พิมพ์หน้านี้
|
(ภาพประกอบจากเดอะเนชั่น โดยวรวิทย์ พุ่มพวง 30 ม.ค.2551) ยอมรับว่า ในช่วงที่ยังไม่ได้เกลียดคุณทักษิณเข้ากระดูกดำ ผมชอบรายการ ชิมไปบ่นไป ของคุณสมัคร สุนทรเวช ซึ่งออนแอร์ที่ช่องไอทีวีมาตั้งแต่ปี 2544 เพราะผมชอบดูรายการอาหาร และรายการพาชิมต่างๆ แม้ในตอนนั้นยังเป็นเด็กขาสั้นที่มีตังค์ในกระเป๋าเพียงไม่กี่บาท ชิมไปบ่นไป ถือเป็นแบรนด์ในตัวของคุณสมัคร ที่เข้ากับประชาชนได้ดีกว่าแบรนด์ความเป็นนักพูดฝีปากกล้า ที่ทำให้เกิดทั้งคนรักคนชัง โดยเฉพาะคนที่ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 มักจะจงเกลียดจงชังคุณสมัครแบบไม่เผาผีแทบทั้งนั้น ผมจำได้ดีสำหรับเพลงเข้ารายการ ชิมไปบ่นไป ที่เค้าเล่าว่าใช้ทำนองของครูเอื้อ สุนทรสนาน โดยมี คุณปั่น ไพบูลย์เกียรติ์ เขียวแก้ว นักร้องเพลงแนวคลาสสิคขับร้อง หิว...ยามเมื่อเราหิวข้าว ปากคอแห้งผ่าว กับข้าวโชยฉิวได้กลิ่น... ทำนองนั้นแหละครับ พักหลังๆ หลังจากที่มีเรื่องขับไล่คุณทักษิณ ผมไม่ได้ดูรายการบันเทิงบนฟรีทีวีอีกเลย นานๆ ทีจะมีโอกาสได้ดู แน่นอนว่าผมห่างหายไปจากรายการนี้เช่นกัน ซึ่งช่วงนั้นคุณสมัครไปจัดรายการ คิดตามวัน คู่กับคุณดุสิต ศิริวรรณ ออกมาโจมตีฝ่ายที่ต่อต้านคุณทักษิณในขณะนั้น ข่าวคราวเมื่อสักสองสามวันก่อน เกี่ยวกับรายการชิมไปบ่นไปของคุณสมัคร (รวมทั้งรายการยกโขยงหกโมงเช้า ที่มีตามมาภายหลัง) คุณสมัครตั้งข้อสังเกตในรายการว่ามีคนจ้องทำลายคุณสมัครให้หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจริงๆ พฤติกรรมของคุณสมัครในช่วงที่ผ่านมา น่าจะทำให้นายสมัครขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี เพราะคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องไม่มีสถานะเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชน ตามมาตรา 182 ของรัฐธรรมนูญเฮงซวย (ในสายตาคุณสมัครที่อยากให้แก้ทุกเช้าค่ำ) วันนี้ใครคิดจะซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่าน แนะนำให้ซื้อ ไทยโพสต์ ฉบับวันนี้ แล้วพลิกไปที่หน้า 4 เลยครับ เพราะมีเพียงฉบับเดียวที่เปิดคำร้องคดีที่คุณสมัคร รับจ๊อบ รายการชิมไปบ่นไป ซึ่งคนที่ยื่นเรื่องก็คือ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ซึ่งท่านเคยฝากผลงานเช็คบิล คุณหญิงอ้อ กับ บรรณพจน์ ซึ่งเป็นน้องชายเลี่ยงภาษีโอนหุ้น บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น คดีนี้ คตส.สอบสวนแล้วส่งเรื่องยื่นฟ้องทั้งสองคนต่อศาลอาญา ตอนนี้กำลังรอลุ้นผลการพิจารณาคดี และก่อนหน้านี้ในยุค รัฐบาลขิงแก่แอนด์เขายายเที่ยง คุณเรืองไกรก็เคยไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.สอบสวน โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรม กรณีบริหารกิจการของ ผาแดง อินดัสตรี เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญอีกด้วย เอกสารลงวันที่ 17 เมษายน 2551 ในหัวเรื่อง ความเป็นรัฐมนตรีของรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งสิ้นสุดลง ขอใช้สิทธิ์ติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 62 นายสมัคร สุนทรเวช เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในบังคับของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 267 อันบัญญัติไว้ส่วนหนึ่งว่า "นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใดก็มิได้ด้วย" และรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 (7) บัญญัติว่า "ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อกระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา 267 มาตรา 268 หรือมาตรา 269 ซึ่งกรณีของนายสมัครในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้กระทำการอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 อันมีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 182 (7) ด้วยการเข้ารับเป็นพิธีกรในรายการ "ชิมไปบ่นไป" และรายการอื่นของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด อันเป็นบริษัทของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไร ข้อเท็จจริงที่ปรากฏทำให้ทราบได้อย่างชัดเจนว่า นายสมัครในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมเป็นพิธีกรให้กับรายการชิมไปบ่นไป ของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ที่มีนายศักดิ์ชัย แก้ววรรณีสกุล เป็นกรรมการผู้จัดการ ซึ่งเป็นธุรกิจของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน ภายหลังจากที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ทำให้เข้าใจได้โดยสุจริตว่า นายสมัครในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้แสดงพฤติการณ์โดยเปิดเผยอย่างมีสติรู้ตัวว่าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ แต่ก็ยังประพฤติปฏิบัติในการแสดงออกเพื่อให้สาธารณชนทราบว่า จะได้จัดทำรายการอัดเทปรายการชิมไปบ่นไป ในฐานะวิทยากรกิตติมศักดิ์ ให้กับบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด โดยใช้สถานที่ถ่ายทำรายการที่บ้านของนายสมัคร เอง และหลังจากถ่ายทำรายการชิมไปบ่นไปแล้ว ก็มีข่าวปรากฏทางสื่อหลายแขนงว่า กรรมการผู้จัดการของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงการจะได้ประโยชน์จากกรณีที่ได้นายสมัครมาเป็นวิทยากรกิตติมศักด์ให้ อันเป็นผลให้การดำเนินธุรกิจจะประสบผลสำเร็จ สามารถแสวงหากำไรได้ดีขึ้น ต่อมาบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ยังได้จัดงานแสดงขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเชิญนายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไปเปิดงานและทำการประกอบอาหารโชว์ ซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์เป็นการล่วงหน้าเพื่อเปิดขายพื้นที่การแสดงย่อยเป็นบูธๆ ไป ผู้ที่สนใจจะต้องจองและชำระเงินให้บริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด การโชว์การประกอบอาหารจึงเข้าลักษณะเป็นการดำรงตำแหน่งใดให้กับบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน จึงเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 267 อย่างชัดแจ้งแล้ว ซึ่งทำให้ความเป็นรัฐมนตรี (หมายความรวมถึงนายกรัฐมนตรี) ของนายสมัคร สุนทรเวช ต้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 182 (7) นับตั้งแต่วันที่ได้กระทำการต้องห้ามนั้น ผมจำได้ดี วันนั้นมีข่าวออกทางโทรทัศน์เมื่อ 16 ม.ค.