พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) ที่ห้องบอลรูม โรงแรมเรดิสัน พระราม 9 ได้มีการแถลงข่าวผลกระทบปัญหาเศรษฐกิจ จากผลต่อเนื่องปัญหาการเมือง จากตัวแทน 8 กลุ่มธุรกิจหลัก นำโดย "นายกิตติชัย ศรีจำเริญ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกไตรวิชั่น จำกัด ตัวแทนผู้ประกอบการสื่อโฆษณานอกบ้าน "ฮัลโล แบ็งค็อก" (Hello Bangkok) พร้อมด้วย นายวิสิฐ กิตติอุดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท รุ่งพัฒนาพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ประกอบธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ และพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร โครงการรุ่งกิจวิลล่า นายธนพรต โรจนตระกูล ผู้บริหาร บริษัท เอ็ม.อาร์.เอ็น.เมทัล จำกัด ประกอบธุรกิจค้าเหล็กและวัสดุภัณฑ์ นายธัช ทิพย์เจริญ ผู้บริหาร บริษัท อัลฟ่าโปรไวเดอร์ จำกัด ผู้ประกอบการด้านสินค้าเพื่อการส่งออก นายปริญญา เอี่ยมอร่าม ผู้บริหาร บริษัท ไทยพัฒนาการเกษตร จำกัด ผู้ประกอบการด้านสินค้าการเกษตร นายธวัชชัย ประทุมมุด ผู้บริหาร บริษัท เอ็กเซล โปรดักส์ จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจด้านสินค้าอุปโภคและบริโภค นายนกรณ์ ลิขิตวาสนา ผู้บริหาร กู๊ดเวอร์ค โลจิสติกส์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจด้านการบรรทุกและขนส่ง และนายพิชิตชัย ชำนาญมะเริง ผู้บริหาร บริษัท พี.ซี.แอคเซสโซรี่ จำกัด (P.C. ACCESSORIES) บรรยากาศโดยทั่วไปมีประชาชนราว 200 คน มานั่งฟังการแถลงข่าว จากการสอบถามผู้เข้าร่วมงานหลายคน ระบุว่า ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้มาร่วมงาน โดยไม่ทราบรายละเอียดของงานมาก่อน และภายหลังจากการแถลงข่าว มีการแจกโปสเตอร์ ใบปลิว รณรงค์ให้ยุติความขัดแย้ง นายกิตติชัยระบุว่า การรวมกลุ่มกันครั้งนี้ เพื่อแสดงจุดยืนของผู้ที่ประสบปัญหาจริงๆ และต้องการให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะ "ผู้ที่ก่อการประท้วง" รวมถึง "กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" หยุดความเคลื่อนไหว ทั้งนี้สนับสนุนให้ "แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550" ส่วนจะใช้ของปี 2540 หรือแก้ไขรายละเอียดก็ค่อยดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารประเทศเดินหน้าได้ ไม่เช่นนั้นพรรครัฐบาลก็ห่วงแต่ปัญหา "จะถูกยุบพรรค" ไม่มีเวลามาดูแลปัญหาอื่นๆ ของบ้านเมือง "รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ต้องยอมรับว่าร่างขึ้นภายหลังมีการปฏิวัติ เกิดมาบนเงื่อนไขเพื่อล้างแค้นทางการเมือง ไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้อง ผมเองเป็นอีกผู้หนึ่งที่ลงชื่อรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะต้องการให้ทุกอย่างเดินหน้า มีการเลือกตั้ง และก่อนหน้าจะมีการรับร่าง หลายฝ่ายก็ให้ความเห็นว่ารับร่างไปก่อนแล้วค่อยมาปรับปรุงแก้ไขภายหลัง เมื่อผ่านกระบวนการเลือกตั้งมาแล้ว ก็ควรแก้ไขได้ตามที่หลายฝ่ายต้องการ" นอกจากนี้ นายกิตติชัยต้องการให้พรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลหันหน้าเข้าหากัน ร่วมจัดตั้ง "รัฐบาลแห่งชาติ" บริหารประเทศร่วมกัน ก่อนที่เศรษฐกิจและธุรกิจจะวิกฤติไปมากกว่านี้ ซึ่งภายหลังจากมีการประชุมกันในครั้งนี้แล้ว ตนและเพื่อนธุรกิจทั้ง 8 กลุ่ม จะร่วมมือกันรณรงค์ ให้ทุกกลุ่มหยุดทำลายประเทศชาติ ซึ่งจะนำรายละเอียดความเดือดร้อนต่างๆ ที่ผู้ประกอบการรายย่อย 8 กลุ่มธุรกิจหลัก นำเสนอต่อ "นายสมัคร สุนทรเวช" นายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้ จะขึ้นป้ายรณรงค์ด้วยข้อความต่างๆ ภายใต้แนวคิด "หยุดทำลายชาติ" ไปทั่วกรุงเทพฯ รวม 14 ป้าย ใช้งบประมาณรวม 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินทุนส่วนตัวและเป็นการลงขันของเพื่อนๆ โดยตนทำธุรกิจเกี่ยวกับสื่อโฆษณา เกี่ยวข้องกับทุกธุรกิจ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลตลอดจนเห็นถึงปัญหา ทั้งในเรื่องต้นทุน การขาดโอกาสทางการตลาดและการขาย ในที่สุดจะเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง "ผมไม่อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ที่เราทั้ง 8 กลุ่มธุรกิจมาแสดงความเห็นรวมกัน เพราะเห็นว่าปล่อยไว้ประเทศต้องแย่กว่านี้ และกลุ่มที่ประท้วงอยู่ เข้าใจหรือไม่ว่า สิ่งที่ทำอยู่กระทบต่อธุรกิจ หรือต่อการทำมาหากินของคนอื่น โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรนี้ผมเห็นว่าไม่มีใครเป็นนักธุรกิจกันสักคน ยกเว้น คุณสนธิ ลิ้มทองกุล" นายกิตติชัยกล่าว ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า อยากให้การเมืองมีเสถียรภาพ ต้องการให้รัฐบาลหันมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพราะขณะนี้ ผู้ประกอบธุรกิจ ประสบปัญหาจากภาวะต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมัน ซึ่งไม่มั่นใจว่าราคาจะพุ่งไปอีกเท่าใด และผู้ประกอบการรายย่อยจะมีขีดความสามารถแข่งขันน้อยกว่ารายใหญ่ ส่วนนายวิสิฐ กิตติอุดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท รุ่งพัฒนาพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเล็กๆ เดือดร้อนมากจากการปรับขึ้นของต้นทุน ทั้งเหล็กเส้นที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 38 บาทต่อกก. (รวมภาษีมูลค่า) ขณะที่ช่วงเดียวกันของปี 2550 ราคาอยู่ที่ 24 บาท ส่วนราคาปูนถุงปรับขึ้นอีก 12-16 บาทต่อถุง จากเดิม 96 บาทต่อถุง เป็น 108 บาทต่อถุง ส่วนราคาหินและทราย ก็ปรับขึ้นตามต้นทุนค่าขนส่ง "ตอนนี้ดีลเลอร์รายใหญ่ กักตุนเหล็กในสต็อกมาก โดยให้เหตุผลว่ามีออเดอร์สั่งเข้ามาแล้ว หากปล่อยไว้แบบนี้ผมว่าไม่เกิน 1-2 เดือน ทุกอย่างจะขาดตลาดหมด" นายวิสิฐกล่าว ทั้งนี้ยังระบุว่า สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ คือ ให้ประสานงานกับผู้ผลิตรายใหญ่ ทั้งเครือซิเมนต์ไทย และกลุ่มสหวิริยา ชะลอการส่งสินค้าออกไปต่างประเทศไว้ชั่วคราว กันไว้จำหน่ายในประเทศ เพื่อคลี่คลายวิกฤติก่อน ความเดือดร้อนนี้ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเล็กลำบาก เพราะไม่มีเงินมากพอที่จะสั่งซื้อวัสดุเป็นบิ๊กล็อต เพื่อล็อกราคาได้เหมือนกับรายใหญ่ที่มีเงินซื้อเหล็กครั้งละไม่น้อยกว่า 500 -1,000 ตัน ปัญหานี้ยังส่งผลต่อเนื่องไปถึงผู้รับเหมาก่อสร้างรายย่อยที่รับงานโครงการ นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องวิกฤติแรงงานก็สำคัญ ขณะนี้กำลังเผชิญปัญหาจากช่วงเวลาทำการเกษตร แรงงานก่อสร้างจะกลับบ้านเกิดเพื่อไปทำการเกษตร ทางออกคือ หันไปพึ่งแรงงานต่างชาติแต่ก็พบปัญหามากมาย รัฐบาลควรมีมาตรการที่ดีและปฏิบัติได้ในระยะยาวออกมารองรับ "ผมทำจัดสรรมาร่วม 30 ปี ผ่านอะไรหลายอย่าง ถ้าปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้น โดยไม่พยายามแก้ไข อสังหาฯ รายเล็ก ต้องตายไปจากระบบ จะเหลือแต่รายใหญ่ เมื่อรายใหญ่ผูกขาด ผู้ซื้อก็จะขาดโอกาสในการเลือกและซื้อบ้านราคาสูงขึ้น" นายวิสิฐ กล่าว พร้อมกับระบุว่าโดยปกติแล้วอสังหาฯรายเล็กจะขายบ้านในราคาต่ำกว่ารายใหญ่ 10-15% อย่างไรก็ตาม การรวมตัวของนักธุรกิจในครั้งนี้ เป็นที่น่าเคลือบแคลงสงสัย โดยเฉพาะนายกิตติชัย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ออกมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่ม "คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 (คปพร.)" ที่มี นพ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย และนายวิภูมิแถลง พัฒนภูมิไทย ซึ่งเป็นอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) และสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อช่วงเที่ยงวันพฤหัสบดีที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา คปพร. ได้นำชาวบ้านกว่า 2,000 คน สวมเสื้อแดงและโบกธงสีแดงข้อความ "เอา รธน.40 คืนมา" มาชุมนุมปิดถนนอู่ทองใน บริเวณหน้ารัฐสภา เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภาฯ ซึ่งพบว่า การชุมนุมดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดสดเป็นรายการพิเศษทาง "สถานีโทรทัศน์เอ็มวีนิวส์" (MV News) ของบริษัท นิวส์ไทม์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับบริษัท สำนักข่าวประชาทรรศน์ และบริษัท ดิจิตอลมีเดีย โฮลดิ้ง ผู้รับสัมปทานผลิตรายการข่าวให้กับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที (NBT) ของกรมประชาสัมพันธ์ และที่สำคัญ บริษัทบางกอกไตรวิชั่นส์ ได้ถ่ายทอดการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม คปพร. ที่ถ่ายทอดสดจากช่องเอ็มวีนิวส์มายัง ช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ฮัลโหลชันนัล (Hello Channel) ซึ่งเป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมสำหรับสื่อโฆษณาจอ LED ใหญ่บนรถบรรทุกเคลื่อนที่ ซึ่งได้มีการทดลองออกอากาศผ่านทางดาวเทียม NSS6 ช่องสัญญาณเดียวกับโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี (ASTV) อีกด้วย นอกจากนี้ ในการถ่ายทอดสดการเคลื่อนไหวของกลุ่ม คปพร. ช่องเอ็มวีนิวส์ได้ขึ้นโลโก้ช่อง ฮัลโหลแชนแนล และพบว่ามีพิธีกรภาคสนาม ถือไมโครโฟนติดตราสัญลักษณ์ช่องฮัลโหลแชนแนล คอยรายงานสดและสัมภาษณ์ผู้ชุมนุม ซึ่งหนึ่งในผู้ชุมนุมที่ถูกสัมภาษณ์คือ นายนพพร นามเชียงใต้ เจ้าของนามแฝง มดชมพู บนเว็บไซต์พันทิปด็อทคอม และเคยเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนผ่านฟ้า และกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ซึ่งอ้างตัวว่ามาจากสื่อไซเบอร์ ทั้งนี้ บริษัท บางกอกไตรวิชั่นส์ จำกัด ผู้ผลิตสื่อโฆษณาภายใต้ชื่อ ฮัลโหลแบ็งค็อก เคยได้ทำการประชาสัมพันธ์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในการขึ้นป้ายคัดเอ้าท์สนับสนุนการจัดงานศิษย์เก่าโรงเรียนทวีธาภิเศก คัดเอ้าท์รณรงค์กวาดล้างยาเสพติด และการค้ามนุษย์ ซึ่งนายกิตติชัยเป็นผู้ออกเงินให้ทั้งหมด แต่ภายหลัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถูกคำสั่งปลดจากตำแหน่ง ผบ.ตร.ในช่วงรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ได้ปลดป้ายโฆษณาที่ปรากฏภาพใบหน้าของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ซึ่งติดตั้งทั่วกรุงเทพฯ ออกทั้งหมด ขณะเดียวกันการทำธุรกิจของฮัลโหลแบ็งค็อกประสบปัญหา เนื่องจากสื่อโฆษณาจอ LED เคลื่อนที่บนรถบรรทุกภายใต้ชื่อ ฮัลโหลชันนัล ถูกร้องเรียนว่ากีดขวางการจราจร จนกระทั่งในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว ทำให้ลูกค้ายกเลิกโฆษณา 4 ราย สูญเสียรายได้ทันที 11 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ไตรมาสแรกลดลง 100 ล้านบาท ซึ่งนายกิตติชัยกล่าวว่า ถูกผู้ไม่หวังดีพยายามดิสเครดิตทางอินเตอร์เน็ต จนสร้างความเสียหายให้บริษัท โดยจะดำเนินการฟ้องร้องทั้งทางแพ่ง และอาญาต่อไป |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |