พิมพ์หน้านี้
|
ทริปเชียงใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน ต้องขอบคุณอย่างสูงสำหรับบล็อกเกอร์ pen แห่งบ้านแม่ริม ที่กรุณาเอื้อเฟื้อที่พักและอาหารสามมื้อ ในการนัดพบสนทนาของกลุ่มบล็อกเกอร์ภาคเหนือ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงที่ผู้เขียนมีโอกาสขึ้นเหนือเป็นครั้งแรก เพื่อเที่ยวชมงาน Fat Festival เชียงใหม่ อย่างที่บล็อกเกอร์ pen บอก นอกจากจะพกช้อนส้อมแล้ว ยังพกกล้องดิจิตอลขึ้นโต๊ะอาหารด้วย เกือบทุกมื้อกระมังเท่าที่เห็น ซึ่งยอมรับว่าจริง เพราะอยากเก็บเอาไว้เป็นที่ระทึก เอ๊ย!!! ที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่งได้มาแอ่วเหนือที่สุด เพราะในชีวิตขึ้นเหนือสุดก็เพียงแค่พิษณุโลก โดยที่เพิ่งขึ้นมาเชียงใหม่ครั้งแรก ที่ผ่านมามื้อเช้าก่อนนัดพบบล็อกเกอร์ มีโอกาสชิมแกงชื่อพม่าชนิดหนึ่ง พร้อมหมูสามชั้นทอดและข้าวเหนียว มื้อดึกหลังงานแฟตเฟส ก็พาไปกินบะหมี่เป็ดย่างที่ร้านแถวๆ ม.เชียงใหม่ และก่อนที่ผู้เขียนจะผจญภัย แบกเป้หนัก 15 กิโลกรัมไปยังดอยสุเทพ บล็อกเกอร์ pen บอกว่า ไปกินสเต็กกัน นึกในใจว่าสเต็กจานหนึ่งคงต้องแพงแน่ๆ พี่เพ็นพานั่งรถออกจากบ้าน ไปตามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ (เชียงใหม่-ลำปาง) ข้ามแม่น้ำปิงแล้วลอดใต้สะพาน เลี้ยวขวาไปตามถนนเจริญราษฎร์ ย่านวัดฟ้าฮ่ามที่มีปัญหาเรื่องผังเมือง นั่งรถยังเห็นป้ายผ้าที่ชาวบ้านประท้วงทางการอยู่เลย แล้วก็ถึงร้านสเต็กแห่งนี้ที่ชื่อว่า BROWNIE STEAK & BAKERY ร้านสเต็กที่แปลกกว่าที่ไหนในเมืองไทย จะเคยผ่านสเต็กในโรงแรมหรู หรือตามข้างทาง ก็ยังไม่แปลกเท่ากับที่นี่ เพราะร้านนี้บริการแบบ บุฟเฟ่ต์ ที่คิดค่าหัวต่อคนเทียบเท่าหมูกระทะ คือ 83 บาท แม้ผลกระทบสินค้าราคาแพงจะส่งผลทำให้บุฟเฟ่ต์แต่ละแห่ง อย่างเช่นหมูกะทะขึ้นราคา แต่สำหรับร้านนี้ตัดสินใจลดต้นทุนด้วยการ ยกเลิกส่วนลด แก่นักเรียน นักศึกษา ที่ปกติจะมอบส่วนลด 10% โดยที่ร้านให้เหตุผลว่าเพราะต้นทุนต่อหัวสูง แต่ถึงกระนั้น ตอนนี้ทางร้านยังไม่ตัดสินใจขึ้นราคาแก่ลูกค้าแต่อย่างใด หลังจากจ่ายเงิน และรับชุดช้อนส้อมเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงคราวที่เราจะชิมตามอำเภอใจ บุฟเฟ่ต์ที่นี่ตักเนื้อ หมู ไก่ ปลา ได้ตามความพอใจ พร้อมราดน้ำซอสสูตรของทางร้าน เลือกเครื่องเคียงเช่นมันฝรั่งตามชอบ พร้อมซุปเห็ด ที่สามารถรับประทานได้เรื่อยๆ จนกว่าจะอิ่มในราคาเพียงแค่ 83 บาท ตักอาหารเสร็จ เลือกที่นั่งริมแม่น้ำปิง แม้วันนี้ดูเหมือนจะแห้งเพราะช่วงหน้าแล้ง แต่ลมพัดเย็น แม้ไม่เหมือนริมคลองลุ่มน้ำเจ้าพระยาในภาคกลาง ด้วยความแปลกใจของบล็อกเกอร์ pen ที่มองว่า ทำไมเลือกที่นั่งได้วิจิตรพิสดารขนาดนั้น ทานเนื้อ หมู และไก่ที่เราตัก สปาเก็ตตี้ และซุปเห็ด รสชาติที่นี่ถือว่าไม่แพ้ฝีมือตามภัตตาคารใหญ่ๆ เพียงแต่อาจจะมีบางเมนูที่ต้องปรุงเองตามความถูกปาก เฉกเช่นสเต็กที่เลือกได้ว่าจะราดซอสอะไร รวมถึงบรรยากาศริมน้ำปิง ทำให้อาหารมื้อนี้ได้อารมณ์ออกรสออกชาติยิ่งนัก พูดเล่นๆ กับบล็อกเกอร์ pen ว่าจริงๆ นอกจากร้านหมูกระทะ จิ้มจุ่ม และย่างเกาหลีที่เห็นกันอยู่ดาษดื่น น่าจะมีร้านสเต็กบุฟเฟ่ต์ในกรุงเทพฯ บ้าง แต่พี่เพ็นมองว่าถ้าไปทำที่กรุงเทพฯ รับรองว่าขาดทุน แต่ในใจนั้นยังนึกแปลกๆ ทำไมทีร้านสเต็กแถวๆ สามย่านยังให้จานใหญ่จนเรียกได้ว่าทานไม่ไหว หรือร้านสเต็กลุงหนวดยังขาย 39 บาทได้ น่าจะมีใครสักคนหันมาเปิดบุฟเฟ่ต์สเต็กราคาถูกในกรุงเทพฯ ไม่ต้อง 83 บาทเหมือนเชียงใหม่ก็ได้ ให้สอดคล้องกับต้นทุน ขออย่าแพงเว่อร์เหมือนซิซเล่อร์ก็แล้วกัน |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||