ว่า มีรถกองถ่ายทำบันทึกเทปโทรทัศน์จอดอยู่ที่ บ้านโอฬาร ย่านนวมินทร์ ซึ่งมาอัดรายการชิมไปบ่นไปบริเวณสวนหลังบ้าน แต่วันนั้นไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้าไป อีกอย่างหนึ่งที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ผมเห็นคุณสมัครไปทำ ข้าวผัดพันธมิตร ซึ่งตั้งชื่อแบบเหน็บแนมแกมประชดตามประสาคนแก่พูดมาก ส่วนบทสัมภาษณ์ในคำร้อง กรรมการผู้จัดการของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงการจะได้ประโยชน์จากกรณีที่ได้นายสมัครมาเป็นวิทยากรกิตติมศักด์ให้ อันเป็นผลให้การดำเนินธุรกิจจะประสบผลสำเร็จ สามารถแสวงหากำไรได้ดีขึ้นผมจำได้ว่าเนชั่นสุดสัปดาห์เคยไปสัมภาษณ์ ศักดิ์ชัย แก้ววรรณีสกุล เป็นกรรมการผู้จัดการ บ.เฟช มีเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการชิมไปบ่นไปอีกด้วย
(หน้าปก) (หน้าใน) (ขอบคุณ ภาพประกอบโดยคุณ Nity) ถ้าหากจะมองข้อมูลลึกไปอีก เว็บไซต์ ไทยอินไซเดอร์ ของเอกยุทธ์ อัญชันบุตร เจาะข่าวเกี่ยวกับการดำเนินรายการชิมไปบ่นไปแบบเจาะลึก ซึ่งนายสมัครอ้างว่าเป็นพรีเซ็นเตอร์กิตติมศักดิ์ ซึ่งถูกมองว่านายสมัคร รับเป็นพิธีกร ซึ่งก็ต้องดูว่าเข้าข่ายเป็นลูกจ้างหรือไม่ ทีมข่าวไทยอินไซด์เดอร์ตรวจสอบเบื้องต้นตั้งแต่นายสมัครรับเป็นพิธีกรรายการ ชิมไปบ่นไป ซึ่งถือเป็นบริษัทเอกชนที่มุ่งหาผลกำไร การบันทึกเทปรายการที่บ้านโอฬารหลังได้รับโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การรับเชิญให้ไปเปิดงานและปรุงอาหารในงาน มหกรรมอร่อยทั่วแผ่นดิน 7 ปีชิมไปบ่นไป ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ นอกจากนี้ยังอ้างถึงคำพูดจาก วารสารขวัญเรือน วันที่ 8 เม.ย. 2551 นายศักดิ์ชัย ผู้จัดรายการ ชิมไปบ่นไป เปิดเผยด้วยทุกรายการอาหารที่มี คุณสมัคร เป็นพิธีกรให้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ยกโขยง 6 โมงเช้า, อร่อยไม่ปรึกษา, เคล็ดลับครัวสมัคร และ ทอล์คกระจายน้ำลายหก รวมทั้งข่าวในหน้งสือพิมพ์มติชน 28 ม.ค.2551 นายสมัครกล่าวถึงรายการ ชิมไปบ่นไป ที่ไม่ได้ออกอากาศหลัง ทีไอทีวี จอดำ (ก่อนจะเป็นทีวีสาธารณะ) บอกด้วยตัวเองว่ารายการ ถ่ายสต็อกเอาไว้ 3 เดือน แต่ไม่ได้ออกอากาศ ตอนนี้กำลังเจรจากับช่องอื่น ถ้าหมดสต็อก 3 เดือนที่ถ่ายเอาไว้ ทางรายการก็จะมาพูดคุยกันที่บ้านพัก เพื่อพูดคุยเรื่องอาหารกัน เพราะตรวจสอบแล้วรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามนายกรัฐมนตรีพูดคุยเรื่องอาหารการกิน แม้จะปรากฏหลักฐานกระจ่างชัดว่า คุณสมัครรับงานพิธีกรเข้าข่าย ผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเป็นรายการที่แสวงหาผลกำไร มีสปอนเซอร์ออกอากาศทางโทรทัศน์ (ซึ่งรายการนี้คิดอัตราค่าโฆษณา 180,000 บาทต่อนาที) ไม่นับโฆษณาแฝงอีกเพียบ อีกทั้งยังใช้ชื่อแบรนด์ ชิมไปบ่นไป ของคุณสมัครเองต่อยอดแสวงหาผลประโยชน์ทั้งการจัดงานต่างๆ แต่... ในทางรัฐศาสตร์ มองว่า คดีนี้คุณสมัครอาจจะหลุด ได้ไปนั่งจ้อ ชิมไปบ่นไป เหมียนเดิม... เพราะข้อกล่าวหาล้วนมี ข้อหยุมหยิม มากมายที่ไม่ได้ใหญ่โต ถึงกระนั้นต้องรอให้ทางคณะกรรมการสอบสวนของ กกต.คณะที่ 14 ที่มี พล.อ.ยอดชาย เทพยสุวรรณ อดีตกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นประธาน ซึ่งผลการสอบสวนน่าจะได้ข้อสรุปต้นเดือนมิถุนายน ตอนนี้คุณสมัครคงต้อง ชิมไปร้องไห้ไป กันไปก่อน เพราะรายการไม่ได้ ออนแอร์ ให้ตัวเองดีใจ ไม่อย่างงั้นรายการ สนทนาประสาสมัคร คงต้องยกเตาแก๊ส หม้อ กระทะ ตะหลิว พร้อมเครื่องปรุงต่างๆ วางไว้ข้างๆ ให้แควนๆ รายการที่คิดถึงได้เห็นการปรุงอาหารกลางห้องส่ง เอ็นบีที กันบ้างล่ะ
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |