พิมพ์หน้านี้
|
หลังการคัดเลือกระบบแอดมิชชั่นเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยผ่านพ้นไป แน่นอนล่ะว่าย่อมมีคนสมหวัง และมีคนผิดหวังบ้างเป็นธรรมดา ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้พบเห็น เหยื่อจากความผิดหวัง ที่ทำให้ครอบครัวทั้งครอบครัวต้องสูญเสียจนน้ำตาร่วงมาแล้ว รายหนึ่ง ... มีปัญหาเรื่องสิทธิ์ทับซ้อนกับที่รับตรง ซึ่งการแก้ปัญหาก็ทำให้เขาสอบติดวิศวะ ม.เกษตรฯ แต่ระบบการแจ้งผลทางคอมพิวเตอร์ สกอ.ห่วยแตกสิ้นดี ที่ไม่ยอมแก้ไขให้นักเรียนมั่นใจว่าสอบติดแบบชัวร์ๆ แล้วโบ้ยไปว่าถ้าสอบสัมภาษณ์มีปัญหาเดี๋ยวมาเคลียร์ที่หลัง ความวิตกกังวลของน้อง กลัวว่าจะไม่ได้เรียนก็ทำให้เขาตัดสินใจยิงตัวตาย อีกรายหนึ่ง ... สอบติดแอดมิชชั่นศิลปากร (เพชรบุรี) ทีนี้เธอต้องการเงินไปลงทะเบียนเรียน แต่พ่อแม่ซึ่งรับจ้างทำเฟอร์นิเจอร์หาเงินไม่ทัน อีกทั้งเศรษฐกิจไม่ดี เกิดอาการน้อยเนื้อต่ำใจเลยใช้เชือกไนล่อนผูกคอตัวเองตาย อ่านข่าวแล้ว บอกได้คำเดียว ... สลดครับ นอกจากคิดไปวันๆ ว่าทำไมทุกวันนี้ไม่มีข่าวดีๆ ให้ชื่นใจได้บ้าง ปีที่แล้วเคยเขียนถึงเด็กนักเรียน ม.6 สอบติดคณะวิศวะฯ ม.เกษตร แต่เขาอยากได้วิศวะ จุฬาฯ พอไม่ได้อย่างหวังแล้วก็เลยผูกคอตาย กรณีนี้เกิดขึ้นเพราะค่านิยมสถาบัน ที่พอไม่ได้สิ่งที่ตนเองหวังแล้วก็เกิดอาการจะเป็นจะตาย ซึ่งจริงๆ ทุกวันนี้ทุกมหาวิทยาลัยต่างพยายามอัพเกรดตัวเองให้มีคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่ามหาวิทยาลัยใหญ่ๆ กันทั้งนั้นแหละครับ ถ้ามัวแต่อยู่กับที่ไม่มีการพัฒนา ใครล่ะจะอยากเข้าไปเรียน ไม่อยากจะซ้ำเติมสิ่งที่ผ่านไปแล้ว แต่อยากจะบอกน้องที่ยังลังเลกับชีวิตว่า อย่าไปคิดว่าต้องยึดติดอยู่กับมหาวิทยาลัยของรัฐเพียงอย่างเดียว น้องอาจจะกลัวว่ามหาวิทยาลัยเอกชนแพงเกินไป หรือมองว่ามหาวิทยาลัยเปิดอย่างรามคำแหงหรือ มสธ.ไม่เหมาะสำหรับเขา ลองเปิดใจให้กว้าง แล้วพยายามสัมผัสกับมัน บางทีความกลัวอาจจะหายไป กลายเป็นความเคยชินและเริ่มรู้จักดมักคุ้นสถาบันไปเอง พี่เองยังนึกเสียดาย ที่เอ็นทรานซ์ไม่ติด (ช่วงนั้นปีสุดท้ายที่ใช้ระบบแบบนั้น แล้วปีถัดมาใช้ระบบแอดมิชชั่นเลย) แต่พี่ก็ไม่เคยนึกเสียใจ ก็พยายามหาที่เรียน แล้วหมั่นหาประสบการณ์อื่นๆ นอกเหนือจากที่เรียนหนังสือ เพราะพี่เชื่อว่าบางทีการได้วิชาอะไรดีๆ ไม่จำเป็นต้องผ่านการสอนจากอาจารย์ดีๆ ขอเพียงแค่อยากที่เรียนรู้กับมัน น้องอาจจะได้รับอะไรดีๆ ที่แตกต่างจากการเรียนในชั้นก็ได้ เอาเป็นว่า ปัญหาทุกปัญหามีทางแก้ ไม่มีเงินเรียนก็ไปปรึกษาอาจารย์ หาหนทางเอาเงินมาเป็นค่าเล่าเรียน ไม่มีเงินก็กู้ยืมเงิน หรือถ้าไม่พอก็หางานพาร์ทไทม์ทำ ไม่ใช่เรื่องลำบาก ขออย่างเดียวอยู่ที่ว่า เราจะตั้งใจหรือเปล่าเท่านั้นแหละ มีน้องคนหนึ่งที่อำนาจเจริญ สอบติดมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา แต่คงไม่ได้ไปเรียน เพราะทางบ้านไม่มีเงินส่ง แม้ว่าครูฝ่ายแนะแนวจะบอกว่าสามารถกู้ยืมเงินกองทุนให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) เรียนได้ แต่ทางบ้านก็คงสู้ไม่ไหว เพราะตอนไปรายงานตัวต้องใช้เงินหลายหมื่นบาท ผมคิดว่า เราน่าจะหาทางออกเกี่ยวกับโอกาสที่น้องๆ เขาอยากได้แต่ไม่มีโอกาส โดยเฉพาะนักเรียนที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ คิดว่าในอนาคตอยากจะเขียนโครงการที่ชื่อว่า เติมเต็มส่วนที่ขาด เพื่อทางเดินของน้อง (คิดคร่าวๆ นะ) เป็นการลงขันเงินจากผู้มีจิตศรัทธาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งช่วงประกาศผลแอดมิชชั่น เมื่อถึงช่วงเวลาที่น้องๆ สอบติดแต่ไม่มีทุนทรัพย์ในเบื้อองต้น จะใช้ทุนตรงนี้พยายามช่วยเหลือทั้งค่าเดินทาง และค่าลงทะเบียนเรียนเบื้องต้น (ในช่วงที่กำลังดำเนินเรื่องกับ กยศ.) ให้น้องได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย แล้วเราค่อยหาทางช่วยเหลือในเรื่องจัดหางานพิเศษระหว่างเรียนให้ ไอเดียนี้ใครคิดจะลองทำดูก็ไม่สงวนสิทธิ์แต่อย่างใด ถือว่าช่วยเติมเต็มอนาคตของน้องๆ กันดีกว่า |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |