พิมพ์หน้านี้
|
ยังพบพิธุรวุฒิการศึกษา ของ รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พ.ม.)สุธา ชันแสง ส.ส.จากพรรคพลังประชาชน ในห้องสภากาแฟของ ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด มีหลายความคิดเห็นสนใจที่จะหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของนายสุธา โดยได้ติดตามความเคลื่อนไหวจากวันที่ตกเป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน จนถึงวันนี้ ใครที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อนสมาชิก คลิกกันเข้ามาได้ที่กระทู้ พิรุธวุฒิการศึกษา รมว.สุธา เพิ่งโผล่จบปริญญาตรี เริ่มจากสื่อมวลชนตั้งข้อสงสัยว่า นายสุธาจบปริญญาตรีจากวิทยาลัยในฟิลิปปินส์ตั้งแต่ปี 2527 แต่เอกสารที่ระบุวุฒิการศึกษาของสุธาตั้งแต่เป็น ส.ก.กทม.เมื่อปี 2528 จนถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ไม่เคยระบุว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วุฒิการศึกษาสูงสุดคือ ม.ศ.5 โรงเรียนจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม ไม่นับประกาศนียบัตรชั้นสูง และ วุฒิบัตรขั้นสูงสุด (FCILT) ด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง จากสถาบันโลจิสติกส์และการขนส่ง สหราชอาณาจักร สาขาประเทศไทย ที่มีต่อในภายหลัง แต่ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยยังระบุว่า ต่ำกว่าปริญญาตรี เพราะไม่สามารถนับเป็นปริญญาได้ตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 174 รัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติในวงเล็บ 3 สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ความน่าสงสัยเกี่ยวกับ ปริญญาตรี Bachelor of Science in Commerce(Management)(BSC) จาก Republican College , Philippines ถูกจับตามองเพราะความน่าเชื่อถือของสถาบัน นอกจากเรื่องของการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แล้ว แม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่างอีเมลติดต่อยังใช้แอดเดรสคล้ายกับ อีเมลฟรี ของยาฮู ก็สะท้อนให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของสถาบันอีกเช่นกัน แม้ในเวลาต่อมานายสุธาจะอ้างว่า จบจาก Republican College ประเทศฟิลิปปินส์จริงตั้งแต่ปี 2527 แต่มหาวิทยาลัยดังกล่าวเพิ่ง ได้รับการรับรองจาก ก.พ.เมื่อปี 2537 หรือ 2539 หรือประมาณเกือบ 10 ปีให้หลัง ซึ่งยังมีข้อสงสัยต่อไปว่า การรับรองวุฒิการศึกษาของ ก.พ.นั้น มีผลย้อนหลัง หรือไม่ คำตอบก่อนหน้านี้ การรับรองวุฒิการศึกษาในต่างประเทศของ ก.พ.จะไม่ รับรองย้อนหลัง ให้กับผู้จบในสถาบันที่ไม่เคยผ่านการรับรองมาก่อน เพราะอาจมีปัญหาเรื่อง มาตรฐาน และ คุณภาพการศึกษา แต่ภายหลังเลขาธิการ ก.พ. อย่าง ปรีชา วัชราภัย อ้างว่า เมื่อกระทรวงศึกษาธิการของประเทศที่สถาบันการศึกษาตั้งอยู่ให้การรับรอง ก็ถือหลักเกณฑ์ว่า วุฒิการศึกษาดังกล่าวได้รับรองจาก ก.พ.ด้วยโดยอัตโนมัติ กลายเป็นว่าเรียนประเทศไหนก็ ได้รับรอง หมด พูดอย่างนี้ ที่แล้วมาจะตรวจสอบทำไม เพราะที่ผ่านมาทาง ก.พ.ไม่รับรองวุฒิให้ก็มีเยอะ นอกจากนี้นายปรีชาอ้างว่า ก.พ.ได้รับรอง Republican College ตั้งแต่ปี 2514 ขัดกับที่นายสุธา รมว.พม.อ้างว่า ก.พ.เพิ่งรับรองช่วงปี 2537-2539 โดยกล่าวว่าแต่เมื่อปี 1994 (พ.ศ.2537) หรือ 1996 (พ.ศ.2539) ตนไม่แน่ใจ ก.พ.ก็รับรองวุฒิการศึกษาของวิทยาลัยที่ตนเรียน พอตนมาสมัคร ส.ส. และได้รับเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ก็แจ้งวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ตนจบมา กล่าวถึงเฉพาะนายปรีชา เลขาธิการ ก.พ.มีผู้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ในภายหลังว่า ภรรยานายปรีชาอย่าง กานดา วัชราภัย (ประภัสสร) มีตำแหน่งหน้าที่เป็น รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายสุธาอีกที และขณะนี้ยังเหลืออายุราชการอีก 2-3 ปี เท่ากับมีสิทธิ์จะได้เก้าอี้ ปลัดกระทรวง ในระยะเวลาอันใกล้ ข้อสงสัยตามมาอีกอย่างก็คือ วิทยาลัย Republican College เคยออกวุฒิบัตรให้ ส.ส.เขต 3 จ.ขอนแก่น พรรคพลังประชาชน ณวัช (ประสิทธิ์) เตาะเจริญสุข ว่าจบระดับไฮสกูล (มัธยมศึกษาตอนปลาย) ที่วิทยาลัย เมื่อปี 2537 และจบระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยในปี 2543 ทั้งๆ ที่นายณวัช เดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ 2 ครั้ง และอาศัยอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ รวมเพียง 10 วัน เท่านั้น ความวัวไม่ทันหาย...ความควายเข้ามาแทรก ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ตรวจสอบฐานข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือเดินทางของนายสุธา พบว่านายสุธาเพิ่งขอทำ หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ตครั้งแรกใน เดือนมกราคม 2537 ขัดกับที่นายสุธาอ้างว่าเดินทาง ไปเรียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในปี 2523 ซึ่งเมื่อตรวจสอบในช่วงปี 2520-2523 นายสุธา ไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศ ในช่วงดังกล่าวแต่อย่างใด คงไม่มีใครบ้าที่จะไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ โดย ติดไปกับเรือประมง หรือ ว่ายน้ำ ไปเรียนต่อ เท่ากับว่ากลายเป็นเรื่อง หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อีก ... (กระทรวงการต่างประเทศ สามารถตรวจสอบการมีหนังสือเดินทางย้อนหลังได้ตั้งแต่ปี 2520 จนถึงปัจจุบัน โดยจะบันทึกข้อมูลการขอทำหนังสือเดินทางไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ปี 2525 และเอกสารย้อนหลัง ระหว่างปี 2520-2524 ส่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสามารถตรวจสอบ ข้อมูลย้อนหลัง การเดินทางออกนอกประเทศของบุคคลได้ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร โดยทำหนังสือถึงผู้บัญชาการ สตม.ซึ่งจะพิจารณาเป็นกรณีไป) หลักฐานเรื่อง การเดินทางออกนอกประเทศ นั้นสำคัญมาก เพื่อนำมาประกอบกับเรื่องเอกสารวุฒิการศึกษา คราวนี้ไม่ใช่ พ้นสภาพรัฐมนตรี เท่านั้น แต่อาจจะมีสิทธิ์ ถูกจำคุก ในข้อหา ปลอมแปลงเอกสาร เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐมนตรี และยิ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการการเมือง ถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ลองเสิร์ชในกูเกิ้ล ความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ระบุไว้ดังนี้ แต่ยังไม่ขอฟันธงเพราะอยากดูผู้ใหญ่ตีความ เพื่อความแน่ใจ "ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดเติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในเอกสารที่แท้จริงหรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ความเสียหายไม่ใช่แค่ประชาชนถูกหลอกลวง แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึง มาตรฐาน ของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัครอีกด้วย ประชาชนที่นั่งอยู่บนภูอย่างเราๆ คงทำได้แค่มองรัฐมนตรีชุดนี้อย่างน่าละอายใจ เพราะถึงยังไง เดี๋ยวรัฐบาลสมัครก็ผุดเรื่องขึ้นมาใหม่ เรื่องนี้ก็คงเงียบหายไปตามสายลมเอง |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||