พิมพ์หน้านี้
|
ตอนนี้นั่งอัพบล็อกอยู่ที่บ้านเพื่อนครับ เพิ่งเดินทางกลับมาจากการสัมมนายามเฝ้าแผ่นดินภาคพิเศษ ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหนังหน้าไฟในการแจกจ่ายและรับบริจาคผลิตหนังสือสำหรับวัยรุ่น งานนี้ได้พบปะหลายคนทั้งที่รู้จักกันอยู่บ้าง อย่างคุณธนธัช คุณกนิษฐ์เดินทางจากระยอง เห็นว่าพันธมิตรภาคตะวันออกถูกทางการกักเอาไว้ รวมไปถึงหลายคนที่ทักถึงคราวที่ผมออกโทรทัศน์ มีคนให้กำลังใจ ถึงสภาพครอบครัวที่ผมต้องอยู่กับคนที่มีแนวคิดทางการเมืองต่างกัน เพราะคราวก่อนที่ออกรายการรู้ทันประเทศไทย มีคำถามที่มีคนสงสัยว่า เห็นคนหน้าเหมือนผมอยู่เวที นปก. ซึ่งพี่ชายอยู่ฝั่ง นปก. ผมอยู่ฝั่งพันธมิตรฯ (ซึ่งจริงๆ ผมคงเลือกที่จะอยู่ฝั่งที่มีความสมเหตุสมผลมากกว่า) ผมก็ไหว้ขอบคุณท่าน แต่จริงๆ ผมไม่อยากเอาเรื่องครอบครัวมาปนกับเรื่องงานมากกว่า บรรยากาศในวันนี้อย่างที่บอกกันตอนต้นว่า คนมาไม่เยอะเหมือนคราวที่แล้ว ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะพันธมิตรบอกกำหนดการเร็วเกินไป เพียงแค่ 5 วันก่อนการสัมมนา รวมทั้งในเรื่องการสกัดจับ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกที่พันธมิตรฯ สามารถทำให้ตระกูลคุณปลื้มกลายเป็นตำนาน เพื่อนโทรมารายงานว่าถูกกักตัวที่บางนา แต่รายละเอียดลึกๆ ไม่ได้ถามเพราะไม่มีเวลา มาว่ากันด้วยผู้ชุมนุมฝ่ายผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคพลังประชาชน ฟังข่าววิทยุก่อนถึงธรรมศาสตร์ เห็นว่าก่อนหน้านี้ไปตะโกนโหวกเหวกอย่างหยาบคายที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ถนนศรีอยุธยา ตามรายงานพวกเขาอ้างตัวว่าเป็นกลุ่ม 19 กันยาต้านรัฐประหาร แต่ก็มองไปว่าเครือข่ายผู้ชุมนุมประเภทนี้คงไม่มีสังกัดที่ตายตัวนัก ขึ้นอยู่กับการนำในแต่ละสถานการณ์ บ้างก็คนวันเสาร์ บ้างก็ นปก. บ้างก็ นปตร. สลับสับเปลี่ยนกันไป อาจจะเรียกได้ว่าม็อบยุคนี้เป็น ม็อบเติมเงิน ซึ่งผู้ริเริ่มคำนี้ที่ทำให้ชื่อดังกล่าว เป็นที่พูดถึงในเนื้อหาข่าว ในการเสวนาเรื่อง เสียงสะท้อนคนรุ่นใหม่ เมื่อ 28 มีนาคม ได้เปรียบผู้ชุมนุมที่เข้ามาก่อกวนงานสัมมนาว่าเป็น ม็อบเติมเงิน เพราะต้องจ่ายเงินค่าจ้างร่วมม็อบเหมือนเติมเงินมือถือ คือพอเงินหมดเดี๋ยวก็แยกย้ายกันไปเอง (ซึ่งคงไม่ได้ตำหนิว่าพวกนี้จ้างมา แต่พฤติการณ์ในการแจกเงินของเวที นปก.ที่มีนายวีระ มุสิกพงศ์เป็นแกนนำในคราวนั้นมันฟ้องจนทำให้ถูกมองดังกล่าว) ผมได้สังเกตการณ์ผู้ชุมนุมเหล่านี้มาเป็นระยะ สลับกับการฟังเสวนาจากด้านนอก ซึ่งวันหยุดเสาร์อาทิตย์เราสามารถนอนตีพุงฟังอยู่กับบ้านได้ ก็เห็นว่าฟังเพลินดี แต่ก็ไม่ได้เอาสาระอะไรกับการพูดจากคนฝั่งนั้นมากนัก เพราะเห็นว่าเรื่องบางเรื่องมันก็ดูเลื่อนลอยไปจากฐานความเป็นจริง แต่การตั้งคำถามและเรียกร้องจากคนฝั่งดังกล่าว ดูลึกๆ แล้วจุดประสงค์เดียวที่เขาต้องการคือให้กลุ่มพันธมิตรฯ เลิกเคลื่อนไหว ศิลปะการพูดของกลุ่มม็อบเติมเงิน จำได้อยู่คนเดียวคือ ดารนี เชิงชาญศิลปะกุล หรือที่พยายามเรียกตัวเองว่า ดา ตอปิโด ก็มาแบบนั้นเช่นเคย คือใช้ถ้อยคำหยาบคายในการโจมตีผู้อื่นตามสไตล์ ยกมาทั้งอวัยวะเพศรวมทั้งสัตว์เลื้อยคลาน ผมเองก็ยังมองด้วยความแปลกใจว่า คนที่เลือกพรรคพลังประชาชนเขาเป็นกันอย่างนี้เหรอ ก้าวร้าวตั้งแต่ในสภาถึงในที่สาธารณะ ทำไมถึงหยาบคายขนาดนั้น ส่วนผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ออกมาพูดโจมตี เขาก็พยายามตั้งคำถามและเรียกร้องให้พันธมิตรหยุดเคลื่อนไหว ก็อ้างประชาธิปไตยกันไป เรื่องน่ากดดันที่ผมสัมผัสมาเมื่อวานนี้คือ เมื่อวานนี้นึกว่ากลุ่มม็อบเติมเงินจะหยุดอยู่กับประตูฝั่งสนามหลวง โดยเฉพาะด้านถนนเดือนตุลา (ทางเข้าหอประชุมใหญ่) ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลนำรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถบรรทุกขนาดเล็กดัดแปลงเป็นที่คุมขังมาปิดทางเข้า-ออก เหลือช่องที่ให้เดินผ่านได้เพียงเล็กน้อย ขณะเดียวกันฝั่งตรงข้ามซึ่งม็อบเติมเงินชุมนุมกันอยู่ทางตำรวจได้ปิดแผงกั้นสีเหลืองอีกชั้น กลุ่มม็อบมือถือเห็นว่า การที่จะมัวมากระจุกอยู่กับประตูด้านหน้าสองประตูเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่เกิดประโยชน์อะไร จึงตัดสินใจเดินไปยังประตูด้านถนนพระจันทร์ (ท่าพระจันทร์) ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นรั้วไม่ให้ผ่านเข้าออก ผู้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจอย่างยิ่งและพยายามผลักประตูเพื่อให้พวกเขาเข้ามาด้านใน ทันใดนั้นขวดน้ำที่ดื่มเพียงค่อนขวดก็ลอยเข้ามาตกด้านในรั้วเข้ามา ทำให้สื่อมวลชนที่มาดักทำข่าวต้องหลบหนี ขณะนั้นประตูที่ยังเข้าออกได้คือ ด้านถนนพระอาทิตย์ มีตำรวจดูแลอยู่ 4 นาย โรงอาหารคณะเศรษฐศาสตร์ ที่อยู่ใกล้เคัยงกับประตูด้านนี้ มีนักศึกษานั่งทำรายงานอยู่ด้านใน นักศึกษารุ่นพี่ท่านหนึ่งตะโกนให้นักศึกษาทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน เพราะสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ทำให้นักศึกษาทุกคนต้องรีบเก็บแล็ปท็อป แล้วเดินกรูออกไปเป็นกลุ่มๆ ด้วยความระแวงว่าจะเกิดอะไรขึ้น ภาพในหัวถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา ลอยมาตรงหน้า ในเมื่อขณะนี้กลุ่มม็อบเติมเงิน ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีความกักขฬะ ทำตัวเยี่ยงอันธพาล ล้อมพวกเราที่กำลังนั่งฟังสัมมนาพร้อมกันถึง 3 ด้าน เราไม่มีทางออกอะไรเลยนอกจากช่องทางที่ฝ่ายดังกล่าวคิดว่าคงไม่รู้ และคาดว่าหากรู้คงตามไปปิดเป็นแน่ ซึ่งหากพวกเราอยู่ในสภาพอย่างนี้ไม่ต่างอะไรกับการที่เราถูกปิดประตูตีแมว และอาจจะเป็นสงครามมวลชนที่น่าสะพรึงกลัว เมื่อเหตุการณ์ไม่น่าไว้ใจ ด้านนอกอันตราย เราควรที่จะหลบเข้าไปด้านใน เพื่อป้องกันตัวเองไว้ก่อนอีกชั้นหนึ่ง สังเกตเห็นด้านในก็คึกคักไปด้วยคนที่เข้ามาชมการปราศรัยของแกนนำพันธมิตร ขณะด้านนอกก็มีเสียงก่นด่าอย่างหยาบคายอยู่เรื่อยๆ กล่าวตำหนิว่าให้จำลองไปเลี้ยงหมา อะไรอย่างนี้ ขณะที่แกนนำพันธมิตรกำลังสัมมนา เดินไปยังทางเดินชั้นบนของหอประชุม (ซึ่งเข้าออกได้เฉพาะเจ้าหน้าที่) ก็มีเหตุชุลมุนวุ่นวาย เมื่อม็อบเติมเงินหล่านี้ได้พังรั้วด้านสนามหลวงลงมา แล้วกรูกันข้ามถนน เกาะที่รั้วพร้อมส่งเสียงด่าทอ ขณะเดียวกันกลุ่มตำรวจได้หิ้วปีกชายคนหนึ่งออกมาด้านนอกในสภาพมองไกลๆ ดูโทรมคล้ายผู้ชุมนุมฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีสื่อมวลชนกรูกันเข้าไปถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก สุดท้ายแล้วเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นท่าจะไม่น่าไว้ใจ จึงสั่งให้ม็อบมือถือกลับบ้านให้หมด ไม่เช่นนั้นจะสลายการชุมนุมเพราะเริ่มเกินกว่าเหตุ ซึ่งมีหลายคนกรูกันเดินขวางถนนกลับไป จนกระทั่งเหลือแค่แกนนำกับม็อบเติมเงินประมาณ 20-30 คนปราศรัยด่าผู้เข้าร่วมสัมมนาที่ออกมาเรื่อยๆ หลังเสร็จสิ้นการสัมมนา ซึ่งพวกเขาขู่ว่าพร้อมจะทำร้ายร่างกายผู้เข้าร่วมสัมมนา และท้าทายแกนนำพันธมิตรเป็นระยะ สิ่งที่บอกเล่าให้ฟังมันทำให้เราได้เกิดคำถาม นอกเหนือจากคำถามที่ว่า คนเชียร์พรรคพลังประชาชนเค้ามีนิสัยกันอย่างนี้เหรอ ก็คือว่าอำนาจรัฐหรือคนรักทักษิณนี่ไม่มีวิธีอะไรที่ดีกว่านี้เหรอ นอกจากไปรับจ้างผู้ชุมนุมให้มายั่วยุหรือก่อกวน ซึ่งก็เหมือนกับม็อบกระทิงแดงหรือนวพล แต่เขามาแบบว่าไม่รู้ที่มาที่ไป จะมาจากชุมชนฐานเสียงหรือพื้นที่ต่างจังหวัดตรงไหนสักแห่งก็ไม่รู้ เขามาแบบไม่มีตัวตน กลับไปก็แยกย้ายแบบไม่มีตัวตนพร้อมเงิน เห็นแบบนี้ผมกลัวครับ กลัวจนต้องอยากไปดูพวกเขาว่า จะพังประตูแบบไหนด้วยความตื่นเต้น และคิดไปไกลว่าหากม็อบเติมเงินพวกนี้พังประตูสำเร็จจะเกิดอะไรขึ้น มันน่าคิดแบบเพลินๆ มองโลกในแง่ร้ายเพื่อหาทางออกที่จะทำให้ตัวเองมีชีวิตครบ 32 หลังชุมนุมเสร็จสิ้น อีกอย่าง มันทำให้ผมยิ่ง เกลียดระบอบทักษิณ หนักขึ้นไปอีกเลยครับ เล่นวิธีสกปรกกับผู้ที่เห็นต่างแบบนี้ |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||