07.45 น.
http://www.oknation.net/blog/dome
FLATION   KILLER

ขอโทษครับ ที่สงสัยเช่นนั้น เพราะ

ผมมัน อนุบาล เรื่องการเมือง

ต้องขออภัยในความ อนุบาล จริง ๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
piggylin วันที่ : 14/03/2008 เวลา : 18.54 น.
http://www.oknation.net/blog/piggylin

ผมติดใจตรงที่ ทำไม แกนนำพันธมิตร จึงไม่ชุมนุมเพื่อ ปฏิรูปการเมือง และพลักดันให้เกิด การเมืองภาคประชาชน อย่างแท้จริง

อ้าว ก็เขากำลังทำอยู่ไม่ใช่เหรอคะ แต่มันต้องใช้เวลาในการให้ปัญญากับประชาชนด้
ความคิดเห็นที่ 1
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 13/03/2008 เวลา : 01.46 น.
http://www.oknation.net/blog/dome
FLATION   KILLER

ชุมนุมประท้วงตามรัฐธรรมนูญ เป็นวิถีระบอบประชาธิปไตย

ถูกกำหนดให้เกิดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม 2551

เป็นเรื่องดี ที่แสดงให้เห็นว่า ประชาชนไทยมีการตื่นตัวในเรื่องสิทธิเสรีภาพทางการเมือง แต่.....

เหตุที่นำมาใช้ชุมนุม ก็คือ การขับไล่ทักษิณ ฯ รอบที่ 2 แต่ใช้ชื่อว่า สัมนา ฯ

ซึ่งตรงนี้ผมไม่ติดใจในเรื่อง หัวข้อการชุมนุม แต่.....

ผมติดใจตรงที่ ทำไม แกนนำพันธมิตร จึงไม่ชุมนุมเพื่อ ปฏิรูปการเมือง และพลักดันให้เกิด การเมืองภาคประชาชน อย่างแท้จริง

เพราะถ้าหากไม่ผลักดันให้เกิด การปฏิรูปการเมือง และ ไม่ผลักดันให้เกิด การเมืองภาคประชาชน แต่กลัลไปชุมนุมเพื่อขับไล่ คน...

ผมคิดว่างานนี้ คงจะไม่มีวันจบสิ้นเป็นแน่ เพราะถึงทักษิณ จะถูก แกนนำพันธมิตรจัดการ แต่เมื่อคนอื่นมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องเดินตามรอย ฯ ทักษิณ ฯ อยู่ร่ำไป เพราะกฏหมาย ยังคงเปิดช่องให้อยู่

ดังนั้นถ้าเรื่องราวเป็นเช่นนี้ ประชาชนต้องชุมนุมแบบซ้ำซากแบบนี้ อีกกี่ ล้านครั้ง จึงจะพอใจ ........

ผมสงใสในจุดนี้จริง ๆ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



คุณคิดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้ "นายกฯ สมัคร" จะยุบสภาหรือไม่
ยุบสภา
290 คน
ไม่ยุบสภา
147 คน

  โหวต 437 คน